วันพุธที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2566
ทุกข์
วันอาทิตย์ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2566
ชีวิต
วันพุธที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2566
กรรมมีจริง
"กรรมมีจริง ผลของกรรมมีจริง"
"กรรมดีให้ผลดีจริง กรรมชั่วให้ผลชั่วจริง"
"ผู้ใดทำกรรมใดไว้ จักเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น
ผู้ไม่ได้ทำหาต้องได้รับไม่"
ความเข้าใจผิดในเรื่องนี้มีอยู่ให้ได้ยินได้ฟังอยู่เนืองๆ เช่น บิดามารดาทำไม่ดีต่างๆนานาให้เห็น เกิดเหตุการณ์รุนแรงแก่ชีวิตบุตรธิดา ก็มักล่าวกันว่าลูกรับเคราะห์แทนมารดาบิดาบ้างหรือลูกรับกรรมแทนบิดามารดาบ้าง ความจริงไม่เป็นเช่นนั้น กรรมของผู้ใดผลย่อมเป็นของผู้นั้น จะได้รับผลกรรมแทนกันไม่ได้..ไม่มี
มารดาบิดาทำไม่ดี ทำบาปทำอกุศล ยังอยู่ดีมีสุขเพราะผลของบาปอกุศลยังส่งไม่ถึง แต่บุตรธิดาที่ไม่ทันได้ทำบาบทำอกุศล กลับต้องมีอันเป็นไปต่างๆ นั้น นั่นเป็นเรื่องของการรับผลของบาปอกุศลที่ทำไว้ในภพชาติก่อน ที่ตามมาส่งผลในภพในชาตินี้แน่นอน บุตรธิดาผู้ได้รับผลไม่ดีต่างๆ นานา ต้องทำกรรมไม่ดีไว้ในภพชาติหนึ่งแน่นอน แต่เราไม่รู้ไม่เห็นเท่านั้น ไม่ใช่เพราะบุตรธิดารับผลกรรมแทนมารดาบิดา
ผู้จะเกิดร่วมกัน เป็นแม่เป็นพ่อเป็นลูกกัน ต้องมีกรรมดีกรรมชั่วในระดับเดียวกัน ไม่แตกต่างห่างไกลกัน จึงทำให้เหมือนลูกรับกรรมแทนพ่อแม่ที่ทำบาปอกุศล ลูกที่มารับผลไม่ดีต่างๆ ขณะที่พ่อแม่ผู้ประกอบกรรมไม่ดีนั้น นั่นเพราะกรรมไม่ดีของลูกส่งผลทันในระยะนั้น จึงทำให้ยากจะเข้าใจได้ จึงทำให้เกิดความสับสนกันมาก กรรมของคนหนึ่ง ผลจะไม่เกิดแก่อีกคนหนึ่งแน่นอน..
(สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาปรินายก)
***********
ผู้ใดทำเหตุย่อมได้รับผลตรงตามเหตุแน่นอน(คลิก)
วันเสาร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2564
วันพฤหัสบดีที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2563
การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า
วันพฤหัสบดีที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2563
การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า
....Buddhism is the teachings of the Lord Buddha. In short, it teaches you the truth of life, namely suffering, which is the nature of life. and the cessation of suffering which is the goal or desired result of life When speaking in broad terms, it means teaching to abstain from evil, do good, and purify one's mind. And when spoken of in principle, it is Teach to practice the precepts practice in meditation Practice in wisdom This is for the benefit and happiness of the masses. Or for the benefit of all people in the world...
********
Cr.Book of Buddha's Enlightenment Somdej Phra Yannasangwon His Holiness Somdet Phra Sangharaja Sakon Maha Sangkhaparinayok
***********
วันพฤหัสบดีที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2560
ปล่อยวาง...
ถ้าอ่านให้เข้าใจ
แล้วจะไม่โกรธใครอีกแล้ว
หลวงพ่อรูปหนึ่ง ปลูกกล้วยไม้ กระถางหนึ่งด้วยความทะนุถนอม กล้วยไม้ ก็แข็งแรง สวยงามยิ่งนัก...
วันหนึ่ง หลวงพ่อต้องออก
ไปธุระหลายวัน เลยฝาก
เณรน้อย ให้ช่วยดูแล เณรน้อย ก็เอาใจใส่ดูแลอย่างดี กล้วยไม้ ก็ยิ่ง
งอกงามด้วยดี..
วันหนึ่ง เณรน้อย ต้องออกไปธุระ ก่อนออกไป ได้เอากระถางไปวาง
ตากแดดริมหน้าต่าง หลังจากนั้น เกิดพายุอย่างไม่คาดคิด พัดเอากระถางตกลงบนพื้นแตกกระจาย
ต้นกล้วยไม้หักเละ เณรน้อย กลับมาเห็น ตกใจ และ เสียใจมาก และ ยังกลัวถูก หลวงพ่อตำหนิด้วย...
ไม่กี่วัน หลวงพ่อ กลับมา เณรน้อย ก็บอกเล่าตามจริง เตรียมตัว เตรียมใจรับการถูกดุด่า
แต่หลวงพ่อ กลับไม่ได้ว่าอะไร ทำให้ เณรน้อยประหลาดใจ เป็นอย่างมาก เพราะ หลวงพ่อ รัก
กล้วยไม้ กระถางนี้มาก...
หลวงพ่อ เพียงยิ้ม ๆ แล้วกล่าวว่า
“ ข้า ปลูก กล้วยไม้ ไม่ได้ เพื่อไว้โกรธนะ ”
คำง่าย ๆ กลับกลายเป็น
สัจธรรมปลดปล่อยวาง...
คนเราทำงาน ไม่ได้เพื่อไว้โกรธกัน..
คนเรารักกัน ก็ไม่ได้เพื่อไว้โกรธกัน.
สิ่งที่ให้ไปแล้ว เมื่อเอากลับมาไม่ได้ ก็ไม่ต้องโทษใคร หรือ เสียใจ...
ตอนมี ต้องใส่ใจ
ตอนเสียไป ให้ปลดปลง
ใจ ไม่ติดค้างใคร
ก็พอแล้ว...
ถ้าคุณแค้น ชีวิต ก็เต็มไป
ด้วย ความแค้น ...
ถ้าคุณ นึกขอบคุณ
ที่ใด ๆ ก็เต็มไปด้วย
เรื่องที่น่าขอบคุณ...
ถ้าคุณ เติบกล้า การงาน ก็จะก้าวหน้า ...
ไม่ใช่ โลกนี้ เลือกคุณ แต่คุณ เป็นคนเลือก โลกใบนี้ ...
ฉะนั้น... จงอย่าโกรธลูก พ่อแม่ พี่น้อง เพื่อนร่วมงาน และทุกสรรพสิ่งในโลก จงใจกว้าง และ เมตตา อุเบกขา ปลดปล่อยวาง
แค่นี้ ก็สุข
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร
@@@@@
Cr.fwd line
วันอังคารที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559
ความพอดีของชีวิต
วันศุกร์ที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2559
จิตหลงมายา..
**********
วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2558
พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนอะไร
วันจันทร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2558
นิพพานเป็นบรมสุขอย่างยิ่ง
วันพุธที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2558
..ตายทั้งเป็น..
ใจที่มีความคิดอาบยาพิษร้าย เป็นใจที่ทำให้ตายได้ทั้งเป็น อันการตายทั้งเป็นนั้น น่าหวาดกลัวยิ่งกว่ามากมายนัก
ผู้ที่ตายทั้งเป็น คือ ผู้เป็นคนเลวในสายตายของคนดี เป็นที่รังเกียจของสังคมคนดี ไปสู่ที่ใดจักไม่มีความหมาย เหมือนเป็นคนว่างเปล่า ปราศจากการต้อนรับ ที่ท่านเปรียบว่าตายทั้งเป็นก็เช่นนี้ด้วย คือไม่อยู่ในสายตาในความสนใจของผู้ใด เห็นก็เหมือนไม่เห็น จึงเป็นเหมือนวิญญาณที่ไม่มีร่าง ยิ่งกว่านั้น ผู้ที่ตายทั้งเป็นคือผู้ที่เป็นดั่งซากศพที่เน่าเหม็น เป็นที่ยินดีพอใจเข้าห้อมล้อมหนาแน่นของเหล่าแมลงวันหรือหนอนน้อยใหญ่เท่านั้น
นั่นก็คือ คนตายทั้งเป็นด้วยกัน หรือคนไม่ดีด้วยกันเท่านั้นที่จะยินดีต้อนรับพวกเดียวกัน..." คนดีจักไม่รังเกียจคนไม่ดี..ไม่มีเลย.."
,,,ฯลฯ...
(พระนิพนธ์ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาปริณายก อำนาจอันยิ่งใหญ่แห่งกรรม)
******
ผู้เข้ากันได้โดยธาตุ (คลิก)
******
พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนอะไร (คลิก)
******
วันจันทร์ที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2558
ผิวพรรณผ่องใส เพราะใจเบิกบาน..
วันเสาร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2558
ผู้ปรารถนาความมีปัญญา
วันศุกร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2558
อำนาจของกรรมใหญ่ยิ่งที่สุดในโลก
ทำดีต้องได้ดีเสมอไม่มีข้อยกเว้น (คลิก)
********
พระนิพนธ์ สมเด็จพระญาณสังวร (คลิก)
วันพฤหัสบดีที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2558
สุปฏิบัติ ปฏิบัติดี
วันอังคารที่ 7 กรกฎาคม พ.ศ. 2558
อาหาร
วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2558
ตะปูตอกใจ..
ครั้งหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับ ณ เชตวนาราม ทรงสอนให้พระภิกษุทั้งหลาย ให้ละกิเลสอันเป็นเสมือนตะปูที่ตอกตรึงจิต ๕ ประการ และกิเลสที่ผูกพันจิต ๕ ประการ ซึ่งหากภิกษุไม่สามารถถอนกิเลสที่เปรียบเสมือนตะปูที่ตอกตรึงจิต และกิเลสที่ผูกพันจิต รวม ๑๐ ประการนี้ได้ ก็จะไม่มีความเจริญงอกงามไพบูลย์ในพระธรรมวินัย
ตะปูตอกตรึงใจ ๕ ประการ เรียกสั้นว่า เจโตขีละ อันได้แก่มีกังขา คือ
๑.สงสัยในพระศาสดา
๒.สงสัยในพระธรรม
๓.สงสัยในพระสงฆ์
๔.สงสัยในสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปัญญา
๕.มักโกรธ ขัดใจใน สพรหมจารี คือผู้ประพฤติธรรมทั้งหลาย
และกิเลสอันเป็นเครื่องผูกพันจิต ๕ ประการ คือ
๑.ความติดใจ ยินดีในกาม ทำให้จิตไม่มีสมาธิ
๒.ความติดใจ ยินดีในกายของตน มุ่งที่จะทำนุบำรุงกายให้มีความสุข จะต้องอยู่ในที่ที่มีความสุขทางกาย
๓.ความติดใจ ยินดีในรูปภายนอกต่าง ๆ มุ่งแต่จะประดับตกแต่งให้วิจิตรพิสดาร จนไม่มีเวลาปฏิบัติธรรม
๔.ความที่กินและก็นอน ไม่ได้ทำอะไรให้เป็นประโยชน์ เสียทั้งทางโลกและทางธรรม
๕.ความปรารถนาที่จะไปสวรรค์ เป็นความปรารถนาที่สวนทางกับมรรคผลนิพพาน
*****
และพระพุทธองค์ทรงสอนธรรมที่จะทำให้ไปสู่ความสำเร็จมรรคผล นิพพานคือ อิทธิบาท ๔ อันได้แก่ ฉันทะ วิริยะ จิตตะและวิมังสา และตรัสเพิ่มอีกข้อหนึ่ง คือ ขันติ อันหมายถึงความอดทน อดกลั้น ซึ่งหากภิกษุทำกิจให้สำเร็จรวม ๑๕ ข้อ ข้างต้นที่กล่าวมาแล้ว ก็จะทำให้การปฏิบัติทางสมถกรรมฐาน และวิปัสสนากรรมฐาน ได้บรรลุถึงความสำเร็จได้....
*****
(เรียบเรียงจาก ธรรมะบรรยาย อบรมจิต ของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช และพระไตรปิฎกฉบับประชาชน)
*****
********
*******
นิวรณ์ (คลิก)
*********








