ช่วงนี้มีภารกิจพาอาสาสมัครที่มาช่วยสอนภาษาอังกฤษให้กับเยาวชนฯ ของมูลนิธิทานบารมี(มทบ) ชมเมืองเก่ามรดกโลก อยุธยา เลยมีเรื่องราวเก็บมาฝากครับ...ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่าน..
วันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2567
ของเล่นโบราณ
ช่วงนี้มีภารกิจพาอาสาสมัครที่มาช่วยสอนภาษาอังกฤษให้กับเยาวชนฯ ของมูลนิธิทานบารมี(มทบ) ชมเมืองเก่ามรดกโลก อยุธยา เลยมีเรื่องราวเก็บมาฝากครับ...ขอบคุณที่แวะเข้ามาอ่าน..
วันอาทิตย์ที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2567
คลองชนะ ทุ่งชายเคือง
วันเสาร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2566
วัดราชบรรทม
วันพฤหัสบดีที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2566
วัดลอดช่อง
สวัสดีครับ ขอพาท่านไปไหว้พระที่วัดซึ่งมีความเป็นมาเกี่ยวข้องกับพระนเรศวรมหาราชอีกวัดหนึ่ง คือ วัดลอดช่อง ซึ่งสันนิษฐานว่า พระมหาเถรคันฉ่อง พระอาจารย์ของสมเด็จพระนเรศวรมหารเป็นผู้สร้าง....
#วัดลอดช่อง #วัดมหาเถรคันฉ่อง #พระนครศรีอยุธยา #ตามรอยประวัติศาสตร์
วัดลอดช่อง เดิมชื่อ “วัดมหาเถรคันฉ่อง” สร้างในสมัยอยุธยาตอนกลาง ตามตำนานกล่าวว่า พระมหาเถรคันฉ่องเป็นพระมอญ
จำพรรษาอยู่ ในเมืองแครง อยู่ทางทิศเหนือของกรุงหงสาวดี ใกล้ด่านเจดีย์สามองค์
คุ้นเคยและเมตตาพระนเรศวร ครั้งที่ยังทรงเป็นเชลยศึกอยู่ที่หงสาวดี
เป็นพระอาจารย์ของพระยาเกียรติ์ พระยาราม ผู้นำชาวมอญ
เมื่อกษัตริย์พม่าสั่งให้พระยาเกียรติ์ พระยาราม กำจัดพระนเรศวร
รู้ถึงพระมหาเถรคันฉ่อง ท่านจึงบอกพระนเรศวร
พระนเรศวรจึงประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง โดยมีพระมหาเถรคันฉ่องเป็นสักขีพยาน และเมื่อพระองค์ทรงยกทัพกลับกรุงศรีอยุธยา พระองค์ทรงอาราธนาพระมหาเถรคันฉ่อง และพาพระยาเกียรติ์
พระยาราม พร้อมครอบครัวชาวมอญอพยพมากรุงศรีอยุธยา
และพระราชทานที่ดินให้กับชุมชนชาวมอญตั้งบ้านเรือนบริเวณริมวัดขุนแสน
ใกล้พระราชวังจันทรเกษม ส่วนพระมหาเถรคันฉ่อง
ทรงแต่งตั้งเป็นสมเด็จพนรัตน์ในตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชผู้ปกครองสงฆ์ฝ่ายเหนือ
(อรัญวาสี) ประทับอยู่วัดป่าแก้ว
วัดลอดช่องสันนิษฐานว่า
พระมหาเถรคันฉ่องเป็นผู้สร้าง จากคำบอกเล่า
วัดนี้เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านแถวนี้ยังมีตำนานเล่าว่าวัดนี้เป็นหนึ่งในสามวัดที่ใช้ในการสวดคุ้มครองกรุงศรีอยุธยา
ซึ่งประกอบด้วยวัดวรเชษฐ์ วัดลอดช่อง(มหาเถรคันฉ่อง) และวัดเจ้าชาย
ซึ่งทั้งสามวัดตั้งในตำแหน่งรูปสามเหลี่ยม
เมื่อสวดมนต์จากวัดทั้งสามวัดพร้อมกันจะเกิดพลังคุ้มครองเมืองให้แคล้วคลาดปลอดภัย
สถานที่สำคัญภายในวัด มีพระอุโบสถ วิหารหลวงพ่อขาว วิหารพระพุทธโคดม พระพรหมไตรลักษณ์ และรูปปั้นพระมหาเถรคันฉ่อง....ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ..
วันพุธที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2566
วัดขุนแสน
“ ...เมื่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเสด็จกลับมาจากเมืองแครงนั้น ได้มีชาวมอญนำโดยพระมหาเถรคันฉ่อง พระยาเกียรติและพระยารามติดตามมาด้วย สมเด็จพระมหาธรรมราชาโปรดเกล้าฯ ให้พระมหาเถรคันฉ่องมาจำพรรษาอยู่ที่วัดมหาธาตุส่วน พระยาเกียรติ และ พระยาราม ให้อยู่ ตำบลบ้านขมิ้น วัดขุนแสน ....” (พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา).....
#ตามรอยวิชาประวัติศาสตร์ #วัดขุนแสน #พระนครศรีอยุธยา #เล่าสู่กันฟัง
วัดขุนแสน ตั้งอยู่ริมถนนอู่ทอง
ตำบลหัวรอ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปัจจุบันเป็นวัดร้างสร้างขึ้นเมื่อใดนั้นไม่ปรากฏหลักฐานสันนิษฐานว่าน่าจะมีมาก่อนรัชสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชา(พ.ศ.๒๑๑๒
) แห่งกรุงศรีอยุธยา พ.ศ.๒๑๒๗
เมื่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง
และเสด็จกลับกรุงศรีอยุธยา ได้มีชาวมอญนำโดยพระมหาเถรคันฉ่อง พระยาเกียรติและพระยารามติดตามมาด้วย
ชาวมอญได้อยู่บริเวณวัดขุนแสน
ซึ่งใกล้กับวังจันทรเกษมซึ่งเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
เมื่อครั้งยังทรงเป็นพระมหาอุปราช และมีตำนานจากชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้วัดเล่าว่า
เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชการที่ ๔ เสด็จมาประทับที่วังจันทรเกษม
พระองค์ทอดพระเนตรเห็นแสงสว่างปรากฏที่บริเวณวัดขุนแสน พระองค์จึงทรงโปรดให้บูรณะปฏิสังขรณ์วัดขุนแสน
และปรากฏหลักฐานการบูรณะในสมัยรัชกาลที่ ๔ ปรากฏในประชุมพงศาวดาร
ความว่า “วัดขุนแสนนั้น
ทรงพระราชดำริว่า พระบุรพการีของพระบรมจักรีวงศ์ได้ตั้งนิวาสถานอยู่ใกล้เคียง
เมื่อในแผ่นดินสมเด็จพระนเรศวรจึงโปรดให้พระยาราชสงครามเป็นนายงานสถาปนาอีกพระอาราม
๑ ได้ก่อพระเจดีย์ใหญ่สวมเจดีย์ของเดิม
และสร้างพระวิหารหลวง ยังไม่ได้ยกเครื่องบนคงค้างอยู่เพียงนั้น”
โบราณสถานที่เหลืออยู่ในปัจจุบัน คือ เจดีย์ ๒
องค์ เจดีย์ประธาน เจดีย์บริวาร ซากฐานวิหารหน้าเจดีย์ประธาน
นอกจากนี้ยังมีศาลพ่อขุนแสน อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเจดีย์ประธาน
เจดีย์ประธาน เป็นเจดีย์ทรงระฆังขนาดใหญ่สร้างทับซ้อนกัน ๒ ชั้น เจดีย์องค์ในเป็นเจดีย์สมัยอยุธยาตอนกลาง องค์นอก สร้างพอกในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่ยังไม่แล้วเสร็จ และมีเจดีย์บริวารหนึ่งองค์ ริมถนนอู่ทอง.....













