วันอังคารที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2556

เมืองลิง



     เมื่อกลางเดือน ม.ค.๕๖ ที่ผ่านมามีภารกิจต้องไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง เลยถือโอกาสแวะไปชมงานแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ ซึ่งทางจังหวัดจัดเป็นประจำทุกปี...และเพื่อไม่ให้เสียเที่ยวก็เลยแวะชมสถานที่ต่าง ๆ ของลพบุรี เท่าที่เวลาจะอำนวยให้...ครับ
        ลพบุรีถือว่าเป็นเมืองโบราณ ว่ากันว่าเก่าแก่กว่าเมืองศรีสัชนาลัย ที่สุโขทัย ตำนานเมืองลพบุรีมีหลายเรื่องที่จำได้คือเป็นเมืองที่พระรามสร้างให้หนุมาน โดยพระรามแผลงศรมาตกที่ลพบุรีจึงสร้างเมืองให้หนุมานหลังจากเสร็จศึกกับทศกัณฐ์  เราจึงยังคงเห็นลูกหลานหนุมานอยู่ทั่วไป...

(คลิกบนภาพเพื่อดูภาพขยายใหญ่ขึ้น)
     เราวางแผนไว้ว่าจะไปไหว้ศาลพระกาฬก่อน จากนั้นก็ วัดนครโกษา วัดอินทร วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วัดบันไดหิน ลงไปทางทิศใต้ ประตูชัย ป้อมสุระสงคราม ประตูช่องกุด และวัดสันเปาโล ในช่วงเช้า  บ่าย ๆ ก็จะไปทางด้านพระนารายณ์ราชนิเวศน์ และสถานที่ใกล้เคียง ที่ขาดไม่ได้คือวัดเก่าแก่ของลพบุรี ครับ...เริ่มจากศาลพระกาฬ...


(คลิกบนภาพเพื่อดูภาพขยายใหญ่ขึ้น)



กับญาติผู้ใหญ่ท่านที่ปรึกษาผู้ดูแลศาล 
ผู้พันยงยศ คงเจริญ

ไม่ไกลจากศาลพระกาฬ...วัดนครโกษา 
เป็นวัดโบราณหลายสมัย 
สันนิษฐานว่าเจ้าพระยาโกษาธิบดี(เหล็ก)
เป็นผู้บูรณะก่อสร้างในสมัยพระนารายณ์
จึงได้ชื่อว่า วัดนครโกษา


ตรงข้ามกับวัดนครโกษา คือวัดอินทร 
สร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์


วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ อยู่ตรงข้ามกับสถานีรถไฟลพบุรี


(คลิกบนภาพเพื่อดูภาพขยายใหญ่ขึ้น)
วิหารเก้าห้อง เป็นวิหารที่มีความใหญ่โตมาก 
สังเกตจากช่วงเสาและซากผนัง


วัดบันไดหิน สร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์  
เหลือแต่ซากวิหาร 
ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อ พ.ศ.๒๔๗๕


จากวัดบันไดหินไปทางทิศใต้ เราก็จะพบประตูชัย
สร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช


ใกล้ประตูชัยทางทิศตะวันออกของทางรถไฟ 
มีป้อมสุระสงคราม
คาดว่าสร้างในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชเช่นเดียวกัน

จากป้อมสุระสงคราม เราจะไปวัดสันเปาโล 
เราจะผ่าน ประตูช่องกุด ประตูระบายน้ำ
ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์
ใช้ระบายน้ำในคูเมืองกับแม่น้ำลพบุรี 


วัดสันเปาโลเป็นวัดในคริสต์ศาสนา ตามประวัติมีว่า 
สมเด็จพระนารายณ์ทรงให้
บาดหลวงเยซูอิดนักดาราศาสตร์
ตั้งวัดเพื่อประกอบพิธีทางศาสนา 
และถือได้ว่าที่นี่คือ "หอดูดาวแห่งแรกในประเทศไทย"


(คลิกบนภาพเพื่อดูภาพขยายใหญ่ขึ้น)


     เดี๋ยวช่วงบ่ายเราจะเข้าไปในพระนารายณ์ราชนิเวศน์ .....ขออนุญาตกินข้าวเที่ยงกันก่อน อย่าเผลอหิ้วถุงอาหารผ่านไปทางศาลพระกาฬเชียวนะครับ...อาจจะถูกลูกหลานหนุมานแย่งเอาไปกินได้ ทางที่ดีถ้าผ่านไปทางนั้น หาไม้เรียวถือไปสักอันนะครับ....

เมืองลิง (ต่อ)  คลิกที่นี่  


























                            



วันอังคารที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556

เขาวงพระจันทร์


(คลิกบนภาพเพื่อดูภาพขยายใหญ่ขึ้น)

...วันนี้ชวนไปไหว้รอยพระพุทธบาทที่อยู่บนยอดเขา..ระยะทางตามทางขึ้นประมาณ ๑,๖๘๐ เมตร มีบันไดขึ้นสู่ยอดเขาตามบันทึก ๓,๗๙๙ ขั้น เขาวงพระจันทร์ว่ากันว่าเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดลพบุรี มีความสูง ๖๕๐ เมตร จากระดับน้ำทะเล ชื่อเขาวงพระจันทร์ มาจากตำนานเรื่องรามเกียรติ์ ท้าวกกขนากมีลูกสาวชื่อนางนงประจันทร์ แต่ก่อนชาวบ้านเรียกเขานางพระจันทร์ บนยอดเขามีวัดเขาวงพระจันทร์ ประดิษฐานรอยพระพุทธบนจุดที่สูงที่สุดของยอดเขา...


     ช่วงนี้ทางวัดมีงานประจำปีไหว้รอยพระพุทธบาท จะเห็นแสงไฟทางเดินขึ้นสู่ยอดเขามีผู้คนเดินทางขึ้นไปสักการะรอยพระพุทธบาทกันทั้งคืน...
          ไปไหว้รอยพระพุทธบาทอย่าลืมไปยกช้างเสี่ยงทาย ที่ผานางฟ้า ด้วยนะครับ


      เพื่อไม่ให้เสียเวลาเราเริ่มเดินทางขึ้นไปสักการะรอยพระพุทธบาทกันก่อน คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ ๓ ชั่วโมง ตามประสาคนสูงวัยนะครับ...



ทางขึ้นช่วงแรกจะเป็นทางลาดขึ้นไป


ขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์เจ้าที่เจ้าทางให้เดินขึ้น - ลง ได้ปลอดภัย


ศาลนางจันทร์ จุดนี้ถือได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่จะเดินขึ้นไปตามบันได 





จุดหมายปลายทางคือยอดเขา นับบันไดขึ้นไปเรื่อย ๆ 
จนถึงขั้นที่  ๓,๗๙๐  ครับ..


จุดพักกลางทางจุดที่ ๑๔ บริการเครื่องดื่ม ถุงมือ...
จุดพักแบบนี้จะมีไปตลอดทางอีก ๑๓ จุด จนถึงยอดเขา..

จุดพักนี้มีทั้งแบบเป็นเพิงชั่วคราว และแบบศาลาคอนกรีต 
ส่วนใหญ่จะมีพระพุทธรูปประจำที่ศาลาด้วย

จุดพักที่ ๑๑ และ  ๑๒ "ศาลาหลวงพ่อเดิม"
จากจุดจะต้องเดินขึ้นบันไดไปอีกประมาณ ๒,๙๐๐ ขั้นครับ


ช่วงที่เราเดินขึ้นไป ก็จะมีผู้ที่เดินลงมาสวนทางกันเป็นระยะ ๆ..


ขาขึ้นค่อนข้างจะหนักหน่อย ...แต่ขาลงสบายครับ...


จากจุดนี้เหลืออีกประมาณ ๒,๖๐๐ ขั้น ขอนั่งพักเก็บภาพหน่อย...


มีเครื่องดื่มขนมบริการตลอดเส้นทาง ..
..จากศาลานี้ไปอีกประมาณ ๒,๓๐๐  ขั้น...


จุดพักนี้ค่อนข้างพิเศษคือมีเสื้อโลโก้"พิชิตเขาวงพระจันทร์ด้วย" เป็นร้านเดียวที่ขายเสื้อยืด ราคาประมาณร้อยกว่าบาท ครับ..
..ยังครับ...ยังเหลืออีกประมาณ ๒,๑๐๐ ขั้น..


จุดนี้เป็นศาลาคอนกรีตถาวร..ก็ยังมีเครื่องดื่มบริการเช่นเคย...
..เหลืออีกประมาณ ๑,๗๐๐ ขั้น


ถึงศาลานี้ค่อนข้างจะมั่นใจขึ้นเพราะ บอกว่า เหลืออีก ๕ ศาลาพัก
..ก็เหลือราว ๆ ๑,๔๐๐ ขั้น
...จุดนี้เป็นจุดพักที่มีบริการสินค้าครับ...


บรรยายกาศบนเส้นทางขึ้น - ลง 


สำหรับท่านที่ไม่สามารถเดินขึ้นได้ก็มีบริการนั่ง "เสลี่ยง" ขึ้นไป
สำหรับเทคนิคการเดินลง ก็มีทั้งหันหน้าลง หรือหันหลังลง ตามถนัด..ครับ


จากศาลานี้ไปยังคงเหลืออีกประมาณ ๑,๒๐๐ ขั้น 



จากศาลาพักหลังนี้ยังคงเหลืออีก  ประมาณ ๑๐๐๐ ขั้น 
แวะนั่งพักสักการะพระพุทธรูปก่อนครับ


จากศาลาอธิษฐาน นี้ไปยังคงเหลืออีก ๒ ศาลาที่พัก ..
.เหลืออีกประมาณ ๘๐๐ ขั้น


ช่วงนี้บันไดค่อนข้างจะชัน ต้องระมัดระวังในการเดินขึ้น - ลง


ศาลาพักที่ ๒ ก่อนจะถึงยอดเขา ศาลานี้ไม่มีบริการสินค้า
 เหลืออีกประมาณ ๕๐๐ ขั้น


ไม่ห่างจากศาลาพักที่ ๒ มากนัก แวะสักการะหลวงพ่อเกตุ..

ศาลาพักหลังที่ ๑ ก่อนถึงยอดเขา ศาลาสมปรารถนา..มีผู้หวังดีเขียนบอกว่า
" จะถึงแล้ว.."
ก็อีกราว  ๓๐๐ ขั้นครับ


ถึงแล้วครับ...จากนั้นก็ไปไหว้พระพุทธบาท ซึ่งอยู่บนจุดสูงที่สุดของยอดเขาแห่งนี้



บริเวณยอดเขาจะมีศาลาใหญ่ประดิษฐานพระพุทธรูปต่าง ๆ



บนยอดเขานี้จะเป็นสถานที่แห่งหนึ่งที่ชาวจีนศรัทธาเชื่อถือมาก 
สังเกตุจากภาษาจีนซึ่งมีอยู่ทั่วไป




ยังมีสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ ๆ กันไม่ควรพลาดคือ ผานางฟ้า ครับ


อย่าลืม ยกช้างเสี่ยงทายนะครับ

เราใช้เวลาเดินขึ้นมาประมาณ ๒ ชั่วโมง หลังจากสักการะรอยพระพุทธบาท ไหว้พระ
และชมสถานที่ต่างบนยอดเขา ก็ถึงเวลาอาหารเที่ยงพอดี
ข้างบนนี้มีโรงทานครับ 




คุณป้าผู้ให้บริการที่โรงเจบอกว่า เมื่อคืนนี้คนขึ้นมาเยอะมาก..
..โรงเจเปิดทั้งคืนเลย


อาหารที่นำมาใช้ที่โรงทานนี้ต้องจ้างลูกหาบขึ้นมาทั้งสิ้น..
..บริจาคตามศรัทธาครับ..


เราใช้เวลาบนยอดเขาประมาณ ๑ ชั่วโมงครึ่ง จึงได้ลงมา
ใช้เวลาขาลงประมาณ ๑ ชั่วโมงเร็วกว่าที่เราคิดไว้


บริเวณวัดเขาวงพระจันทร์ด้านล่างยังมีสิ่งที่น่าเข้าไปสักการะอีกหลายที่ครับ...

ขอเวลาเดินลงเขาก่อนครับ ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมชม

ข้อแนะนำ สวมรองเท้าผ้าใบเวลาขึ้น-ลง เขาน่าจะทำให้การเดินสะดวกขึ้น ครับ...

เขาคิชกูฏ  อินเดีเย   เ(คลิก)