แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตามรอยประวัติศาสตร์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ตามรอยประวัติศาสตร์ แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2567

ของเล่นโบราณ


 ช่วงนี้มีภารกิจพาอาสาสมัครที่มาช่วยสอนภาษาอังกฤษให้กับเยาวชนฯ ของมูลนิธิทานบารมี(มทบ) ชมเมืองเก่ามรดกโลก อยุธยา เลยมีเรื่องราวเก็บมาฝากครับ...ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่าน..


ขอขอบคุณป้า"จั๊กจั่น"

🥰🥰🥰🥰


วันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2567

คลองชนะ ทุ่งชายเคือง


คลองชนะ ทุ่งชายเคือง ในปัจจุบัน



         ช่วง"หน้าน้ำ" ราวๆเดือนตุลาคม บ้านเราน้ำเข้าทุ่ง น้ำเข้าใต้ถุนบ้านต้องใช้เรือพายในการเดินทางสัญจร จนถึง ลอยกระทง ผ่านไปน้ำก็ลดลงสู่สภาพปกติ 
       พอเริ่มจำความได้ หน้าน้ำ ป้าพาลงเรือพายไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ ที่ป้าพาไปบ่อยๆ คือ บ้านคลองชนะ เข้าใจว่าเป็นญาติผู้ใหญ่สายยายหลง ...มีตำนานเล่าขานฟังมาตั้งแต่จำความได้ว่า ก่อนเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง พระเจ้าตากออกจากกรุงใช้เส้นทางผ่านทุ่งชายเคือง แล้วพม่าไล่ตามมาทันที่คลองชนะ ....พม่าล่าถอยกลับไป พระเจ้าตากเดินทางต่อไปจนถึงเมืองจันทรบุรี แล้วรวบรวมกำลังกลับมาตีทัพพม่าที่กรุงศรีอยุธยาอีกครั้ง...
        วันนี้ทุ่งชายเคือง และคลองชนะ เปลี่ยนแปลงไปมาก มีถนนตัดผ่านคู่่ขนานไปกับคลองข้าวเม่า  น้ำไม่ท่วมทุ่งแล้ว ทุ่งชายเคืองส่วนหนึ่งมีบ้านจัดสรรมากมาย 
          ขับรถผ่านบริเวณนี้ทีไร นึกถึงสภาพน้ำท่วมทุ่ง พายเรือเก็บสายบัว..."ตำนานบ้านเกิด" ญาติผู้ใหญ่สายยายที่ป้าเคยพามาเยี่ยมเยียนก็คงเหลือแต่ความทรงจำเท่านั้น ลูกหลานเหลนโหลนก็คงจำกันไม่ได้แล้ว....เป็นไปตามกฏที่ว่า"เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป".....ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ...






 

วันเสาร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2566

วัดราชบรรทม



    วัดราชบรรทม ตำบลบ่อโพง อำเภอนครหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นอีกวัดหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มีตำนานเรื่องเล่าจากท้องถิ่นว่า "ตำบลบ่อโพงในสมัยกรุงศรีอยุธยายังมีปรากฏในจดหมายเหตุกรุงศรีว่าก่อนจะทำสงครามหรือเสด็จไปที่ใด พระมหากษัตริย์ทุกพระองค์จะเสด็จทางชลมารถมาตามแม่น้ำป่าสัก มาจอดเรือที่พระที่นั่งที่ตรงวัดราษฏร์บำเพ็ญ ในปัจจุบัน (แต่ก่อนยังไม่มีวัด) และเสด็จขึ้นจากเรือพระที่นั่งเพื่อไปทรงทำความคุ้นเคยกับช้างหรือม้าที่จะใช้เป็นช้าง ม้า พระที่นั่ง โดยประทับอยู่ตรงวัดราชบรรทม (แต่ก่อนยังไม่มีวัด) จากนั้นผู้ดูแลช้าง ม้า จะนำช้าง ม้า พระที่นั่งมาถวายให้ทอดพระเนตร และให้คุ้นเคย บางครั้งก็ต้องทรงค้างคืนอยู่หลายวัน ต่อมาเมื่อสร้างวัด จึงใช้ชื่อว่า วัดราชบรรทมซึ่งน่าจะสร้างในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราชถึงสมเด็จพระเอกาทศรถ และเรียกว่าบ้านท่าวัดในเวลาต่อมา"



ประวัติความเป็นมาวัดราชบรรทม 
พ.ศ.๒๑๒๖ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช 
ทรงเตรียมทัพเพื่อยกไปช่วยพระเจ้านันทบุเรง
ปราบกบฏเมืองอังวะ 
และต่อมา พ.ศ.๒๑๒๗ พระองค์ได้ประกาศอิสรภาพ
ที่เมืองแครง








**********

Cr.ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

*******
















 

วันพฤหัสบดีที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2566

วัดลอดช่อง

 



สวัสดีครับ ขอพาท่านไปไหว้พระที่วัดซึ่งมีความเป็นมาเกี่ยวข้องกับพระนเรศวรมหาราชอีกวัดหนึ่ง  คือ วัดลอดช่อง ซึ่งสันนิษฐานว่า พระมหาเถรคันฉ่อง พระอาจารย์ของสมเด็จพระนเรศวรมหารเป็นผู้สร้าง....

 #วัดลอดช่อง   #วัดมหาเถรคันฉ่อง   #พระนครศรีอยุธยา  #ตามรอยประวัติศาสตร์  

วัดลอดช่อง เดิมชื่อ “วัดมหาเถรคันฉ่อง” สร้างในสมัยอยุธยาตอนกลาง  ตามตำนานกล่าวว่า พระมหาเถรคันฉ่องเป็นพระมอญ จำพรรษาอยู่ ในเมืองแครง อยู่ทางทิศเหนือของกรุงหงสาวดี ใกล้ด่านเจดีย์สามองค์ คุ้นเคยและเมตตาพระนเรศวร ครั้งที่ยังทรงเป็นเชลยศึกอยู่ที่หงสาวดี เป็นพระอาจารย์ของพระยาเกียรติ์ พระยาราม ผู้นำชาวมอญ เมื่อกษัตริย์พม่าสั่งให้พระยาเกียรติ์ พระยาราม กำจัดพระนเรศวร รู้ถึงพระมหาเถรคันฉ่อง ท่านจึงบอกพระนเรศวร พระนเรศวรจึงประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง โดยมีพระมหาเถรคันฉ่องเป็นสักขีพยาน  และเมื่อพระองค์ทรงยกทัพกลับกรุงศรีอยุธยา  พระองค์ทรงอาราธนาพระมหาเถรคันฉ่อง และพาพระยาเกียรติ์ พระยาราม พร้อมครอบครัวชาวมอญอพยพมากรุงศรีอยุธยา และพระราชทานที่ดินให้กับชุมชนชาวมอญตั้งบ้านเรือนบริเวณริมวัดขุนแสน ใกล้พระราชวังจันทรเกษม ส่วนพระมหาเถรคันฉ่อง ทรงแต่งตั้งเป็นสมเด็จพนรัตน์ในตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชผู้ปกครองสงฆ์ฝ่ายเหนือ (อรัญวาสี) ประทับอยู่วัดป่าแก้ว

 วัดลอดช่องสันนิษฐานว่า พระมหาเถรคันฉ่องเป็นผู้สร้าง จากคำบอกเล่า วัดนี้เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านแถวนี้ยังมีตำนานเล่าว่าวัดนี้เป็นหนึ่งในสามวัดที่ใช้ในการสวดคุ้มครองกรุงศรีอยุธยา ซึ่งประกอบด้วยวัดวรเชษฐ์ วัดลอดช่อง(มหาเถรคันฉ่อง) และวัดเจ้าชาย ซึ่งทั้งสามวัดตั้งในตำแหน่งรูปสามเหลี่ยม เมื่อสวดมนต์จากวัดทั้งสามวัดพร้อมกันจะเกิดพลังคุ้มครองเมืองให้แคล้วคลาดปลอดภัย                                                                                     

 สถานที่สำคัญภายในวัด มีพระอุโบสถ วิหารหลวงพ่อขาว วิหารพระพุทธโคดม พระพรหมไตรลักษณ์ และรูปปั้นพระมหาเถรคันฉ่อง....ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ..






หลวงพ่อขาว




พระมหาเถรคันฉ่อง


Cr.ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช



*********









วันพุธที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2566

วัดขุนแสน



“ ...เมื่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเสด็จกลับมาจากเมืองแครงนั้น ได้มีชาวมอญนำโดยพระมหาเถรคันฉ่อง พระยาเกียรติและพระยารามติดตามมาด้วย สมเด็จพระมหาธรรมราชาโปรดเกล้าฯ ให้พระมหาเถรคันฉ่องมาจำพรรษาอยู่ที่วัดมหาธาตุส่วน พระยาเกียรติ และ พระยาราม ให้อยู่ ตำบลบ้านขมิ้น วัดขุนแสน ....” (พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา)..... 

#ตามรอยวิชาประวัติศาสตร์  #วัดขุนแสน  #พระนครศรีอยุธยา  #เล่าสู่กันฟัง

วัดขุนแสน ตั้งอยู่ริมถนนอู่ทอง ตำบลหัวรอ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปัจจุบันเป็นวัดร้างสร้างขึ้นเมื่อใดนั้นไม่ปรากฏหลักฐานสันนิษฐานว่าน่าจะมีมาก่อนรัชสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชา(พ.ศ.๒๑๑๒ ) แห่งกรุงศรีอยุธยา  พ.ศ.๒๑๒๗ เมื่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง และเสด็จกลับกรุงศรีอยุธยา  ได้มีชาวมอญนำโดยพระมหาเถรคันฉ่อง พระยาเกียรติและพระยารามติดตามมาด้วย ชาวมอญได้อยู่บริเวณวัดขุนแสน ซึ่งใกล้กับวังจันทรเกษมซึ่งเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อครั้งยังทรงเป็นพระมหาอุปราช   และมีตำนานจากชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้วัดเล่าว่า เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชการที่ ๔ เสด็จมาประทับที่วังจันทรเกษม พระองค์ทอดพระเนตรเห็นแสงสว่างปรากฏที่บริเวณวัดขุนแสน พระองค์จึงทรงโปรดให้บูรณะปฏิสังขรณ์วัดขุนแสน และปรากฏหลักฐานการบูรณะในสมัยรัชกาลที่ ๔ ปรากฏในประชุมพงศาวดาร  ความว่า วัดขุนแสนนั้น ทรงพระราชดำริว่า พระบุรพการีของพระบรมจักรีวงศ์ได้ตั้งนิวาสถานอยู่ใกล้เคียง เมื่อในแผ่นดินสมเด็จพระนเรศวรจึงโปรดให้พระยาราชสงครามเป็นนายงานสถาปนาอีกพระอาราม ๑ ได้ก่อพระเจดีย์ใหญ่สวมเจดีย์ของเดิม และสร้างพระวิหารหลวง ยังไม่ได้ยกเครื่องบนคงค้างอยู่เพียงนั้น

โบราณสถานที่เหลืออยู่ในปัจจุบัน คือ เจดีย์ ๒ องค์  เจดีย์ประธาน  เจดีย์บริวาร ซากฐานวิหารหน้าเจดีย์ประธาน นอกจากนี้ยังมีศาลพ่อขุนแสน อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเจดีย์ประธาน

เจดีย์ประธาน เป็นเจดีย์ทรงระฆังขนาดใหญ่สร้างทับซ้อนกัน ๒ ชั้น เจดีย์องค์ในเป็นเจดีย์สมัยอยุธยาตอนกลาง องค์นอก สร้างพอกในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่ยังไม่แล้วเสร็จ และมีเจดีย์บริวารหนึ่งองค์ ริมถนนอู่ทอง..... 









*********


"พระยาเกียรติ พระยาราม นำชาวมอญตามเสด็จมาอยุธยาหลังประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง.."
Cr.ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

..............................


วัดราชบรรทม (คลิก)