วันอังคารที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2566

ความสุข..

 


ถ้าจะถามว่า ทักษะอะไรสำคัญต่อการใช้ชีวิต:-


ทักษะหนึ่งที่สำคัญมาก แต่คนมักจะมองข้ามไป นั่นคือ “ทักษะการมีความสุข” หารู้ไม่ว่า ความสุขเป็นตัวผลักดันความสำเร็จ และเป็นส่วนผสมหลักของการมีความรักที่ดี วันนี้มีคำแนะนำเล็กน้อยเกี่ยวกับความสุขมาฝากกัน


1. ถ้าตอนนี้คุณไม่มีความสุข ในอนาคตคุณก็จะไม่มีความสุข เพราะมันคือนิสัยของคุณ นิสัยที่ชอบสร้างเงื่อนไขการมีความสุขให้ตัวเอง


2. หัดใส่ใจกับสิ่งที่คุณมี หรือข้อดีในชีวิต ตราบใดที่คุณมัวโฟกัสแต่สิ่งที่ยังไม่มี คุณจะไม่มีวันพบความสุข เพราะปัญหาไม่ได้อยู่ที่สิ่งที่คุณ ‘มี’ อะไร แต่อยู่ที่สิ่งที่คุณ ‘เป็น’ คนยังไง (เป็นคนที่โหยหาแต่สิ่งที่ตัวเองขาด) ไม่สนใจคุณค่าของสิ่งที่ตัวเองมีในมือ


3. ถึงได้สิ่งที่ต้องการแล้ว ความสุขคุณจะขึ้นมาแค่วูบเดียว หลังจากนั้นจะลดลงไปจุดค่าเฉลี่ยของคุณ แล้วคุณจะหันไปไขว่คว้า และทุกข์กับสิ่งที่ยังไม่ได้ต่อไป เป็นวงจรไม่รู้จบ


4. คนที่รอความสุขจากคนอื่น น่าสงสารที่สุด “ฉันจะมีความสุขก็ต่อเมื่อเขาโทรมา” “ฉันจะมีความสุขก็ต่อเมื่อได้งานใหม่” ... หารู้ไม่ ว่าความสุขนั้นสร้างเองได้เลย โดยไม่ต้องรอเงื่อนไขใดๆ และไม่ต้องรอใคร


5. พื้นฐานของการมีความสุข คือการชื่นชมในสิ่งที่คุณมี ถ้าคุณนึกข้อดีในชีวิตคุณไม่ออก ให้ไปถามคนอื่น


6. การบ่นเรื่องที่ไม่ดี ไม่ได้ช่วยให้คุณสบายใจขึ้น กลับจะทำให้แย่ลง เพราะการเอามาเล่าใหม่ เป็นการฉายภาพนั้นซ้ำๆ อยู่ในหัว


7. โดยปกติความสุขมักอยู่ตรงหน้าคุณ แอร์เย็นๆ อาหารอร่อยๆ วิวสวยๆ แต่ใจคุณดันไปคิดเรื่องอื่นในหัว (เรื่องที่ไม่มีความสุข) ในตอนนั้นเอง แล้วก็ชอบมาบ่นว่าชีวิตไม่มีความสุข (ตลกสิ้นดี)


8. ตราบใดที่คุณยังเป็นคนธรรมดา คุณจะยังเจอความทุกข์อยู่เรื่อยๆ จงหัดเป็นคนมองโลกในแง่ดี มองหาประโยชน์ทุกครั้งจากเหตุการณ์แย่ๆ แล้วคุณจะมีกำไรชีวิตมากกว่าคนอื่น


9. คนเราชอบอยู่ใกล้คนมีความสุข ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบบ่นแต่ปัญหาตัวเอง มองแต่ด้านร้าย เอาแต่ด่าคนอื่น คนอยู่ใกล้ๆ ประสาทจะกิน สุดท้าย จิตใต้สำนึกของพวกเขาจะสั่งให้ค่อยๆ ห่างคุณไปโดยไม่รู้ตัว


10. ความสุขและการมองโลกในแง่ดีเป็นโรคติดต่อ จงอยู่ใกล้คนเหล่านี้เพื่อรับ และจงแพร่กระจายความสุขเพื่อให้คนอื่นต่อไป


11. ความสุขเป็นทรัพยากรที่ไม่มีวันหมด และผลิตจากอากาศได้ทันที ดังนั้น ไม่ต้องกลัวคนอื่นแย่งความสุขไป ทุกคนสามารถมีได้มากเท่าที่ต้องการ


12. จงทำตัวเป็น Happiness machine เครื่องผลิตความสุข แล้วคนมีความสุขเหมือนกันจะถูกดึงดูดเข้ามาหาคุณ


13. ไม่มีคนไร้สุขที่ไหนจะมีความรักที่ดี ไม่มีคนขี้ระแวงมองโลกในแง่ร้ายที่ไหนจะมีความสัมพันธ์ที่สงบสุข


14. ความสุขปลายทางเป็นเพียงมายา จงมองหาความสุขที่มีอยู่ระหว่างทาง


15. ความสุขและการมองโลกในแง่บวกเป็นทักษะ นั่นหมายความว่า คุณสามารถ “ฝึก” ที่จะเป็นคนมีความสุขและมองโลกในแง่บวกได้


Credit: Fwd.Line

วันอาทิตย์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2566

วจีทุจริต 4


4 Things you should never speak with others
 วจีทุจริต 4 ..คำพูดที่ไม่มีประโยชน์.. ( 4 Unwholesome speeches)

1.การพูดเท็จ (Lie speech)
2.การพูดส่อเสียด แตกแยก (Divisive speech)
3.การพูดคำหยาบ (Harsh speech)
4.การพูดเพ้อเจ้อ (Idle chatter)

*******
สัมมาวาจา (ข้อ 3 ในมรรค 8)คือ "วจีสุจริต 4 " ได้แก่ ..การพูดจริง ..พูดอ่อนหวาน.. พูดสมานสามัคคี ..และพูดมีประโยชน์..(ก็คือการงดเว้นจาก วจีทุจริต 4  นั่นเอง)

****

วันเสาร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2566

คนดีศรีกุสินารา..

 


มิตรภาพต่างแดน คนดีศรีกุสินารา


เมื่อปลายปีที่แล้วถึงต้นปี ๒๕๖๖ พระอาจารย์ภิกษุณี ธีรวังสา และท่านพิม (ธีรธารา ภูริทัตตา) ได้เดินทางไปแสวงบุญจาริกที่ประเทศอินเดีย เป็นครั้งแรก เป็นเวลาหนึ่งเดือน ระหว่างที่อยู่ที่นั้นได้เดินทางไปตามเมืองต่างๆ ของประเทศอินเดียในสถานที่ที่พระพุทธเจ้าเคยเดินทางไปในอดีตร่วมทั้งสถานที่สำคัญคือสี่สังเวชนียสถาน คือ สถานที่ประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา และ ปรินิพาน 


และที่สถานที่ปรินิพานนี้เอง ที่เมืองกุสินารา เราได้พบกับกลุ่มคนท้องถิ่น ที่เป็นชาวเมืองกุสินารา ตั้งแต่อดีต มีบรรพบุรุษ และ ครอบครัวอาศัยอยู่ที่เมืองนี้และสืบเชื้อสายมาในปัจจุบัน ซึ่งต้อนรับเราอย่างดีมาก เป็นมิตรภาพต่างแดนที่ไม่มีวันลืม 


คนที่หนึ่งที่เราพบที่เมืองนี้ระหว่างเดินจากวัดไทยกุสินาราไปสถานที่ปรินิพาน คือ คุณโจเจนดา (Mr.Jogindra) เราได้ถามทางทางและสถานที่สำคัญของเมืองนี้ คุณโจเจนดา ได้แนะนำเราและได้พาไปที่พระพุทธเจ้าปรินิพาน พร้อมทั้งแนะนำกับเจ้าหน้าที่ที่ตรวจคนเข้าออกของสถานที่ที่เราไปเยี่ยมชม เนื่องจากเดินทางกันเองเพียงสองคนถือว่าเป็นคณะที่เล็กมาก ท่านสงสารเลยช่วยแนะนำเราเป็นนักท่องเที่ยวแสวงบุญต่างชาติ ซึ่งไม่มีไกด์นำทางและเป็นการเดินทางในประเทศอินเดียครั้งแรกภาษาอังกฤษสำเนียงอินเดียก็ฟังไม่ค่อยออก


 

หลังจากเราเข้ากราบพระพุทธเจ้าปรินิพานแล้ว เดินออกมาเราได้พบว่า คุณโจเจนดา ยังยืนรอเราอยู่ข้างนอกครั้งนี้มีเพื่อนใหม่มาอีกคน และแนะนำให้เรารู้จัก คนที่สองที่เราพบคือ คุณวินิต (Mr.Vinit Dwivedi) หลังจากที่เราได้ออกจากพระพุทธเจ้าปรินิพาน เพื่อนใหม่สองคนนี้ได้นิมนต์ เชิญให้ไปรับน้ำชาที่คนอินเดียเรียกว่าไชย์


คุณโจเจนดาและคุณวินิต ได้เล่าให้เราฟัง สถานที่ต่างๆ ในเมืองกุสินารา หลังจากที่เราได้รับฟังถึงได้ทราบว่าเพื่อนใหม่ต่างแดงนี้มีอาชีพอะไร คุณโจเจนดาได้บอกว่าเขาเป็นเจ้าของร้านขายของที่ระลึกในเมืองนี้ ขายผ้าสำหรับห่มพระพุทธเจ้าปรินิพาน พระพุทธรูปจากหิน เหรียญที่ระลึก ธง ส่วนคุณวินิตได้เล่าว่าครอบครัวของเขาเป็นข้าราชการและทำธุรกิจที่พักคือเกรสเฮาท์ ให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเมืองนี้ได้พัก มีประมาณ ๕ ห้องและ ๑ ห้องจัดงานเลี้ยงและตัวเขาเองได้ทำงานซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราด้วย หลังจากเลี้ยงน้ำชาเรา เขาก็อาสาพาเราไปเที่ยวสถานที่สำคัญของเมืองกุสินารา คือที่มกุฎพันธเจดีย์ ที่เป็นสถูปโบราณที่ถูกสร้างขึ้นตรงสถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า หลังจากนั้นได้พาเราไปที่สถานที่แบ่งพระบรมสารีริกธาตุ จากนั้นพาไปที่ร้านอาหารอินเดียท้องถิ่น และแนะนำอาหารอินเดียให้ลองรับประทาน เพื่อนใหม่ต่างแดนสองคนนี้ช่วยดูแลเราอย่างดี


เราได้พักที่เมืองนี้สองถึงสามวัน วันต่อมาได้พาเราไปที่จุนทะถวายอาหารพระพุทธเจ้ามือสุดท้ายก่อนที่พระองค์จะอาพาทและปรินิพาน เนื่องจากคุณวินิตเป็นคนกุสินาราที่เรียนจบปริญญาโทและสามารถพูดภาษาอังกฤษได้ดีมาก ทั้งจบด้านประวัติศาสตร์ยุโรป และ ภาษาฮินดี ทำให้มีความรู้เรื่องประวัติศาสตร์ของยุโรปและของอินเดียเป็นอย่างดี ทำให้เราได้รู้เรื่องต่างๆ ของพระพุทธเจ้าและสาวก ตามประวัติศาสตร์อินเดีย มีบางเรื่องราวที่ไม่เหมือนกับประวัติศาสตร์ไทย ประวัติพระพุทธเจ้าของไทย ซึ่งมีความแตกต่างกัน ซึ่งเป็นโอกาสที่ดีมาก 


วันที่สองโจเจนดาได้นิมนต์เราไปฉันอาหารอินเดียที่บ้านที่ครอบครัวเขาจะถวายและแนะนำให้รู้จักภรรยาและลูกของเขา เป็นครอบครัวที่น่ารักและอบอุ่นมาก วันที่สาม คุณวินิตได้นิมนต์เราไปฉันอาหารอินเดียที่เป็นมังสะวิรัสไม่มีเนื้อสัตว์ที่บ้านและแนะนำให้รู้จักครอบครัวของเขาพร้อมทั้งภรรยา ลูกสาวและหลาน เป็นครอบครัวที่น่ารักเช่นกัน 


หลังจากอยู่ที่นี้สามวัน เราได้เดินทางต่อไปยังสถานที่ต่าง ๆ พวกเขาได้มาส่งเราขึ้นรถโดยสารและแนะนำการเดินทางในที่ต่างๆ เราเดินทางไปสถานประสูติ ประเทศเนปาลและกลับมาอินเดีย ลงไปสถานที่แสดงปฐมเทศนา เมืองสารนาท และไปยังสถานที่ตรัสรู้ เมืองพุทธคยา ตลอดการเดินทางคุณวินิตได้ติดต่อและสอบถามการเดินทางเป็นระยะ ตามเมืองต่างๆ และแนะนำให้การช่วยเหลือ ทางโทรศัพท์ หรือพูดกับคนท่องถิ่นเป็นภาษาอินเดียและพื้นเมือง


ซึ่งคนอินเดียทุกคนไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ คุณวินิตได้ช่วยพูดให้ทำให้การสื่อสารราบรื่นและการเดินทางสะดวกขึ้น เนื่องจากเขาสงสารเห็นว่าเดินทางครั้งแรกในอินเดีย จะถูกเอาเปรียบจากคนท่องถิ่น เมื่อเรามาถึงที่เมืองพุทธคยา และกำลังจะเดินทางกลับ เราพบว่าเรามีปัญหาเรื่องวีซ่าไม่สามารถออกนอกประเทศได้ เมื่อคุณวินิต ทราบข่าวได้เดินทางมาช่วยเราแก้ปัญหา และนิมนต์ชวนเรากลับไปที่กุสินาราอีกครั้งหนึ่ง 


เราได้เดินทางกลับไปที่กุสินารา และได้รับการช่วยเหลือ และได้เข้าพักที่เกรสเฮาท์ของครอบครัวคุณวินิต เราได้แลกเปลี่ยนสนทนาในเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้น และได้รับการช่วยเหลือจากชาวเมืองกุสินารา เราได้พบกับพระท่องถิ่นที่เป็นชาวอินเดียแต่ดูแลวัดเกาหลี และได้พบกับคุณครูใหญ่ของโรงเรียนประถมที่นี้ได้นิมนต์เชิญเราไปเยี่ยมชมโรงเรียน เราได้ไปเยี่ยมชมพร้อมทั้งแจกสมุดดินสอให้เด็กนักเรียนตามกำลังที่มี โรงเรียนนี้ยังขาดแคลนอีกมาก หลังจากเดินเรื่องต่างๆ เรียบร้อยเราได้รับอนุญาตให้ออกนอกประเทศได้ ชาวเมืองกุสินารา คุณโจเจนดา และเพื่อนๆ ครอบครัวของเขา ได้เลี้ยงน้ำชาและส่งเราที่เมืองกุสินารานี้


ส่วนคุณวินิต กังวลว่าเราจะมีปัญหาที่สนามบินจึงเดินทางไปส่งเราที่สนามบิน และเช็คทุกอย่างว่าเราเดินทางเรียบร้อยไม่มีปัญหา นี้คือกลุ่มคนดีศรีกุสินารา ที่เป็นเจ้าบ้านที่ดีมากที่ต้อนรับคนต่างแดน ต่างเชื้อชาติ โดยไม่ได้หวังผลตอบแทนในเบื้องต้น มีเพียงมิตรภาพที่แลกเปลี่ยนกัน


ถ้าใครไปอินเดีย ที่เมืองกุสินารา และต้องการความช่วยเหลือจากคนพื้นที่ คนกุสินารา เรื่องต่าง ๆ สามารถติดต่อ คุณโจเจนดา และ คุณวินิตได้


คุณโจเจนดา Jogirdra shop owner ร้านขายของที่ระลึก ผ้าห่มพระพุทธเจ้าปรินิพาน พระพุทธรูป ธง ลูกประคำ เหรียณที่ระลึกต่างๆ  Address Bujim shop kusinagar near bus parking south grate of Nirvana Temple Kushinagar Tel.+91 9918745129 (พูดภาษาอังกฤษได้ปานกลาง)

 

คุณวินิต Vinit เจ้าของ Kamla Guest House Address Kamla Guest House near Matha Kuwar Srine Ram nager Road  Kushinagar Tel +91 6388490349 


คุณวินิต Vinit เป็นชาวเมืองกุสินารา ตั้งแต่บรรพบุรุษ ตระกูลคุณวินิตมีที่ดินในเมืองในเมือง กุสินาราใกล้พระพุทธเจ้าปรินิพานหลายแห่งและยังเป็นนักธุรกิจแลกเปลี่ยนซื้อขายเงินตราต่างประเทศหลายสกุลกับเงินรูปี นักท่องเที่ยวสามารถแลกเงินกับคุณวินิตได้ ตามเรทราคาที่ยุติธรรม ที่ดี และยังเป็นที่ปรึกษาได้ทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเมืองกุสินาราและอินเดีย การเดินทาง ที่พัก เรื่องรถเช่า ที่เที่ยวต่างๆ เป็นผู้มีความรู้และมีประสบการณ์มากพูดภาษาอังกฤษดีมากในการสื่อสาร เมื่อเขาให้มิตรภาพที่ดีกับเรา ข้าพเจ้าจึงเขียนบันทึกการเดินไว้ เพื่อจะเป็นประโยชน์และเป็นธรรมทานและผู้ที่ต้องการความช่วนเหลือต่อไปสำหรับนักเดินทางด้วยสำหรับคนที่ชอบเดินทางที่ไปคนเดียว สองคน หรือกลุ่มเล็กๆ คุณโจเจนดา คุณวินิตและเพื่อนเป็นเจ้าภาพ เจ้าบ้านที่ดี เป็นคนดีศรีกุสินาราที่ไม่เอาเปรียบนักท่องเที่ยวและคนต่างชาติ และยังให้ความช่วยเหลือทุกนักท่องเที่ยวตามกำลังที่ช่วยได้ค่ะ


Kamla Guest House

Vinit Tel.+91 6388490349

Amit Tel. +91 8299576518

Aditya Tel.+917999621598

****

Cr.https://www.facebook.com/530384971/posts/pfbid06tcPqvxjq2KtYAyepH2m8vAPy4faS2ZVtpo72otJBtpKYVprAF7PhSDUCNt1yQgxl/?mibextid=Nif5oz

ชีวิตก็แค่นั้น..


Cr.fwd line

“รถสี่คันในชีวิต” รถเข็นเด็ก รถจักรยาน รถยนต์ รถเข็นคนไข้


“น้ำทั้งสี่ในชีวิต” น้ำนม น้ำดื่ม น้ำมึนเมา น้ำเกลือ


“ใบทั้งสี่ในชีวิต” ใบสูติบัตร ใบประกาศนียบัตร ใบทะเบียนสมรส ใบมรณะบัตร


“เตียงทั้งสี่ในชีวิต” เตียงเด็ก เตียงเดี่ยว เตียงคู่ เตียงคนไ ข้


“หนึ่งทางในชีวิต” ทางที่ต้องเดินด้วยตนเอง


“สองดีในชีวิตที่ควรมี” สุขภาพดี กำลังใจดี


“สามสหายในชีวิต” คนที่กล้าให้ยืมเงิน คนที่ยืมเงินแล้วคืนตามกำหนด คนที่มาส่งคุณขึ้นเชิงตะกอน


“สี่ทุกข์ในชีวิต” ตัดใจไม่ได้ สละไม่ได้ ยอมแพ้ไม่ได้ ปลงไม่ได้


“ห้าคติท่องไว้ให้ขึ้นใจ” ต่อให้ยากก็ต้องยืนหยัด ต่อให้ดียังไงก็ต้องจาก ต่อให้แย่ยังไงก็ต้องมั่นใจในตนเอง ต่อให้มีมากมายก็ต้องประหยัด ต่อให้แล้งก็ต้องมีน้ำใจ


“หกทรัพย์ในชีวิต” ร่างกาย ความรู้ ความฝัน ความศรัทธา ความมั่นใจ ความกล้าหาญ


“จน” แปลว่า “มีน้อย” แต่ไม่ได้แปลว่า “ทุกข์”


“รวย” แปลว่า “มีมาก” แต่ไม่ได้แปลว่า “สุข”


“พอเพียง” แปลว่า “มีพอ” ก็ไม่ได้แปลว่า “ทุกข์” หรือ “สุข”


เศรษฐีทานอาหารมื้อหรู… ราคาหลักหมื่น


ชาวบ้านกินข้าวราดแกงข้างทาง 40 บาท


เมื่อทานลงไปแล้ว ก็จบแค่คำว่าอิ่ม เหมือนกัน


วัยรุ่น อวดฐานะได้จากการดูว่าใช้มือถือรุ่นไหน


วัยทำงาน อวดฐานะได้จาก ราคารถที่ขับ ไปท่องเที่ยวบ่อยมั๊ย


วัยกลางคน อวดฐานะได้จากมูลค่าบ้านหรือคอนโดที่ครอบครองอยู่ และ ราคาที่จ่ายสำหรับค่าเทอมของลูก (ส่งลูกเรียนที่ไหน)


วัยใกล้ชรา อวดฐานะได้จากมี “เวลาว่าง” แค่ไหน ยิ่งมีมากแสดงว่าคนนั้นรวยมาก (ไม่ต้องทำงานหนักๆรอเกษียณอย่างเดียว)


วัยชรา ฐานะไม่ใช่ประเด็นแล้ว ขอแค่มีเงินให้มาพอในการใช้ชีวิตในแต่ละวัน และ “ร่างกายยังสมบูรณ์” เดินให้ไหว ไม่มีโร ค ไม่ต้องกินยา และ ยังจำชื่อลูกหลานให้ได้ แค่นี้ก็ถือว่า “รวย ยิ่งกว่า รวย”


ทรัพย์สินที่มีค่ามากที่สุดก็คือ “ตัวคุณเอง ร่างกายของคุณ สุขภาพของคุณเอง “


เมื่อครั้งนึงคุณเคยใช้ “ทรัพย์สินสุขภาพของคุณ” แบบเปลืองมากๆ


พอมาถึงตอนปลายของชีวิตแล้ว คุณจะพบว่า…


คนที่ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่คนที่มีเงินเยอะที่สุด


แต่เป็นคนที่มี ” สุขภาพ และ เวลา “ เหลือมากพอที่จะใช้เงินที่หามาได้


ครอบครัว เปรียบเหมือนแก้วน้ำว่างๆ 1 ใบ


ความรัก เป็นเหมือนเม็ดทรายที่ใส่จนเต็มแก้ว


ลองเติมน้ำลงไปในแก้ว แล้วจะพบว่า มันยังเติมเต็มความรักให้กันได้อีก


จงให้ความสำคัญกับครอบครัว มากกว่าทรัพย์สินเงินทอง ชื่อเสียง หรือ ความมั่งคั่งร่ำรวย


เงินทองใช้หมดไป หาใหม่ได้ แต่… เวลาที่ผ่านไปในแต่ละวัน


ถ้าไม่ได้ใช้อยู่กับครอบครัวหรือคนที่เรารัก เมื่อพวกเขาจากไป มันย้อนกลับคืนมาไม่ได้


...ชีวิตก็แค่นั้น...

#ชีวิตก็แค่นั้น #สามก๊ก #ปรัชญาจีน #คำคม #ปรัชญาชีวิต #ปรัชญา #สอนใจ #เตือนตนเอง

******

Cr.fwd line

วันพุธที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2566

HOW TO STOP COMPARING WITH OTHERS


..มุทิตา..
ความเป็นผู้ชื่นชมยินดีในเมื่อผู้อื่นได้ดีหรือได้รับความสำเร็จอย่างใดอย่างหนึ่ง



การให้ธรรมชนะการให้ทั้งปวง...สาธุ🙏🙏🙏