วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

สัมมาสมาธิ...

....ฯลฯ....
...ระบบไตรสิกขาเพื่อการพัฒนาอย่างองค์รวม ฯ...
    ในการกระทำทุกอย่าง ไม่ว่าจะแสดงพฤติกรรมอะไร หรือมีกิจกรรมใด ๆ ก็ตาม เราสามารถฝึกฝนพัฒนาตนและสำรวจตรวจสอบตนเองตามหลัก ไตรสิกขา นี้  ให้มีการศึกษาครบทั้ง ๓ อย่าง ทั้ง  ศีล  สมาธิ  และ  ปัญญา พร้อมกันไปทุกคราว คือเมื่อทำอะไรก็พิจารณาดูว่า
   พฤติกรรม หรือ การกระทำ ของเราครั้งนี้ จะเป็นการเบียดเบียนทำให้เกิดความเดือดร้อนแก่ใครหรือไม่ จะก่อให้เกิดความเสื่อมโทรมเสียหายอะไร ๆ บ้างไหม หรือว่าเป็นไปเพื่อความเกื้อกูล ช่วยเหลือ ส่งเสริม และสร้างสรรค์ ( ศีล )
     *ในเวลาที่จะทำนี้ จิตใจ ของเราเป็นอย่างไร เราทำด้วยจิตใจที่เห็นแก่ตัว มุ่งร้ายต่อใคร ทำด้วยความโลภ โกรธ หลง หรือไม่ หรือทำด้วยความเมตตา มีความปรารถนาดี ทำด้วยศรัทธา ทำด้วยสติ มีความเพียร มีความรับผิดชอบเป็นต้น และในขณะที่ทำสภาพจิตใจของเราเป็นอย่างไร เร่าร้อน กระวนกระวาย ขุ่นมัว เศร้าหมอง หรือว่ามีจิตใจที่สงบ ร่าเริง เบิกบาน เป็นสุข เอิบอิ่ม ผ่องใส ( สมาธิ )
     เรื่องที่ทำครั้งนี้ เราทำด้วย ความรู้ความเข้าใจ ชัดเจนดีแล้วหรือไม่ เรามองเห็นเหตุผล รู้เข้าใจหลักเกณฑ์ความมุ่งหมาย มองเห็นผลดีผลเสียที่อาจจะเกิดขึ้น และหนทางแก้ไขปรับปรุงพร้อมดีแล้วหรือไม่ ( ปัญญา )
      ด้วยวิธีปฏิบัติอย่างนี้ คนที่ฉลาดจึงสามารถฝึกศึกษาพัฒนาตนและตรวจสอบวัดผลการพัฒนาตนได้เสมอตลอดทุกครั้งทุกเวลา...
....ฯลฯ.....
(หนังสือ พุทธธรรม(ฉบับเดิม) พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตฺโต))

*****
หมายเหตุ  ส่วน มิจฉาสมาธิ แปลว่า ความตั้งใจผิด ได้แก่จดจ่อ ปักใจแน่วในกามราคะ เช่น จดจ่อความสุข, จดจ่อความสบายในสมาธิ,  ความจดจ่อในพยาบาท เป็นต้น (ข้อ . ใน มิจฉัตตะ ๑๐)  หรือตีความในแง่ของการปฏิบัติทางพุทธศาสนาได้ว่า มิจฉาสมาธิ คือสมาธิที่มิได้นำไปใช้เพื่อการสนับสนุนการเจริญวิปัสสนา  แต่เป็นการหลงผิดนำไปใช้เพื่อประโยชน์อื่นๆทางโลกหรือโลกิยะ อันเป็นไปเพื่อความสุขสบาย เป็นไปทั้งโดยรู้ตัว และไม่รู้ตัวด้วยอวิชชาเป็นจำนวนมาก  (จาก  http://www.nkgen.com/367.htm  )

วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

สารจากประธานรุ่น ๒๕๕๘ - ๒๕๕๙


ร.อ.สุรเดช กันเกตุ ประธานรุ่น 
(๒๕๕๘ - ๒๕๕๙)

*****

...สารจากประธานรุ่น....

นรจ.๐๙ ทอดผ้าป่าที่หนองคาย



******
(สำเน่า)
คำสั่งชมรม นรจ.๐๙
ที่  ๑/๒๕๕๘
เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการ นรจ.รุ่น ๐๙
------------------------------------
      เพื่อให้การบริหารงานของชมรม นรจ.รุ่น ๐๙  เป็นไปด้วยความเรียบร้อย อาศัยอำนาจตามข้อบังคับชมรม นรจ.รุ่น ๐๙  พ.ศ.๒๕๕๕ จึงให้ผู้มีรายชื่อต่อไปนี้เป็นคณะกรรมการและที่ปรึกษาชมรม นรจ.รุ่น ๐๙  โดยปฏิบัติหน้าที่จนครบกำหนดตามวาระ  ๒  ปี
     ๑.  ประธานกรรมการ
           ร.อ.สุรเดช  กันเกตุ
     ๒.  ประธานที่ปรึกษาพิเศษ
           พล.ร.ท.จำรัส  เผือกประพันธ์
     ๓.  ประธานที่ปรึกษา
           พล.ร.ต.วิติ  บัวศรี
     ๔.  รองประธานที่ปรึกษาและกรรมการที่ปรึกษา
           ๑. พ.จ.อ.ชลิต  เกิดชื่น
           ๒. น.อ.สมนึก  นาคสมบุญ
           ๓. น.อ.สมบัติ  น่วมนิ่ม
           ๔. น.ต.รัตนชัย  มุสิกะสิน
           ๕. น.อ.สำเริง  แทนวันดี
           ๖. น.อ.ศักดิ์สิทธิ์  บำรุง
           ๗. น.อ.เสรี  อินทวี
           ๘. น.อ.อุดม  มะลิมาตย์
           ๙. น.อ.ยงยุทธ  อิงสุข
           ๑๐. น.อ.โสภณ  อิ่มกมล
           ๑๑. น.อ.กองมี  ขุนแข็ง
           ๑๒. น.อ.ปราโมทย์  มงคล
           ๑๓. น.ท.บุญโชติ  ตั้งเจริญ
     ๕.  รองประธานกรรมการ
           ๑. น.ท.อนันต์  ชาตตระกูล      -กรุงเทพ
           ๒. น.อ.กองมี  ขุนแข็ง             -สัตหีบ
           ๓. น.อ.อาวุธ  โชติธรรม           -ภูมิภาค           
     ๖.  กรรมการและเลขานุการกลาง
           พ.จ.อ.วิเชียร  มามีเกตุ
     ๗.  กรรมการฝ่ายเลขานุการกรุงเทพ
           ๑. น.อ.อำนวย  รอดทอง
           ๒. น.อ.ทวีศักดิ์  สุภานันท์
           ๓. น.ต.วิจิตร  อิ่มใจ
           ๔. น.ต.ธนู  เพิ่มพูล
           ๕. จ.อ.ทัศนะ  ไววิริยะ
           ๖. น.อ.เสริมศักดิ์ ยลสิริธรรม
     ๘.  กรรมการฝ่ายเลขานุการภาคตะวันออก
           ๑. น.อ.เสรี  อินทวี
           ๒. น.ท.ศักดิ์  บุญเจิม
           ๓. น.ท.จำลอง  กาเผือก
           ๔. น.ท.มงคล  พรหมรุ่งเรือง
           ๕. น.อ.ประทีป  อินสุข
           ๖. น.ท.ณรงค์  จันทร์ดี
    ๙.  กรรมการฝ่ายเลขานุการภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
           ๑. น.อ.สมบัติ  น่วมนิ่ม
           ๒. น.อ.สำราญ  กองศรี
           ๓. น.อ.ประดิษฐ์  ศรีเฉลิม
           ๔. พ.ต.ท.ชัยพจน์  ศรีม่วง
           ๕. น.ต.ฉลอง  เยาวะ
           ๖. จ.อ.สุรพงษ์  ไชยมงคล
     ๑๐.  กรรมการฝ่ายเหรัญญิกและสวัสดิการ
           ๑. น.อ.สำราญ  ศรีโมรา
           ๒. น.ท.บำเพ็ญ  บำเพ็ญผล
           ๓. น.อ.โสภณ  อิ่มกมล
           ๔. น.ท.ศักดิ์  บุญเจิม
           ๕. น.อ.สมนึก  นาคสมบุญ
     ๑๑. กรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์และเทคโนโลยี่สารสนเทศ
           ๑. น.อ.รังสิต  นาคน้ำ
           ๒. น.อ.อุดม  มะลิมาตย์
           ๓. จ.อ.สุรินทร์  ธีระนาวิน
           ๔. น.ท.มงคล  พรหมรุ่งเรือง
           ๕. น.ท.ทัยวัฒน์  พาทองคำ
           ๖. ร.ต.เดชา  เปรมมณี
           ๗. น.ต.พีระ  เหมือนแม้น
           ๘. ร.ท.สุรศักดิ์  ฮวบดี
           ๙. น.อ.ทวีศักดิ์  สุภานันท์
           ๑๐. น.อ.ประสพโชค  วุฒิสาร
           ๑๑. จ.อ.ทัศนะ  ไววิริยะ
           ๑๒. น.อ.ชูศิลป์  สืบปรุ
           ๑๓. น.ท.มานิจ  โพธิ์รัศมี           
           ๑๔. น.อ.สาธร  โค้วบ้วนอาน
           ๑๕. จ.อ.ประจวบ  แก้วกอง
           ๑๖. น.อ.คีรี  เกษมณี
     ๑๒. กรรมการฝ่ายปฏิคม ประสานงาน และต้อนรับ
           ๑. น.อ.โสภณ  อิ่มกมล
           ๒. น.อ.เสรี  อินทวี
           ๓. น.อ.สำเริง  แทนวันดี
           ๔. น.อ.ศักดิ์สิทธิ์  บำรุง
           ๕. น.อ.ประทีป  อินสุข
     ๑๓. กรรมการฝ่ายทะเบียนพลและข้อมูล
           ๑. น.ท.อนันต์  ชาตตระกูล
           ๒. น.อ.ทวีศักดิ์  สุภานันท์
           ๓. น.อ.สำราญ  ศรีโมรา
           ๔. น.ท.ศักดิ์  บุญเจิม
           ๕. น.ท.มงคล  พรหมรุ่งเรือง
           ๖. น.ท.ณรงค์  จันทร์ดี
           ๗. น.ท.เกษม  ศิริปิ่น
           ๘. น.ท.อุดม  คุ้มพงษ์    
      ๑๔. กรรมการฝ่ายศาสนาและพิธีกรรม
           ๑. น.อ.สำเริง  แทนวันดี
           ๒. น.อ.เสรี  อินทวี
           ๓. น.อ.บำเพ็ญ  บำเพ็ญผล
           ๔. น.อ.สมบัติ  น่วมนิ่ม
           ๕. น.ท.เกษม  ศิริปิ่น
           ๖. น.ท.จำลอง  กาเผือก
           ๗. น.ต.สรรเสริญ  ลายประดิษฐ์
           ๘. น.ต.ประเสริฐศักดิ์  สุวรรณโรจน์
           ๙. น.ต.วิจิตร  อิ่มใจ
           ๑๐. น.ต.ธนู  เพิ่มพูล
           ๑๑. น.ท.พิมล  เอี่ยมขำ
     ๑๕. กรรมการฝ่ายกิจการและจัดหาทุน
           ๑. พ.จ.อ.วิเชียร  รักจิตร์
           ๒. จ.อ.ระเบียบ  รอดรัตนาทูล
           ๓. จ.อ.สุรพงษ์  ไชยมงคล
           ๔. น.อ.สำราญ  กองศรี
           ๕. น.อ.ศักดิ์สิทธิ์  บำรุง
           ๖. น.อ.วสันต์  เบี้ยวน้อย
           ๗. จ.อ.พิชัย  พันธุ์ไชยศรี
           ๘. พ.ต.ต.ธวัช  ช้อยเพ็ง
           ๙. น.ต.วีระ  อุ่นสกุล
           ๑๐. จ.อ.ชัยธวัช  จันทร์ประสิทธิ์
           ๑๑. ร.อ.สมศักดิ์  ยศศรี
           ๑๒. พ.จ.อ.มนัส  ประสิทธิธัญการ
           ๑๓. จ.อ.วันชัย  จิตรเพ็ชร

     ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

                          สั่ง ณ วันที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๘

                          (ลงชื่อ)  เรือเอก  สุรเดช  กันเกตุ
                                                     (สุรเดช  กันเกตุ)
                                                   ประธาน นรจ.รุ่น ๐๙

******

******
       

วันศุกร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

อยากมี อยากเป็น...


....ฯลฯ....
.....ตัณหาทั้งหลาย กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา มันเป็นเชือกเป็นปอ เป็นโซ่ มัดคอ มัดเท้า มัดมือ  มัดตีนไปมาไม่ได้ กิเลสตัณหามันมากมาย มันมัดไว้ผูกไว้ มัดวัดจมอยู่ในโลกในวัฏฏะสงสาร  อันนี้แหละ   ตัณหาในใจของคนเราไม่มีเวลาเหือดแห้งไป ถ้าไม่ภาวนาละกิเลส ไม่เอาจริงเอาจังแล้ว ตัณหามันไม่ยอมวาง...


....พระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราทั้งหลาย พระองค์จึงทรงตรัสไว้ว่า นัตถิ ตัณหา สมา นที แม่น้ำ ลำคลองทั้งหลายนั้น ยังมีเวลาเต็ม แต่ตัณหาในใจมนุษย์คนเราและสัตว์โลกทั้งหลายนั้น ไม่มีเวลาเต็ม ฤดูฝนน้ำฝนเต็ม ตัณหาในจิตมันก็ยังไม่เต็มไม่พอ มีอย่างนี้แล้วอยากมีอย่างโน้น ได้อย่างนี้แล้วอยากได้อย่างอื่นต่อ ๆ ไป ไม่ว่ากามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหานั้น มันไม่พอ มันไม่หยุดได้ เพราะว่าจิตไม่ภาวนาละกิเลส...
....ฯลฯ....
(จากหนังสือ สุข สงบ เยือกเย็น ๑๐๔ ปีชาตกาล หลวงปู่สิม พุทฺธาจาโร สำนักสงฆ์ถ้ำผาปล่อง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่)

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

สังเวชนียสถาน


....ฯลฯ....
    " พระองค์ผู้เจริญ ! เมื่อก่อนนี้ออกพรรษาแล้ว ภิกษุทั้งหลายต่างพากันเดินทางมาจากทิศานุทิศเพื่อเฝ้าพระองค์ ฟังโอวาทจากพระองค์ บัดนี้ พระองค์จะปรินิพพานเสียแล้ว ภิกษุทั้งหลาย จะพึงไป ณ ที่ใด ? "  พระอานนท์ทูลถาม
    " อานนท์ ! สถานที่อันเป็นเหตุให้ระลึกถึงเราก็มีอยู่คือ สถานที่ที่เราประสูติ คือ ลุมพินีวันสถาน สถานที่ที่เราตั้งอาณาจักรแห่งธรรมขึ้นครั้งแรก คือป่าอิสิปตนมิคทายะ แขวงเมืองพาราณสี  สถานที่ที่เราตรัสรู้อนุตตรสัมมาโพธิญาณ บรรลุความรู้อันประเสริฐ ทำกิเลสให้สิ้นไป คือโพธิมณฑล ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม และสถานที่ที่เราจะปรินิพพาน ณ บัดนี้ คือป่าไม้สาละ ณ นครกุสินารา  อานนท์เอย ! สถานที่ทั้งสี่แห่งนี้เป็นสังเวชนียสถาน สารานียสถานสำหรับให้ระลึกถึงเราและเดินตามรอยบาทแห่งเรา "
....ฯลฯ....
(จากหนังสือ พุทธโอวาทก่อนปรินิพพาน พิมพ์แจกเป็นธรรมทาน ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐)
******

วันพุธที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

มนุษย์เอย...


(ภาพจากอินเตอร์เนต)
....ฯลฯ....
      ท่านผู้เห็นภัยในวัฏฏสงสารทั้งหลาย  คุกตะรางที่ขังคนไม่ให้เป็นอิสระนั้น  ยังไม่ร้ายเท่าคุก คือ กิเลส ที่ได้ขังจิตใจของเราไว้ไม่ให้เป็นอิสระ นานแสนนานมาแล้ว...
      มนุษย์เราทุกคนที่เกิดมาในโลกนี้ล้วนเป็นนักโทษที่ถูกตัดสินประหารชีวิตไปแล้วทั้งสิ้นเพียงแต่รอการลงอาญา ของพญามัจจุราชเท่านั้น
      ดังนั้น ในช่วงเวลาแห่งการรอคอยนี้แหละ  เราจะต้องหาทางพังทะลายคุกอันหนาแน่นนี้ ออกไปสู่ความเป็นอิสระให้จงได้
      สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก่อนที่พระองค์จะเสด็จดบขันธ์ปรินิพพาน  พระองค์ได้ทรงมอบ " ธรรมาวุธ " เพื่อพังทะลายคุกไว้ให้พวกเราแล้ว ธรรมาวุธอันวิเศษนั้นคือ สติปัฏฐาน ๔
*****
      เราตถาคตตั้งศาสนาไว้ มิได้ประสงค์ให้ผู้ใดผู้หนึ่ง
แสวงหาประโยชน์อย่างอื่น
ตั้งไว้ เพื่อให้บุคคลบำเพ็ญภาวนา
ระงับดับกิเลสตัณหาเท่านั้น
*****
....ฯลฯ....
(จาก หนังสือ ทางสายเอก (ฉบับสมบูรณ์) พระราชพรหมาจารย์(พระอาจารย์ทอง สิริมงฺคโล) เจ้าอาวาสวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่)
*****
....อัคคี  (คลิก)....
*****