วันอังคารที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2566

เรือของพ่อ...

 


...๒๘ มกราคม ๒๕๖๖...
...กลับมาเยี่ยมสัตหีบ...


"อุทยานประวัติศาสตร์ เรือของพ่อ"



















ขอขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมครับผม....























วันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2566

น้ำใจเพื่อน...


 รายชื่อผู้บริจาคเงินช่วยงานเลี้ยงรุ่นฯ(ไม่ได้มาร่วมงานฯ)ใน 28 มกราคม 66..

1.วิจิตร ช.   1,000.- บาท

2..ปิติยะนันท์(ระยอง)จ.  800.- บาท

3.มาโนช พ.  2,000.-บาท

4.สุระชาติ ฤ.   800.- บาท

5.คุณลักษณพร(พยุง น.)  2,000.- บาท

6.คุณเนตรนภา(ศักดิ์ บ.)  2,500.- บาท

7.ภิญโญ ท.  500.- บาท

8.ประสงค์ ว.  1,000.- บาท

9.ชัยพจน์ ศ.  1,000.- บาท

10.วีระ อ.  500.- บาท

11.ภัทรเดช ศ.  1,000.- บาท

12.ยงยุทธ อ.  1,000.- บาท

13.สำรวย น.  1,000.- บาท

14.ศุภชัย ป.   1,000.- บาท

15.ประชา ต.  1,000.- บาท

16.ชนธร ท.   1,000.- บาท

17.เกษม ห.    500.- บาท

18.พล.ต.หญิงสราญจิตร์ สมบูรณ์ยิ่ง(ศักดิ์สิทธิ์ บ. 10,000.- บาท

19.ชาญณรงค์ ว.  1,000.- บาท

20.อดิรักษ์ ร.   800.- บาท

21.เกษม ผ.   1,000.- บาท

22.ทวีศักดิ์ อ.   800.- บาท

23.จรูญ ก.   1,000.- บาท

24.สุรพล ก.  1,000.- บาท

25.อุดม ค.   1,000.- บาท

26.ธรรมนูญ ป.  1,000.- บาท

27.ประสิทธิ์ พ.  1,000.- บาท

28.ปรีชา ย.   1,000.- บาท

29.ประยูร ช.  1,000.- บาท

30.ชัยฤทธิ์ อ.  1,000.- บาท

31.สำเริง น.   1,000.- บาท

32.คุณเพ็ญ(กิตติศักดิ์(เชื้อ) ป.) 2,000.- บาท

33.บัณฑิต ส.   500.- บาท

*****

น้ำใจเพื่อน (คลิก)

"เพื่อนไม่ทิ้งกัน"⚓⚓091158🤟💝

เล่าสูกันฟัง..

..เก็บมาฝากจากไลน์..
 🤟💝เพื่อนธวัช ช..."วันนี้​งานเลี้ยง​รุ่น​นรจ.09รุ่นเรานี่หว่าอยู่ไม่ได้แล้วต้องรีบมางานรุ่น​กับเพื่อน​รักสักหน่อยช้าไปเมาไม่ทัน​เพื่อน​มีคนเก่งๆหลาย​นะเห็นอยู่เมื่ออาทิตย์​ก่อนนะครับที่ชัยภูมิ​นะครับ"

🤟💝เพื่อน เถลิงชัย พ..."วันนี้วันที่ 28 มกราคม 2566 เป็นวันเลี้ยงรุ่น นรจ.09 ครับขอให้เพื่อนทุกคนมีความสุข ส่วนเราไม่ใด้ไปร่วมด้วย นั่งใส่เสื้อรุ่น นั่งจิบเบียร์เย็นๆกะหลานๆอยู่หน้าบ้าน ก็คิดว่านั่งอยู่กับเพื่อน  ก็มีความสุขครับสวัสดีเพื่อนทุกๆคนครับ"

🤟💝เพื่อนวิจิตร ช.จากชัยภูมิ.."สุขสนุกสนาน นานๆพบกัน ไม่ได้มาร่วมเหมือนกัน ขอให้เพื่อนใช้เวลาแห่งการพบปะกันครั้งนี้อย่างมีความสุขและคุ้มค่าหลังจากที่คอยมาสองปี เสร็จงานขอให้เดินทางกลับด้วยความปลอดภัย เสนอแนะว่า การจัดครั้งต่อไปให้เห็นใจคนบ้านไกลด้วย น่าจะเป็นช่วงค่ำ กินเสร็จนอนพักคินหนึ่งไม่ต้องรีบกลับ มีเวลาเดินทางและพักผ่อนบ้างตามเวลาและวัย ไม่ใช่รีบจัดและเลิกลา เสนอแนะครับผม"..

🤟💝เพื่อนสมศักดิ์ ท.เก็บภาพมากมายส่งลงในไลน์กลุ่ม..(ขออนุญาตนำลงในfacebook นรจ.09"Old Sharks")

🤟💝เพื่อนมานิจ พ.เก็บภาพเพื่อนๆ ส่งลงในไลน์กลุ่ม..

(ขออนุญาตนำลงในfacebook นรจ.09"Old Sharks")

🤟💝อาจารย์อาภรณ์ คนรู้ใจเพื่อนกองมี ข.ช่วยเก็บภาพ(ขออนุญาตนำลงในfacebook นรจ.09"Old Sharks")

🤟💝คุณเอื้อมเดือน คนรู้ใจเพื่อนพีระ ห.ช่วยเก็บภาพ(ขออนุญาตนำลงในfacebook นรจ.09"Old Sharks")

🤟💝อาจารย์แดง คนรู้ใจเพื่อนณรงค์ จ.

🤟💝คุณวันเพ็ญ คนรู้ใจเพื่อนเชื้อ (กิตติศักดิ์) ป.พร้อมครอบครัว มาร่วมงานเหมือนเช่นเคย

🤟💝กลุ่มแม่บ้าน นย.11 ทุกท่านสร้างความสนุกสนานเหมือนเดิม..

🤟💝คุณตุ๊ก คนรู้ใจเพื่อนพิชัย พ.มาพร้อมของชำร่วยหาทุนสวัสดิการรุ่นฯ

💝⚓⚓091158 ..หนทางแสนไกลก็ยังแพ้น้ำใจเพื่อน...💝

🤟💝เพื่อน สุกรี ส.จากเพชรบูรณ์ 🤟💝เพื่อนประดิษฐ์ ศ.จากขอนแก่น🤟💝เพื่อน อานนท์ บ.จากมหาสารคาม 🤟💝เพื่อนสำราญ ก.จากชัยภูมิ🤟💝เพื่อนอุดร ข.จากเพชรบุรี🤟💝เพื่อนสมชาย ค.จากนครสวรรค์🤟💝เพื่อนพล ร.จากจันทรบุรี🤟💝เพื่อน จิระ ก.และ🤟💝เพื่อนวิชิต ว.ปีนี้มาร่วมงานด้วย40กว่าปีที่ไม่ได้เจอกัน.

🤟💝เพื่อน ปราโมทย์ ม.ส่งไลน์กลุ่ม 09 ความว่า.."ขอขอบคุณคณะผู้จัดงานเลี้ยงสังสรรค์รุ่น  ที่ทำให้พวกเราได้มาพบปะกัน  เหนื่อยหน่อยนะเพื่อน"...💝💝💝💝

🤟💝..เพื่อนๆที่ไม่ได้มาร่วมงานแต่ส่งเงินมาร่วมสนับสนุน..(คลิก) 💝💝💝

..และยังมีเพื่อนๆอีกหลายท่านที่ยังไม่ได้เอ่ยนาม..ขออภัยเพื่อนๆด้วย(เมื่อวานถ้ายาอมใต้ลิ้นไม่ช่วยไว้..ผมคงไม่มีโอกาสไปพบเพื่อนๆ..)

ขอขอบพระคุณอีกครั้งครับที่เข้ามาอ่าน...🙏

วันเสาร์ที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2566

พบเพื่อนเก่า เล่าความหลัง

Cr.fb:นรจ.09"Old Sharks" จาก มาโนช พ.

ความรักความผูกพันมันมาตามสถานการณ์ จากประสบการณ์ร่วมกันของ นรจ.09 ตอนเป็น ปี ๒


เคยคุยกับเสน่ห์ รักนาก ถึงเรื่องการจดจำเพื่อนว่ารุ่นเรา ใครจำเพื่อนได้มากกว่ากัน เสน่ห์ฯ บอกว่า ถ้าไม่นับครูชุมพล นายตอน ๑  ประสาท สมสกุล จำเพื่อนได้แม่น และมาก ส่วนเราจำได้ไม่น้อยแต่ก็ไม่มาก จะจำได้ก็เพื่อนที่มีวีรกรรมเด่นๆ ตั้งแต่ปี ๑...


 สุรีย์ ส. บุญโฉลก พ. ถ้าจับคู่กันมีเรื่องให้หัวเราะตลอดเวลา พอขึ้นปี ๒ รร.ชุมพลฯขาดสุรีย์ ส. แต่มี กิตติ  บ.มาแทน...มีเรื่องขำๆ มาแบบไม่รู้ตัว เรามองบุญโฉลก แตกต่างจากที่ครูมอง คือ เรามองบุญโฉลก เป็นเพื่อนแท้ เป็นผู้ใหญ่ในมุมของเขา บุญโฉลก ไม่เคยว่าเพื่อน ไม่เคยตำหนิเพื่อน ไม่เคยทำหน้าไม่พอใจเพื่อนให้เห็นเลย ยามมีวิกฤต บุญโฉลกเป็นคนมองเหตุการณ์ได้ไกลอย่างคิดไม่ถึง...


ปี ๒ ของ นรจ. 09

- ที่เรียนกรุงเทพฯ มีข่าวดังลงหน้าหนึ่งตัวหัวไม้หนังสือพิมพ์ทุกฉบับ...


- ส่วนที่ รร.ชุมพล ก็ทนหนาวเหน็บกันแทบไม่ไหว...มีกรณี ย้ายนักโทษออกจากห้องขัง แล้วจับลูกหมาขังแทน ลูกหมาน่ารักสีขาวสวยตั้งหลายตัวหลายครอก คำถามคือ"หมามันทำผิดอะไร" หรือว่า มีการนิรโทษกรรมนักโทษ แล้วจับหมาขังแทน หรือว่าให้หมารับโทษแทน...เปล่า ไม่ใช่อย่างนั้น...แล้วยังไง ?


คำตอบอยู่ที่ตัวหมา หมาทุกตัวมีชื่อเหมือนคน แล้วมันผิดตรงไหน แค่มีชื่อเหมือนคนมันไม่ผิดหรอก  แต่ผิดที่มันมีชื่อเขียนติดตัวมัน มันก็ไม่น่าจะผิด...แต่มันก็ผิดอยู่ดี เพราะมันมีชื่อเหมือนชื่อ"จ่าปกครอง" ที่เป็นผู้ช่วยนายตอน...สรุป คือ เอาชื่อจ่าปกครองเขียนใส่หนังหมาวิ่งไปทั่วโรงเรียนชุมพลฯ


อานิสงส์ที่ได้รับคือ หลังแถวสามทุ่ม "ปี ๒ อยู่ก่อน ปีหนึ่งเลิกแถว"  แล้วก็จะได้ยินเสียงนายตอนบอกให้ยอมรับว่าใครเป็นคนเขียน.. หรือใครรู้ว่าใครเขียน  ไม่มีคำตอบ  ก็โดนกันพร้อมหน้า วิ่งรอบเสาธง ยึดพื้น สก๊อตจ๊ำ เลยเที่ยงคืนทุกๆคืน...นอกจากไม่มีคนรับแล้ว ยังมีคนพูดว่า"ไม่ว่าใคร ก็ห้ามรับเด็ดขาด จะไล่ปี ๒ ออกทั้งหมดก็ยอม"...


โทษฑันท์ก็เพิ่มขึ้นทุกวัน ห้ามปี ๒ ออกไปแผง มีการลงโทษให้ลงแช่น้ำหน้า บก. น้ำหน้า บก. เป็นน้ำที่ไหลมาจากห้องอาบน้ำ และน้ำใช้แล้วจากโรงครัว เหม็นเปรี้ยว เสร็จแล้วห้ามอาบน้ำ...โดนหลายๆ วันเข้าก็เป็นเกลื้อน...กิตติ บุญธรรม มาช่วยเพื่อนไว้...ในค่ำคืนหนึ่ง ขณะที่ทุกคนแช่น้ำอยู่อย่างทรมาน...ก็มีเสียงตะโกนว่า" งู ๆ เฮ้ยย ไอ้เห้...งูๆ " เท่านั้นแหละ ไม่มีคนเหลือในน้ำเลย ขึ้นกันหมดฯ กิตติ บ. เป็นนายตำรวจสืบที่มีฝีมือคนหนึ่ง(นำร่องที่มาจากตำรวจน้ำเล่าให้ฟัง) ตั้งแต่คืนนั้นการโดนแช่น้ำเลิกไป


หลังจากคืนนั้นการทำโทษเปลี่ยนเป็น ทำกันที่หน้าโรงอาหาร...จนวันหนึ่งมีการนัดหมายกันว่า"นรจ.09 ปี ๒ จะหนีออกกันทั้งโรงเรียน" มีคนที่ไม่รู้เรื่องนี้ 11 คน คือ ๒ คน ที่จะไปเรียนเตรียมทหาร กับ หัวหน้านักเรียน และหัวหน้าตอนทั้ง 8 ตอน แต่มีข่าวรั่ว ในตอนดึกวันที่นัดกันหนี มี ผช.นายตอนเที่ยวได้ปลุกตามหัวเตียงปี ๒ แล้วถามว่า "ไปหรือเปล่า" คำตอบคือ"ไป" เหมือนกันหมด...เหตุการณ์นี้จบลงด้วยการประชุม ปี ๒ ที่โรงยิมใหม่ข้างสนามฟุตบอล โดย ผบ.โรงเรียนเรียกประชุมกับ นรจ.ปี ๒ โดยเฉพาะเท่านั้น ไม่มีจ่าปกครอง ไม่มีนายตอนเข้าร่วมประชุมแม้แต่คนเดียว"...เคยถามบุญโฉลกว่า ทำไมเราไม่รู้เรื่อง คำตอบประมาณว่า"หน.นักเรียน หัวหน้าตอนถ้าร่วมด้วยซวยแน่ เพราะแค่ 9 คน ไม่มีอำนาจต่อรอง"...บุญโฉลกฯ เป็นเพื่อนที่ดีอีกคนนับตั้งแต่ ตอน ๖ อาคาร ๒ โรงเรียนพลทหารเรือฯ

*****

Cr.มาโนช พ.

 

วันศุกร์ที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2566

ขอขอบพระคุณ..

Cr.จากfb:เรารุ่นเดียวกันโดยเพื่อนวิเชียร ม.

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา  เราต่างตกอยู่ในภาวะ "เพชรฆาตความเครียด" แต่น้องตุ๊ก ของเรา คุณลิปิกร  พันธุ์ไชยศรี ไม่พูด ไม่บ่น ไม่หวาดหวั่นต่อสถานการณ์ กลับใช้สมองและสองมือ  สรรสร้างงานกระจุ๋มกระจิ๋ม กระตุ้งกระติ้ง เป็นโมบายรูปเสื้อชุดกลาสี  พร้อมยางยึดติดกระจกหน้ารถ หรือหลังรถ มีทั้งหมด 3 สี คือ กากี ขาว และ บลู  ... นำมาจำหน่ายที่งาน 57 ปี นาวี 09 เพื่อนำรายได้สมทบทุนสวัสดิการ  นรจ.รุ่น 09 โดยไม่หักค่าใช้จ่าย ... ได้สอบถามว่า ลงทุนไปเท่าไหร่  กลับได้คำตอบว่า "พี่ ๆ ช่วยขายที่หน้างาน ตัวละร้อยบาท ได้เท่าไหร่ เข้ารุ่น 09 ทั้งหมด ... " ... ตื้นตันใจจริง ๆ ...

*****

Cr.Facebook เรารุ่นเดียวกัน

*****

อาลัยเพื่อนที่จากไป(คลิก)
 

วันพฤหัสบดีที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2566

ขอขอบพระคุณ...


 ...💝ในนามของ นรจ.รุ่น 09 ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงกับครอบครัวของเพื่อน นรจ.09 ผู้ล่วงลับไปแล้ว ที่ร่วมบริจาคเงินสมทบงาน"สานสัมพันธ์ 57 ปี นาวี 09"ใน 28 มกราคม 66 เวลา 1100 - 1500 น. ณ ร้านอาหารนภานาวี ชายหาดEOD อู่ตะเภา สัตหีบ ชลบุรี..ดังมีรายนามต่อไปนี้..

1.พล.ต.หญิง สราญจิตร์ สมบูรณ์ยิ่ง (ครอบครัว น.อ.ศักดิ์สิทธิ์ บำรุง) จำนวนเงิน 10,000.- บาท

2.คุณเนตรนภา จันทระ(ครอบครัว น.ท.ศักดิ์ บุญเจิม) บริจาค 2,500.- บาท

3.คุณลักษณพร เนื่องคำมา(ครอบครัว ร.ต.พยุง เนื่องคำมา) บริจาค 2,000.- บาท

4.คุณวันเพ็ญ (ครอบครัว น.อ.กิตติศักดิ์(เชื้อ)ประทุมวงษ์) บริจาค 2,000.- บาท

5.คุณลิปิกร พันธ์ไชยศรี(ครอบครัวเพื่อนพิชัย พันธุ์ไชยศรี)จัดหาของชำร่วยจำหน่ายนำรายได้เข้ากองทุนรุ่น 09 4,300.- บาท

..ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย จงดลบันดาลให้ท่านประสบแต่ความสุขความเจริญคิดสิ่งใดสมความปรารถนาทุกประการเทอญ.

วันจันทร์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2566

เอาชนะความท้าทาย

 10 Ways to Overcome Challenges in Life 

...Make A Plan. While you don't know what is going to happen in the future, you can always plan ahead. 

...Know You're Not Alone. Every person in this world has their low points. ...Ask For Help. 

...Feel Your Feelings. ...Accept Support.

 ...Help Others. 

...Think Big. 

...Positive Mindset...

*******

Cr.https://www.uopeople.edu/blog/10-ways-how-to-overcome-challenges/

วันเสาร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2566

สิงห์โตกับหมาบ้า


 ..สิงโตสอนลูก เมื่อเจอหมาบ้า เลี่ยงได้จงเลี่ยง..

ในป่าอันกว้างใหญ่ ที่เป็นที่อยู่ของเหล่าสัตว์ทั้งหลาย ซึ่งป่าแห่งนี้มีสิงโตครอบครัวหนึ่งอาศัยอยู่ และในระหว่างที่พ่อสิงโต และลูกสิงโตกำลังเดินเล่นกันอยู่นั้น จู่ๆก็มีหมาบ้าตัวหนึ่งเดินเข้ามาใกล้พ่อลูกสิงโต


เมื่อพ่อสิงโตเห็นดังนั้น จึงพาลูกเดินไปอีกทาง เพื่อที่จะเลี่ยงการประชันหน้ากับ “ห ม า บ้ า” ตัวนั้น เพราะพ่อสิงโตรู้ดีว่า ไม่ควรเสียเวลามาต่อกรกับหมาป่าพวกนี้


แต่ลูกสิงโตกลับพูดขึ้นมาว่า “ทำไมพ่อถึง ขี้ ข ล า ด แบบนั้นล่ะ ขนาดเจอเสือ พ่อก็ยังสู้กับมันได้เลย แต่กับหมาแค่ตัวเดียว พ่อกลับเดินหนี ไม่กล้าสู้กับมัน ไม่สมกับเป็นเจ้าป่าเอาซะเลย”


พ่อสิงโตจึงได้ตอบลูกกลับไปว่า “ลูกเอ๋ย เจ้ารู้หรือไม่..ว่าหมาป่าตัวนั้น มันเป็น ห ม า บ้ า!! และการที่เราเอาชนะมันได้ มันไม่ใช่เรื่องน่าภูมิใจเลยสักนิด เผลอๆถ้าโดนมันกัด เราจะไม่ยิ่งซวยติดเชื้อบ้ามาด้วยหรือลูก”


“จงจำไว้นะลูก… ไม่ใช่ทุกคนหรอกนะ ที่จะมีค่าพอ ให้เราลดตัวเพื่อไปต่อสู้ หรือทะเลาะด้วย “


เปรียบเหมือนกับการเอาชนะ คน 4 ประเภทนี้ ที่ไม่มีประโยชน์ที่เราจะเสียเวลาไปทะเลาะด้วยเช่นกัน


1. คนที่ชอบโยนความผิดให้คนอื่นเสมอ


คนที่เอาแต่โยนความผิดให้คนอื่นตลอดเวลา คนประเภทนี้เป็นคน ขี้ ข ล า ด ไม่กล้าเผชิญหน้ากับรับผลกับสิ่งที่ตัวเองทำ ต้องคอยหาคนอื่นมารับแทน เขาไม่เรียกว่า “ฉลาด” เพื่อเอาตัวรอดนะ แต่เขาเรียกว่า “ไม่ฉลาด” เพราะไม่รู้เลยว่าตัวเองผิด และยังไม่ยอมรับความจริง ทำให้ไม่มีการพัฒนาหรือปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น


2. คนที่ชอบอยู่เหนือคนอื่นตลอดเวลา


คนประเภทนี้ จะชอบพูดจาให้ตัวเองดูดีไว้ก่อน ให้รู้สึกว่าได้อยู่เหนือคนอื่น ชอบคิดว่าตัวเองอยู่สูงกว่าคนอื่นเสมอ และมักจะหาข้อตำหนิคนอื่น เพื่อให้ตัวเองดูเหนือกว่า ดูดีกว่าตลอดเวลา นิสัยแบบนี้จะเป็นผลเสียกับตัวเอง เพราะคิดว่าตัวเองไม่มีจุดด้อย เก่งกว่าคนอื่นอยู่แล้ว จึงไม่เกิดการพัฒนาตัวเองไปในทางที่ดีขึ้น


3. ใช้ความโมโห เพื่อกลบเกลื่อน


คนเหล่านี้มักจะแสดงอาการไม่พอใจออกมาทันที เมื่อการสนทนา ออกมาไม่เป็นผลอย่างที่คิดเอาไว้ บางครั้งก็แสดงความก้าวร้าวด้วยท่าทางและคำพูด เพื่อเป็นการกลบเกลื่อนเรื่องที่พูดไป แล้วไม่เป็นอย่างที่หวังไว้ หากใครเจอคนแบบนี้ แนะนำให้อยู่นิ่งๆไว้ ไม่ต้องไปสนใจ แล้วเขาจะเป็นคนที่อึดอัดซะเอง


4. คนที่ชอบคิดว่าตัวเองถูกตลอด


คนแบบนี้พูดด้วยก็เหนื่อยเปล่า เพราะไม่ว่าคุณจะใช้เหตุผลมากมายขนาดไหนมาอธิบายให้เขาฟัง เขาก็ยังคงเชื่อความคิดของตัวเองว่าถูกต้องที่สุดเสมอ เรียกว่าเป็นคนที่ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นคนอื่น เอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลาง แนะนำให้ถอยห่างคนแบบนี้จะดีที่สุด เพราะเสียเวลาเปล่าที่จะต้องมาอธิบายอะไรให้กับคนที่ไม่อยากรับรู้อะไรฟัง


#ปรัชญาชีวิต

****

Cr.fwd line

****

ปล่อยวาง(คลิก)

****

สะบายดี..หลวงพระบาง(๕)

 


..จากย่านวัดเชียงทอง ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของเมืองเก่า ต่อมาตอนกลางย่านบ้านเจ็ก พระราชวัง พระธาตุพูสี ตลาดมืด..เราเดินมาเรื่อยๆ วันนี้ถึงย่านทิศใต้ของเมืองเก่าหลวงพระบาง เป็นช่วงสุดท้ายของ"สะบายดี..หลวงพระบาง" ครับ...จะชมวัดอาฮาม วัดวิชุน วัดมโนรม วัดพระบาทใต้...เราเดินเลาะริมน้ำคานจากย่านวัดเชียงทอง ตามถนนเรียบแม่น้ำคานมาทางทิศใต้ จะพบสะพานไม้ไผ่อีกแห่งหนึ่ง ค่าข้ามสะพาน ๑๐,๐๐๐ กีบ (เราไม่ข้ามสะพานไปฝั่งโน้นนะครับ..ขอแค่ชมสะพานไม้ไผ่ ซึ่งว่ากันว่าพอน้ำหลากสะพานนี้ก็จะใช้ไม่ได้..)











   แม่น้ำคานอยู่ทางทิศตะวันออกของพระธาตุพูสี เราเดินตามถนนเลาะริมน้ำคานเพื่อไปชม วัดอาฮาม วัดวิชุนราช วัดมะโนรม วัดธาตุหลวง และวัดพระบาทใต้ ระยะทางราว ๒.๓ กม.


พระธาตุพูสีมองจากถนนหน้าวัดอาฮาม


วัดอาฮาม
          วัดอาฮามสร้างเมื่อ พ.ศ.๒๓๖๑ โดยพระเจ้ามันธาตุราช ตรงบริเวณที่เจ้าฟ้างุ้ม (ครองราชย์ พ.ศ.๑๘๙๖ - ๑๙๑๕)  ตั้งหอเสื้อเมือง เมื่อครั้งสถาปนากรุงศรีสัตนาคนหุตล้านช้างร่มขาว จุดที่สร้างวัดถือว่าเป็นสะดือเมืองของหลวงพระบาง





ร้านขายสินค้าในบริเวณวัดอาฮาม

....จากวัดอาฮาม เราเข้าชมวัดวิชุน ที่อยู่ติดกันโดยเดินผ่านเข้าซุ่มประตูวัดซึ่งได้ชื่อว่าเป็นประตูโขงที่เก่าแก่ที่สุดในหลวงพระบาง  


      วัดวิชุนราช สร้างใน พ.ศ.๒๐๔๖ โดยพระเจ้าวิชุนราช (ครองราชย์ พ.ศ.๒๐๔๓ - ๒๐๖๓) เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระบาง และตั้งชื่อวัดตามพระนามของพระองค์ ในสมัยฮ่อบุกปล้นเมืองหลวงพระบาง วัดวิชุนถูกทำลาย ต่อมาสมัยพระเจ้าสักกะริน(ครองราชย์ พ.ศ.๒๔๓๘ - ๒๔๔๗) จึงได้บูรณะวัดนี้ขึ้นอีกครั้ง



บัตรเข้าชมภายในสิมวัดวิชุน คนละ ๒๐,๐๐๐ กีบ


สิมงานแบบสกุลช่างไทยลื้อ


พระธาตุหมากโม 
             พระนางพันตีนเซียงมเหสีของพระเจ้าวิชุนราชซึ่งเป็นชาวพวนเมืองเชียงขวางเป็นผู้สร้างในปี พ.ศ.๒๐๕๗


พระประธานภายในสิม



    ภายในสิมจะเป็นที่รวบรวมพระพุทธรูปไม้และสำริด รวมทั้งศิลปวัตถุต่างๆ ซึ่งมาจากวัดร้างทั้งหลายในหลวงพระบาง เนื่องจากที่นี่เคยเป็นหอพิพิธภัณฑ์มาก่อนที่จะย้ายไปที่พระราชวังเดิมหลังจากมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง













     จากวัดวิชุนราช เราจะไปชมวัดมะโนรม....






ภาพพุทธรูปที่ถูกทำลายตัดแขนทั้งสองข้าง


      พระประธานในสิมวัดมะโนรม เป็นพระพุทธรูปสำริดซึ่งถือว่าใหญ่ที่สุดและเก่าแก่ที่สุดในประเทศลาว สูงประมาณ ๖ เมตร หนักกว่า ๒ ตัน เป็นพระพุทธรูปศิลปสุโขทัย เชื่อกันว่าช่างหล่อมาจากสุโขทัย
      ในสมัยทัพฮ่อเข้าปล้นเผาเมืองหลวงพระบาง วัดมะโนรม ถูกทำลายพระประธานถูกคัดแขนทั้งสองข้างกล่าวกันว่าพวกฮ่อคิดว่าเป็นพระพุทธรูปทองคำ แขนข้างหนึ่งพวกฮ่อเอาไปไม่ทัน เนื่องจากเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรียกกองทัพไทยมาถึงหลวงพระบาง ทุกวันนี้แขนข้างหนึ่งยังวางอยู่ข้างองค์พระประธาน
        ในปี พ.ศ.๒๕๑๕ ชาวหลวงพระบางช่วยกันสมทบก่อสร้างสิมขึ้นใหม่ พร้อมทั้งหล่อแขนทั้งสองข้างของพระพุทธรูปจนสมบูรณ์ดังที่เห็นในปัจจุบัน


แขนที่ถูกพวกฮ่อทำลาย




   จากวัดมะโนรม เดินต่อไปจะไปชมวัดพระธาตุหลวง....


       ตามตำนานกล่าวว่าวัดนี้สร้างโดยคณะสงฆ์ของพระเจ้าอโศกมหาราชจากอินเดียมาเผยแพร่พุทธศาสนาในพุทธศตวรรษที่ ๓ พงศาวดารลาวกล่าวว่าวัดนี้สร้างใน พ.ศ.๒๓๖๑ ในรัชกาลพระเจ้ามันตุธาตุ หน้าสิมมีเจดีย์สร้างตั้งแต่ พ.ศ.๒๓๖๓ โดยเจ้าหญิงปทุมมาพระธิดาของเจ้าอนุรุทราช ต่อมาใน พ.ศ.๒๕๐๘ ได้บูรณธเจดีย์เพื่อเก็บพระสรีรังคารของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ทุกปีในวันที่ ๒๙ ตุลาคม ซึ่งเป็นวันครบรอบวันสวรรคตของพระองค์เชื้อพระวงศ์เก่าจะร่วมกลับมาทำบุญที่วัดนี้..



เจดีย์เก็บพระสรีรังคารของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์






เจดีย์ด้านทิศใต้ของสิม



      วัดต่อไปคือ วัดพระบาทใต้ เดินต่อไปทางทิศใต้ของวัดธาตุหลวง....เราเดินผ่านอนุสาวรีย์นักรบนิรนาม..


อนุสาวรีย์นักรบนิรนาม


อนุสาวรีย์ท่านไกรสอน พรมวิหาน







    วัดพระบาทใต้ เป็นวัดเก่า สร้างเมื่อปี พ.ศ.๑๙๓๘ สมัยพระเจ้าสามแสนไท ดั้งเดิมเป็นศิลปล้านนา แต่เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๓ สมาคมชาวญวนเป็นเจ้าภาพปฏิสังขรณ์ จึงเปลี่ยนรูปแบบเป็นเวียตนาม ชาวบ้านเรียก"วัดญวน" หรือวัดพระบาทใต้ เพื่อให้ต่างกับวัดสีพุดทะบาดซึ่งอยู่เชิงพูสี




     วัดพระบาทใต้"วัดญวน" จะอยู่ติดริมแม่น้ำโขง รอยพระพุทธบาทอยู่ตรงบันไดเดินลงแม่น้ำโขง จะมีอุโมงค์ครอบไว้ หันหน้าออกทางแม่น้ำโขง หากเป็นช่วงหน้าน้ำรอยพระพุทธบาทจะจมอยู่ใต้สายน้ำโขง แต่ผู้มาเที่ยวส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญกับการชมพระอาทิตย์ตกลับฝั่งโขงมากกว่า...


รอยพระพุทธบาท


อุโมงค์ครอบรอยพระพุทธบาท





จุดชมวิวพระอาทิตย์ตกริมฝั่งโขง


   ...ใกล้ค่ำพอดีขากลับ ขอพึ่งรถสามล้อกลับที่พักครับ.....ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ

********