วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ปรุงแต่งดี ก็ดี..


..ฯลฯ..
..หลักปฏิบัติ ๔ ข้อ..
   ๑.ไม่เอาทุกข์ทับถมตนที่ไม่มีทุกข์ทับถม
   ๒.ไม่ละทิ้งสุขที่ชอบธรรม
   ๓.แม้ในสุขที่ชอบธรรมนั้น ก็ไม่สยบมัวเมา..
   ๔.เพียรกำจัดเหตุแห่งทุกข์ให้หมดสิ้นไป
                                               (เทวทหสูตร)
...ฯลฯ...
    ...การปฏิบัติก็มียากบ้าง ง่ายบ้าง ต้องวางจิตให้ถูก  ในแง่ที่ว่ากำลังฝึกตน  จะได้ไม่กลายเป็นว่า สิ่งที่ยากกลายเป็นความทุกข์  อาจจะมีทุกข์บ้าง...ต้องรู้เท่าทันว่า..เรากำลังแก้ไข...
....ทุกข์สำหรับรู้...
......
     ...จุดสำคัญที่ทำให้เราไปผิดทางก็คือว่ามี ๒ อย่าง..
     ...ปัญหามาหรือทุกข์มาเนี่ย..!!.
     ...ถ้าเอา"ใจ" รับก็เพลี่ยพล้ำ..!!!.
     ...แต่ถ้าเอา"ปัญญา"รับ ก็เข้าสู่ทางที่ถูกต้อง..ดำเนินการไปสู่การแก้ไขปัญหาได้...
...ฯลฯ...
                                (พระพรหมคุณาภรณ์ ป. อ.ปยุตฺโต)



*******
อารมณ์วิปัสสนา (คลิก)

********

วันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

สมถะ..วิปัสสนา



ความแตกต่างระหว่างสมถะกับวิปัสสนา
..ฯลฯ..
...สมถภาวนา..จิตตภาวนา..สมถะ..สมาธิ..คือการฝึกอบรมจิตใจให้อยู่กับความดีงามเกิดความสงบ..ผลสำเร็จที่สูงขึ้นๆ คือ "ฌาน"..---->>อภิญญา ๕ ...โลกียอภิญญา..
..ฯลฯ..
...วิปัสสนาภาวนา..ปัญญาภาวนา..วิปัสสนา..ปัญญา..คือการฝึกอบรมเจริญปัญญาให้เกิดความรู้แจ้งชัดตามความเป็นจริง ผลสำเร็จที่สูงขึ้นคือ "ญาน"..----> อาสวักขยญาณ..โลกุตตรอภิญญา..
..ฯลฯ..



******************
ภาวนา (คลิก)
สมถะ สมาธิ ฌาน (คลิก)
.....................

ภาวนา ๒



ภาวนา: การเจริญ,การทำให้เกิดขึ้นให้มีขึ้น,การฝึกอบรมจิต
ภาวนา ๒
    ๑.สมถภาวนา คือการฝึกอบรมจิตให้เกิดความสงบ,การฝึกสมาธิ
    ๒.วิปัสสนาภาวนา คือ การฝึกอบรมปัญญาให้เกิดความรู้แจ้งตามความเป็นจริง,การเจริญปัญญา
    สองอย่างนี้ บางทีเรียกว่า "กรรมฐาน" หมายถึง อารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งงานเจริญภาวนา ที่ตั้งแห่งงานทำความเพียรฝึกอบรมจิต วิธีอบรมจิต
(จากพจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม พระพรหมคุณาภรณ์ ป. อ.ปยุตฺโต)



****************

วันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

สมถะ..สมาธิ..ฌาน..

..ฯลฯ..
     ฌาน : การเพ่งพินิจด้วยจิตที่เป็นสมาธิแน่วแน่
     ฌาน ๔ = รูปฌาน ๔
     ๑.ปฐมฌาน :ฌานที่ ๑ มีองค์ ๕ คือ วิตก วิจาร ปิติ สุข       เอกัคคัตตา
     ๒.ทุติยฌาน :ฌานที่ ๒ มีองค์ ๓ คือ ปิติ สุข เอกัคคัตตา
     ๓.ตติยฌาน :ฌานที่ ๓ มีองค์ ๒ คือ สุข เอกัคคัตตา
     ๔.จตุตถฌาน :ฌานที่ ๔ มีองค์ ๒ คือ อุเบกขา เอกัคคัตตา
..ฯลฯ..
(จาก พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม พระพรหมคุณาภรณ์ ป. อ.ปยุตฺโต)   



**************
นิวรณ์ (คลิก)
........

วันพุธที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ความไม่ประมาท


ฯลฯ
อัปมาเทน สัมปาเทถ
จงอย่าประมาท
ฯลฯ
อย่าประมาทคือ อย่าขาดสติ
อย่าลืมอนุสติ ๑๐
อย่าลืมสติปัฏฐาน ๔
ความไม่ประมาทมีอยู่ ๖ ประการ
ไม่ประมาทในพระพุทธ
ไม่ประมาทในพระธรรม
ไม่ประมาทในพระสงฆ์
ไม่ประมาทในการศึกษา
ไม่ประมาทในภัยแม้แต่น้อย
ไม่ประมาทในปฏิสันถาร
ฯลฯ
พระเจ้าอโศกมหาราช
หันมานับถือพระพุทธศาสนา
ก็ด้วยคาถาว่า
อัปปะมาโท อะมะตัง ปะทัง
ความไม่ประมาท เป็นหนทางแห่งความไม่ตาย
ที่สามเณรนิโครธเทศน์โปรด
พระองค์ได้สติได้สัมปชัญญะ
เลิกทำการฆ่าคนอื่น
หันมาทำกุศล ทาน ศีล ภาวนา อ้นยิ่งใหญ่
ฯลฯ
พระมหาประนอม ธัมมาลังการโร



(บางส่วนบางตอนจาก ธรรมะบรรยาย บาลีเรียนง่าย ของพระมหาประนอม ธัมมาลังการโร วัดจากแดง)

***************

วิปลาส (คลิก)

อนุสติ (คลิก)

*********