วันพฤหัสบดีที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2567

หลักของวิปัสสนา


 ธรรมะอรุณสวัสดิ์...รับวันใหม่ 

.............................

#หลักของวิปัสสนาข้อที่๑ 

#ระลึกรู้สภาวธรรมที่กำลังปรากฏ 


ระลึกรู้มาที่กาย 

ถ้าในใจเห็นเป็นรูปร่าง หน้าตา รูปทรงความหมาย 

มันยังเป็นบัญญัติ เป็นสมมติ 


ต้องรู้ไปถึงความรู้สึก 

ความไหว ความกระเพื่อม 

แข็ง อ่อน ร้อน เย็น สุข ทุกข์ 

อันนี้ถึงจะเป็นตัวสภาวะ 


ถ้ามันมีทั้งรูปร่าง มีทั้งความรู้สึก 

มันก็จะมีสมมติบ้างปรมัตถ์บ้าง 

บัญญัติ ปรมัตถ์ 


จนกระทั่งมันทิ้งสมมติ 

ไม่มีรูปร่างในใจ มีแต่ความรู้สึก 

ไม่มีภาษา ไม่มีรูปร่าง ไม่มีความหมาย 

มีแต่ความรู้สึก 

ก็คือเรียกว่าอยู่กับปรมัตถ์ล้วน ๆ ของจริงล้วน ๆ 

บอกไม่ได้ว่านั่งอยู่ที่ไหน เป็นใคร 

อย่าไปตกใจ 


การบอกได้คือเอาสมมติเข้ามาเติม  

อยู่กับสภาวะจริง ๆ มันจะไม่รู้เลยว่านั่งอยู่ตรงไหน เป็นใคร 

แต่มีสภาวะอยู่ 

อย่างน้อยก็มีจิตใจ 

มีจิต มีตรึก มีนึก มีความรู้สึกอยู่  

ให้รู้ไปที่จิตใจอย่างนี้ 


#หลักวิปัสสนาข้อที่๒  

#วางใจให้ถูกต้อง 


วางใจที่ถูกต้อง คือวางใจอย่างไร? 

วางใจเป็นกลาง 

กลางของอะไร? 

ทางซ้ายทางขวา ยินดียินร้าย 

ซ้ายยินดี ขวายินร้าย 

เป็นกลางก็คือ อยู่ระหว่างไม่ยินดีไม่ยินร้าย 

กำหนดดูอะไรก็เฉย ๆ 

วางเฉย ไม่ยินดียินร้าย 

แนวทางที่ถูกต้องต้องเป็นอย่างนั้น 


เจอฟุ้ง ก็รู้ฟุ้งเฉย ๆ ไม่ว่าอะไร 

อย่าไปโกรธเกลียด อย่าไปไม่ชอบชิงชัง 

เจอปวด ก็รู้ปวดเฉย ๆ ไม่ว่าอะไร 

อย่าไปอยากให้มันหายหรือไปโกรธไปเกลียด 

ดูอะไรให้วางใจเฉย ๆ 


กำหนดลมหายใจก็วางใจเฉย ๆ 

กำหนดการยืน เดิน นั่ง นอน ก็วางใจเฉย ๆ ไม่ยินดีร้ายด้วย 


เจอเสียงหนวกหูมา ก็รู้เสียง 

สักแต่ว่าได้ยิน ไม่ยินร้าย วางเฉย 

เจอรสอาหารอร่อยก็วางเฉยหรือยินดี? 

ยินดีก็เป็นโลภะ เป็นราคะ รสตัณหาอีก 

ให้วางเฉย 

เจอความสุขก็รู้ความสุข 

เจอปีติ รู้ปีติเฉย ๆ 

วางใจเป็นกลาง วางเฉยเป็นอย่างดี ไม่ยินดียินร้ายได้ไหม 

ฝึกไป 

ดูความฟุ้งอย่างวางเฉย 

ดูความปวดอย่างวางเฉย 


ในกรณีที่ปวด 

จะฝึกจะวางใจอย่างไร? จะทำใจอย่างไร?  

มันมีแบบประจัญบาน กับแบบชั้นเชิง 

จะเอาอันไหน? 


ประจัญบานก็ปวดตรงไหนก็ดูไปตรงนั้น 

ดูปวดในปวด 

ในปวดมันจะมีแรง มีค่อย 

แต่มันจะทรมานเยอะ 

เอาจิตเข้าไปดู มันจะเสวยอารมณ์นั้นมาก 

มันก็จะปวดมาก 

แต่อาศัยทน ดูความเปลี่ยนแปลงในนั้น 

นั่งไปเป็นชั่วโมง ๆ ก็หายปวด 

แต่มันจะผ่านทารุณเยอะ 

ก็ดับได้ 

ตอนหลังก็เจอปวดอื่น ๆ ก็เรื่องเล็กแล้ว 

เพราะมันเจอปวดใหญ่ 

มันจะเจ็บตัวเยอะ 

บางทีก็บาดเจ็บ 


วิธีที่ ๒ ก็คือชั้นเชิง 

ไม่ไปเพ่งความปวด 

แต่ไประลึกรู้อย่างอื่น 

ไปดูลมหายใจเข้าออก 

ไประลึกรู้ดูจิตใจ 

โดยเฉพาะกำหนดดูใจ แล้ววางเฉย 

ฝึกจิตให้วางเฉย 


ปวดแล้วทำใจเฉย ๆ ได้ไหม? 

เป็นไปได้ไหมที่ขาปวด แต่ใจเฉย? 

โยมว่ามันเป็นไปได้ไหม? 

ถ้าเชื่อว่าเป็นไปได้ก็ลองฝึกไป 

เราก็คนหนึ่งเหมือนกัน 

ต้องคิดอย่างนั้น 

มันเป็นได้ก็ฝึกได้ เราก็คนหนึ่ง 

ปวดไม่ต้องไปสนใจมัน ไม่ต้องไประแวงระวัง 

ปล่อยมัน 


สอนใจ 

ปวดไม่ใช่เรา ปวดไม่ใช่เรา ปล่อย 

ดูใจ รักษาใจ วางเฉย ปล่อยวาง วางเฉย 

ฝึกแล้วฝึกอีก ใจมันก็จะมีโอกาสวางเฉยเป็น 

แล้วก็จะเห็น เกิดปัญญารู้เห็นว่า 

ความปวด … กับจิตใจที่รู้ปวด … เป็นคนละอย่างกัน 

มันเห็นปวดเป็นอย่างหนึ่ง จิตใจเป็นอย่างหนึ่ง 

นี่เป็นวิปัสสนาญาณขั้นที่ ๑ แยกสภาวะ 


ฝึกสูงขึ้นไป 

เห็นปวดไม่เที่ยง ปวดไม่ใช่ตัวเราของเรา 

จิตใจไม่เที่ยง จิตใจไม่ใช่ตัวเรา 

มันก็เป็นญาณปัญญาวิปัสสนาสูงขึ้นด้วย 

เพราะฉะนั้นต้องฝึก  


#หลักวิปัสสนาข้อที่๓ 

#พิจารณาตามความเป็นจริง 

กำหนดดูอะไร ก็สังเกตพิจารณาดูว่า 

มันเปลี่ยนแปลงไหม มันหมดไปดับไปไหม 

เปลี่ยนแปลงก็คืออนิจจัง ไม่เที่ยง เปลี่ยนตลอด 

ทุกขัง เป็นทุกข์ ทนอยู่ไม่ได้ เกิดดับ 

อนัตตา บังคับบัญชาไม่ได้ ไม่ใช่ตัวตน 

ก็จะเป็นญาณปัญญาของวิปัสสนา 


วิปัสสนาจะเห็นอย่างนี้ 

จะเข้าไปรู้เห็นถึงความไม่เที่ยง 

ความเปลี่ยนแปลงเกิดดับ 

ความไม่ใช่ตัวเราของเรา 

เป็นปัญญารู้เห็นอย่างนี้ 

ถ้ารู้เห็นอย่างนี้มาก ๆ ก็จะเกิดความเบื่อหน่าย 

เมื่อเบื่อหน่าย จิตก็คลายกำหนัด 

เมื่อคลายกำหนัด จิตก็หลุดพ้น 


วิปัสสนาต้องมีญาณรู้เห็น 

ปัญญาที่รู้เห็นแจ้ง ก็คือรู้เห็นตามความเป็นจริง 

ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ ไม่ใช่ตัวตน 

เป็นไปตามเหตุตามปัจจัย 


ถ่ายทอดสด พระธรรมเทศนา 

คอร์สกรรมฐานสั้นเทศกาลปีใหม่ (๒๙-๑๒-๖๖) 

.............................

ธัมโมวาท โดยหลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี

เจ้าอาวาสวัดมเหยงคณ์ พระนครศรีอยุธยา

******

Cr.https://www.facebook.com/100050180992815/posts/pfbid0qAEKGnJ3SWMikp3aYngcoN4DJtMXmXE4EtjFPWVVzZe1P1rtiJ68Bbo91ynHNkmtl/?mibextid=UyTHkb

วันพุธที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2567

สมุดเบาใจ


 "..สมุดเบาใจ คือเครื่องมือช่วยวางแผนการดูแลล่วงหน้า (Avance Care Planning) และสื่อสารเจตนาล่วงหน้าเกี่ยวกับดูแลสุขภาพช่วงสุดท้ายให้ครอบครัวและทีมสุขภาพรับทราบ พวกเขาจะได้ไม่ต้องเดาใจในกรณีที่ท่านป่วยระยะสุดท้ายและไม่สามารถสื่อสารได้ โดยมีเป้าหมายการดูแลที่สอดคล้องกันร่วมมือกันดูแลท่านให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีสุดแม้ในยามเจ็บป่วย.."



หน้ากลางของสมุด
ถือว่าเป็นส่วนสำคัญ
สมคำว่า"สมุดเบาใจ"
ถือเป็นหนังสือแสดงเจตนา
เลือกวิธีการรักษาล่วงหน้า
ในวารสุดท้ายของชีวิต
ตาม พรบ.สุขภาพแห่งชาติ
พ.ศ.2460 มาตรา 12


สมุดเบาใจ มีทั้งหมด 12 หน้า
จัดทำโดย 
โครงการชุมชนกรุณา เพื่อการอยู่และตายดี
กลุ่ม Peaceful Death


*******
ขอขอบคุณ 
ผศ.ดร.ศุภมณฑา สุภานันท์
ที่นำมามอบให้คุณพ่อได้ใช้ชีวิต
ช่วงสุดท้ายได้อย่าง"เบาใจ"🥰🥰🥰🥰🥰







วันอาทิตย์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2567

ความสุขปีใหม่

 


เราตระหนักดีว่าพระพุทธเจ้าพูดถูก บุญนั้นเป็นอีกคำหนึ่งของความสุข กล่าวคือ เมื่อท่านมีน้ำใจ เมื่อท่านมีคุณธรรม เมื่อควบคุมจิตใจได้ ความสุขก็อยู่ตรงนี้แหละ ในขณะที่คุณ  ตระหนักว่าความสุขอยู่ในอำนาจของคุณ คุณไม่จำเป็นต้องไปขอความสุขจากคนอื่นหรือต้องดูหมิ่นตัวเอง

ดังที่อาจารย์เฟื่องเคยกล่าวไว้ว่า เมื่อมาปฏิบัติ เราก็ไม่ใช่คนรับใช้  เราอยู่ที่นี่อย่างอิสระเพราะเห็นว่าสิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสนั้นถูกต้อง การกระทำของเราจะสร้างความแตกต่าง  ดังนั้นเราจึงรับผิดชอบ  เรารับพลังนั้นแล้วเราก็เก็บเกี่ยวผลตอบแทน  ความสุขนั้นยั่งยืน เป็นความสุขที่ไม่ทำร้ายใครแต่อย่างใด  นั่นคือความสุขที่คุณต้องการสำหรับปีใหม่

ส่วนสิ่งภายนอกจะดีหรือไม่ดี หลายอย่างอยู่นอกเหนือการควบคุมของเรา แต่เราสามารถควบคุมการกระทำของเราได้  เราตัดสินใจว่าเราจะทำเฉพาะสิ่งที่เก่งเท่านั้น  สิ่งใดที่ไม่ชำนาญเราก็อยู่ห่างจากมัน  นั่นคือการตัดสินใจที่เราสามารถทำได้ — และการตัดสินใจที่เราสามารถทำได้

หากคุณกำลังจะคิดถึงสวัสดีปีใหม่ ให้มองเข้าไปข้างใน  มาดูคำแนะนำของพระพุทธเจ้าในการพยายามค้นหาความสุขที่แท้จริงแล้วจะพบว่า พุทธองค์ตรัสถูกต้อง : เป็นไปได้ที่จะพบความสุขที่ไม่ทำร้ายใคร  การค้นหาความสุขของคุณสามารถเป็นของขวัญได้ไม่เพียงแต่สำหรับตัวคุณเองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้อื่นด้วยเมื่อคุณค้นหาความสุขด้วยวิธีที่ชาญฉลาดและมีความรับผิดชอบ"

~ ฐานิสสโรภิกขุ “ความสุขมาจากการกระทำของคุณ”


"We realize that Buddha was right: that acts of merit are another word for happiness. In other words, when you’re generous, when you’re virtuous, as you get your mind under control, this is where happiness lies. As you realize happiness is in your power, you don’t have to go around begging it from somebody else or having to demean yourself.

As Ajaan Fuang once said, when we come to the practice, we’re nobody’s servant. We’re here independently because we see that what the Buddha said was right, that it’s our actions that will make a difference. So we take responsibility. We assume that power and then we reap the rewards. That happiness is lasting: a happiness that doesn’t harm anybody in anyway. That’s the kind of happiness you want for a happy New Year.

As for the things outside, whether they’re good or bad: A lot of that is beyond our control, but we can control our actions. We can make up the mind that we’re going to do only skillful things. Anything that’s unskillful, we stay away from it. That’s a decision we can make — and a decision we can stick by.

If you’re going to think about a happy New Year, look inside. Come and see what Buddha’s recommendations are for trying to find true happiness, and you’ll find that he’s right: that it is possible to find a happiness that doesn’t harm anybody. Your search for happiness can be a gift not only to yourself, but also to others when you search for happiness in a wise and responsible way."

~ Thanissaro Bhikkhu "Happiness Comes from Your Actions"

******

Cr.https://www.facebook.com/groups/847055668652935/permalink/24993369223594909/?mibextid=UyTHkb


วันจันทร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2567

ฝึกรู้สึกตัว


ในเบื้องต้นเรียนรู้พื้นฐาน
ในขณะนั่งอยู่
.. ก็ระลึกรู้กายที่นั่งอยู่
.. รู้สึกถึงการหายใจ
.. รับรู้ความรู้สึกของกายที่กำลังนั่งอยู่
ในขณะยืน
.. ก็ระลึกรู้กายที่ยืนอยู่
.. ทำความรู้สึกตัวในขณะยืน
เบื้องต้นถ้ารู้ "ความรู้สึกตัว"
ก็ใช้จุดสัมผัสนะ
อย่างเวลาญาติโยมนั่งอยู่
ก้นสัมผัสพื้น รู้สึกได้ไหม?
มีสติระลึกรู้
.. รู้สึกก้น สัมผัสพื้น
.. รู้สึกถึงขา สัมผัสพื้น
.. เวลาฝ่าเท้าสัมผัสพื้น
.. ถ้าสำหรับคนนั่งเก้าอี้รู้สึกได้ไหม? ได้
มือที่วางอยู่รู้สึกได้ไหม? .. ได้
มือที่วางอยู่ก็รู้สึกได้ รับรู้ได้
ทดลองฝึกทั้งหลับตาและลืมตา
หลับตารู้สึกได้ไหม? .. ก็รู้สึกได้
แสดงว่าไม่ได้ใช้ตามองใช่ไหม
ใช้อะไร? .. "ใจ"
ต้องเห็นด้วยใจ ใจต้องเห็น
จนเกิดความตื่นขึ้นมาจากข้างใน
เห็นทุกอย่างตามความเป็นจริง
ปลุกด้วยการเจริญสติ
ใจที่เกิดการรับรู้ เกิดความรู้สึกขึ้นมา
เบื้องต้นก็ "จุดสัมผัส"
แผ่นหลังสัมผัสที่พิง รู้สึกได้ไหม? .. ได้
รู้กายที่นั่งอยู่
ทีนี้ก็อาศัยการขยับกาย
เช่น การขยับนิ้ว รู้สึกได้ไหม?
ขยับปุ๊บ.. รู้สึกได้
ขยับปุ๊บ.. รู้สึกได้
"นี่ความรู้สึก"
ระลึกรู้สิ่งที่เป็นความรู้สึก
ขยับข้อมือรู้สึกได้ไหม?
ขยับมือรู้สึกได้ไหม?
ความรู้สึกตัวเป็นคู่ปรับกับความคิด
เมื่อใดที่ญาติโยมรู้สึกตัว
มันจะหลุดจากความคิดโดยธรรมชาติ
ก็มาอยู่กับความรู้สึกตัว
วิธีเพาะบ่มจิตที่เป็นกุศล
ด้วยการเจริญสติ
ระลึกรู้สึกตัวขึ้นมาอยู่เสมอ
ใช้การขยับมือ หรือสัมปชัญญะ
คู้แขนเข้า เหยียดแขนออก รู้สึกตัว
โดยเฉพาะญาติโยมสูงอายุ
บางทีเกษียณไม่ค่อยได้เคลื่อนไหว
ก็เคลื่อนไหวให้เลือดลมได้เดิน
เราจะใช้การปฏิบัติก็ได้
อย่างของหลวงพ่อเทียน
ก็สอนจังหวะการขยับมือใช่ไหม
เราก็ใช้การสร้างจังหวะในการเคลื่อนไหว
หนึ่ง..เป็นการบริหารไปด้วย
ทำให้เลือดลมเดินสะดวก
แล้วก็เป็นการบริหารสมองไปด้วย
ป้องกันอัลไซเมอร์
เป็นการฝึกสติ ฝึกสัมปชัญญะ
ความรู้เนื้อรู้ตัวไปด้วยนั่นเอง
นี้ก็ทำความรู้สึกตัวได้
พอฝึกไปมาก ๆ
จะเริ่มรู้สึกรับรู้ได้มากขึ้น มากขึ้นเรื่อย ๆ
แม้กระทั่งเวลากระพริบตา
รู้สึกได้ไหม? .. ได้
เวลารับประทานอาหาร
การเคี้ยว การลิ้ม ลิ้มต่าง ๆ
ก็ทำความรู้สึกตัวไป
เวลาก้ม เวลาเงย
รู้สึกได้ไหม? .. ได้
เวลาขยับต่าง ๆ การขยับเขยื้อนกาย
ทำให้เกิดความรู้เนื้อรู้ตัว
เกิดความรู้สึกตัว
.
ธรรมบรรยาย โดย พระมหาวรพรต กิตฺติวโร
บ่ายวันที่ 25 ตุลาคม​ 2566
**********
Cr.https://www.facebook.com/dhammaaree