วันศุกร์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2556

เลาะริมชล ยลของเก่า(๑)

    ช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ถือโอกาสไปเดินเลาะริมฝั่งแม่เจ้าพระยา เดินชมวัง ชมวัดไปเรื่อย ๆ แบบสบาย สบาย จ่ายน้อย ๆ ครับ...เริ่มจากปั่นจักรยานมาจอดไว้ปากซอยแล้วก็ขึ้นรถตู้มาลงที่อนุสาวรีย์ชัย ฯ จากนั้นก็คันนี้แหละครับ..



     สนามหลวงคือจุดหมายปลายทาง...จากนี้ไปก็ เดิน เดิน เดิน..ครับ

(คลิกบนภาพเพื่อดูภาพขยายใหญ่ขึ้น)
     เราวางแผนไว้ว่าจะเข้าชมพระบรมมหาราชวัง วัดพระแก้ว วัดโพธิ์ ข้ามฟากไปวัดอรุณ เข้าวังเดิม ออกไปวัดโมลีโลกฯ ข้ามคลองบางหลวง เดินเลาะริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ไปวัดกัลยาฯ ศาลเจ้าแม่กวนอิม วัดซางตาครู้ส อุทยานฉลิมพระเกียรติสมเด็จย่า วัดอนงคาราม วัดพิชัยญาติ แล้วมาข้ามสะพานพุทธ เพื่อขึ้นรถเมล์กลับตามเส้นทางเดิม...
     ถึงสนามหลวง พอลงรถเมล์ก็เจอกระทรวงกลาโหม ซึ่งอยู่ใกล้กับศาลหลักเมืองและศาลเทพารักษ์
ปืน พระพิรุณแสนห่า(ปากกระบอกกว้างใหญ่) ปืน พญาตานี(กระบอกที่๓ตรงกับธงชาติ)
หลักเมือง

เทพารักษ์ ทั้ง ๕  พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระกาฬไชยศรี เจ้าเจตคุป เจ้าหอกลอง
        โดยปกติทั่วไปจะต้องเข้าทางประตูพิมานไชยศรีครับ แต่คนไทยสามารถเข้าทางประตูมณีนพรัตน์ได้ 
นักท่องเี่ที่ยวชาวต่างประเทศต้องซื้อตั๋วเข้าชมครับ

     ภายในพระบรมมหาราชวังที่อนุญาตให้เข้าชมคือวัดพระแก้ว หมู่พระที่นั่งต่าง ๆ ชมได้แต่ภายนอกครับ


วัดพระแก้ว


หอพระคันธารราษฎร์




พระบรมมหาราชวัง


หมู่พระมหามณเฑียร ประกอบด้วยพระที่นั่งอัมรินทรวินิจฉัย พระที่นั่งไพศาลทักษิน และพระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน สร้างในรัชกาลที่ ๑ ใช้ประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระมหากษัตริย์ทุกพระองค์ในราชวงศ์จักรี


พระที่นั่งสมมติเทวราชอุปบัติองค์เดิม(ด้านหลังของพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท)เป็นสถานที่ประสูติของรัชกาลที่ ๕


พระที่นั่งสุทไธสวรรยปราสาท อยู่บนกำแพงพระบรมมหาราชวัง ด้านถนนสนามไชย


            หลังจากชมพระที่นั่งต่าง ๆ แล้วก่อนจะถึงทางออกจากพระบรมมหาราชวังจะมีพิพิธภัณฑ์ผ้าในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เป็นแหล่งความรู้เรื่องผ้า ประวัติ์ศาสตร์เครื่องแต่งกายของไทยในราชสำนักยุคต่าง ๆ รวมทั้งฉลองพระองค์ในสมเด็จพระนางเจ้า ฯพระบรมราชินีนาถ


    จากพระบรมมหาราชวังแล้วก็จะไปวัดโพธิ์...


ใต้ฐานชุกชีพระประธานในพระอุโบสถตรงผ้าทิพย์เป็นที่บรรจุพระบรมราชสรีรางคารของรัชกาลที่ ๑


ภาพมงคล ๑๐๘ ที่ฝ่าพระพุทธบาทพระพุทธไสยาสน์


ที่วัดโพธิ์นี้มีสิ่งมหัศจรรย์ ๙ สิ่ง ก็พยายามเดินดูให้หมดนะครับ
เจดีย์สี่รัชกาล จากซ้ายไปขวา รัชกาลที่ ๔ รัชกาลที่ ๒ รัชกาลที่ ๑ และรัชกาลที่ ๓


ทุกท่านคงจะเคยได้ยินเรื่องราวของยักษ์วัดแจ้งกับยักษ์วัดโพธิ์มาแล้วนะครับ
ผมดูแล้วยักษ์วัดโพธิ์ตัวเล็กกว่ายักษ์วัดแจ้งครับ...


    ก็ขออนุญาตทานข้าวกลางวันก่อนนะครับ เดี๋ยวจะข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปวัดแจ้งต่อไปครับ....ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ























วันพุธที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2556

วันพุธที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2555

สวนดุสิต(๒)

(คลิกบนภาพเพื่อดูภาพขยายใหญ่ขึ้น)
          
      ดูเหมือนว่าช่วงนี้นักท่องเที่ยวจากจีนเข้ามาท่องเที่ยวบ้านเรามากนะครับ  วันที่เข้าชมพระที่นั่งวิมานเมฆเจอแต่ทัวร์จีน ไกด์จีนนี่เก่งมากน่าจะรู้ประวัติศาสตร์ไทยมากกว่าผมครับ ...หลังชมพระที่นั่งวิมานเมฆแล้วก็เข้าชมพระตำหนักต่าง ๆ ที่จัดแสดงศิลปวัตถุตามลำดับซึ่งอยู่ไม่ไกลกัน.. ขอเริ่มจากตำหนักพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพวงสร้อยสอางค์  จัดแสดงนาฬืกาโบราณ  


(คลิกบนภาพเพื่อดูภาพขยายใหญ่ขึ้น)
ภาพภายในตำหนักจากหนังสือพระที่นั่งวิมานเมฆ
พิมพ์ครั้งที่ ๕ สิงหหาคม๒๕๔๕


      จากนั้นเป็นตำหนักพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอรุณวดี จัดแสดงภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙



       ภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ของในหลวงรัชกาลที่ ๙ นี้ จัดแสดงที่ ตำหนักพระเจ้าบรมเธอ พระองค์เจ้า บุษบันบัวผัน อีกแห่งหนึ่ง..


      ระหว่างตำหนักพระองค์เจ้าหญิงบุษบันบัวผันไปตำหนัก พระองค์เจ้าอรุณวดี ที่แสดงภาพถ่ายฝีพระหัตถ์ จะมีเก๋งมังกรแปดเหลี่ยมประดิษฐานรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิม


       เดินต่อไปชมศิลปวัฒนธรรมบ้านเชียง ณ ตำหนักพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงเสรฐสุดา


  ตำหนักพระบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอรไทยเทพกัญญา จัดแสดงพระภูษาโบราณ




     ตำหนักสวนฝรั่งกังไส ของพระราชชายาดารารัศมี  จัดแสดงเครื่องกระเบื้องลายครามชนิดหนึ่งที่ฝรั่งทำเลียนแบบลายครามของจีน และเป็นที่มาของชื่อตำหนัก สวนฝรั่งกังไส  และจัดแสดงศิลปวัตถุสำคัญคือเครื่องใช้ในราชพิธีและเครื่องประกอบอิสริยยศ  และยังมีภาพสีน้ำมันและพระรูปพระบรมวงศานุวงศ์ 




        สำหรับตำหนักหอ จัดแสดงศิลปส่วนพระองค์สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี ไม่อนุญาตให้ขึ้นชมอยู่ในระหว่างปรับปรุง   ตำหนักหอนี้ รัชกาลที่ ๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้สร้างพระราชทานให้กับพระราชโอรส คือเจ้าฟ้าบริพัตรสุขุมพันธ์เมื่อทรงอภิเษกสมรสกับหม่อเจ้าสมประสงค์



...ชมหมู่พระตำหนักในบริเวณเดียวกับพระที่นั่งวิมานเมฆ หมดแล้ว เราก็เดินย้อนกลับไปทางเ่ก่า  เพื่อชมพระที่นั่งอภิเศกดุสิต  และพระที่นั่งอนันตสมาคมที่กำลังจัดแสดงนิทรรศการศิลป์แผ่นดินครั้งที่ ๖ ครับ...



    พระที่นั่งอภิเศกดุสิต เป็นพระที่นั่งโถงชั้นเดียวก่อสร้างในช่วงที่กำลังก่อสร้างพระที่นั่งวิมานเมฆ   รัชกาลที่ ๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างเป็นท้องพระโรง สำหรับวังสวนดุสิต ใช้เป็นที่ประชุมเสนาบดี และเป็นที่สำหรับพระราชทานเลี้ยงแก่พระบรมวงศานุวงศ์  ต่อมา เมื่อพระที่นั่งอนันตสมาคมสร้างเสร็จใช้เป็นที่ประชุมรัฐสภาแล้ว  พระที่นั่งอภิเศกดุสิตเคยใช้เป็นที่ทำการของสำนักเลขาธิการรัฐสภา    ปัจจุบันพระที่นั่งอภิเศกดุสิตอยู่ความปกครองของสำนักพระราชวัง


             พระที่นั่งอภิเศกดุสิตเป็นสถานที่จัดแสดงศิลปหัตถกรรมของมูลนิธิศิลปชีพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ


(ภาพจากหนังสือพระราชวังดุสิต)


    ออกจากพระที่นั่งอภิเศกดุสิตแล้วเราจะไปที่พระที่นั่งอนันตสมาคม ซึ่งมองเห็นอยู่ไม่ไกล หากจะใช้บริการรถไฟฟ้าก็ได้ครับไม่เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ...ผมเลือกที่จะเดินเพื่อเก็บภาพถ่ายไว้ครับ...






    พระที่นั่งอนันตสมาคม  รัชกาลที่ ๕ ทรงวางศิลาฤกษ์ เมื่อ ๑๑ พ.ย.๒๔๕๑ เนื่องในรัชมงคลสมัยที่ได้เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติมาครบ ๔๐ ปีบริบูรณ์ เมื่อพระองค์เสด็จสวรรคตใน พ.ศ.๒๔๕๓ การก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ รัชกาลที่ ๖ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ดำเนินการก่อสร้างต่อและสำเร็จบริบูรณ์ใน พ.ศ.๒๔๕๘ ใช้เวลาก่อสร้าง  ๘ ปี งบประมาณก่อสร้าง ๑๕ ล้านบาท


...สถานที่จัดแสดงนิทรรศการศิลป์แผ่นดิน...
(ไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพภายในพระที่นั่ง)
ภาพจากหนังสือพระราชวังดุสิต


....ฉากปักผ้าไหมน้อย เรื่องอิเหนา บนภาพความยาว ๙ เมตร สูง ๔ เมตร ใช้เวลา ๔ ปี..........


..ฉากไม้แกะสลักจากเรื่อง สังข์ทองและป่าหิมพานต์ ใช้เวลาประมาณ ๒ ปี..


  งานแสดงนิทรรศการ ศิลป์แผ่นดินครั้งที่ ๖ นี้ มีผลงานใหม่ ๙ ชิ้น ซึ่งจะหาดูที่ใหนไม่ได้เลยในโลกนี้ก็ว่าได้ครับ...


.....................


บัตรเข้าชมสวนดุสิต ราคา ๗๕ บาท
พระที่นั่งอนันตสมาคม ๑๕๐ บาท



ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก  http://www.artsofthekingdom.com/th/index.php  และหนังสือพระราชวังดุสิต