วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

ผู้แสวงหาสมบัติทางใจ

 


   ผู้แสวงหาสมบัติทางใจนี้ 
จำเป็นจะต้องหาที่อยู่อาศัยที่เรียบง่ายที่หาได้ง่าย
ไม่ยุ่งยาก ไม่วุ่นวาย ไม่เสียเวลามาก
อย่างอาหารก็บิณฑบาต 
เดินไปใครอยากจะให้อะไรก็รับไว้
ได้อะไรมาก็บริโภคไปตามมีตามเกิด
เป้าหมายไม่ได้อยู่ที่ความสุข
ที่เกิดจากการได้รับประทานอาหารที่ถูกปากถูกคอ
เป้าหมายอยู่ที่การรักษาร่างกายให้อยู่ได้
โดยไม่เจ็บไข้ได้ป่วย
ไม่อดอยากขาดแคลน ไม่หิวโหย
อาหารจะถูกปากหรือไม่ถูกปากไม่สำคัญ
ขอให้ดูแลรักษาร่างกายให้อยู่เป็นปกติสุขได้พอแล้ว
ส่วนที่อยู่อาศัยก็ขอให้เป็นที่สงบ
ที่อยู่ห่างไกลความวุ่นวายต่างๆ
ที่อยู่ตามลำพัง ไม่เกี่ยวข้องกับบุคคลต่างๆ
เพราะถ้าใจยังไปเกี่ยวข้องกับบุคคลต่างๆ
ใจยังต้องใช้ความคิด และความคิดนี้จะทำให้ใจไม่สงบ
ถ้าอยู่คนเดียวไม่ต้องเกี่ยวข้องกับใคร
ก็จะไม่ต้องใช้ความคิดมาก 
และก็จะทำให้การควบคุมความคิด
ให้เข้าสู่ความสงบทำได้อย่างง่ายดายกว่า
----------------------------
(ธรรมะบนเขา ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๘)
--------------------------
Cr.หนังสือธรรมะโดนใจ พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต


วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

วันอังคารที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

การเลือกคบคน

 


    หลวงปู่สอนว่า...เรื่องราวและคำสอนของพระพุทธเจ้านั้น หากท่านใดยังสงสัยว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อดี...ขอให้เชื่อเอาไว้ก่อน(ไม่เสียหายอะไร) ที่ให้เชื่อไว้ก่อน เพราะพระองค์ท่านเอาประสบการณ์ของท่านเองมาเล่าให้ฟังว่า..นรกเร่าร้อน ท่านก็เคยตกมาแล้ว สวรรค์และพรหมสุขสบายอย่างไรท่านก็เคยเสวยสุขนั้นมาแล้ว...ท่านตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ก็ทรงเมตตานำธรรมะมาบอกเราแล้ว...ฉะนั้นให้เชื่อเอาไว้ก่อน อย่าเพิ่งปฏิเสธหากเรายังไม่รู้แจ้งเห็นจริง
   อย่างเรื่องมงคล ๓๘ ประการ ก็ให้เชื่อเถอะว่าพระองค์ท่านวางหลักไว้ถูกต้องจริงๆ คือ ข้อแรกการไม่คบคนพาล ข้อสองการคบคนดี(การเลือกคบคน)...หากเราหลงผิดไปคบคนชั่วเข้า ชีวิตทั้งชีวิตก็ย่อมอัปปาง มีแต่ทุกข์ภัยเดือดร้อนมาสู่ตนเองรวมถึงครอบครัวด้วย ส่วนมากเพราะประมาทไปคบคนชั่วเข้า แรกๆ ก็ยังไม่เป็นไร แต่คบนานๆ ไปได้ยินได้เห็นบ่อยๆ จนชิน ความรังเกียจเลยลดน้อยลง จนไม่รังเกียจ ฉะนั้น จงเลือกคบแต่คนดีจะได้ชินกับความดีที่ได้ยิน ได้ฟัง ได้รู้ได้เห็นแต่สิ่งที่เป็นมงคล ชีวิตก็จะก้าวหน้าไปในทางที่ถูกต้อง ไม่เป็นพิษเป็นภัยแก่ตัวเองและผู้อื่น
   ที่สำคัญ ควรจะดูตัวเราก่อนว่าเป็นคนดีหรือเป็นคนชั่ว? ถ้าเป็นคนชั่ว..คนชั่วก็อยากเข้ามาคบหาด้วย จะซ้ำร้ายเป็นหลายเท่า!!
    ข้อคิดฝากไว้ การลบหลู่คนดี รังแกคนดีนั้นมีโทษอยู่อย่าลืมว่าผีสางเทวดาก็มีจิตใจ พระจี้กงกล่าวว่า สวรรค์อยู่เหนือศรีษะเพียง ๓ ฟุต...อย่างเช่นเราเคารพบูชาพระอริยสงฆ์องค์หนึ่ง หากมีคนมากล่าวด่าว่าร้ายท่านมากๆ เราคงจะคิดที่จะดักตีหัวบ้าง...ผีสางเทวดาก็เช่นเดียวกัน....
**********
Cr.จากหนังสือคู่มือดับทุกข์ อนุสรณ์งานฌาปนกิจ คุณแม่ประเสริฐ พันธุ์สอาด วันอาทิตย์ที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙

วันอาทิตย์ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

ผู้ฟุ้งซ่าน...ฟังทางนี้

    


    หลวงปู่ครูบาอาจารย์ท่านมีความเห็นใจผู้ฟุ้งซ่าน หาความสงบไม่เคยเจอ หลับตาทำสมาธิก็ไม่ได้ หงุดหงิดรำคาญใจ ทำไม่ได้สักที พุทโธ...ยุบหนอ...สัมมาอะระหัง ก็แล้ว มันยังคิดโน่นคิดนี่อยู่ดี ไม่รู้จะทำอย่างไรดี...! ท่านแนะว่าให้เลิกทำ...! แต่...

   ให้ลืมตา...นั่งดูความคิด นั่งดูอารมณ์ ไม่ต้องท่องคำอะไรทั้งสิ้น...ให้นั่งดูจิตว่ามันคิดเรื่องอะไรก็แล้วแต่...นั่งดูมันไปเรื่อย...คิดเรื่องชั่วก็รู้อยู่ดูเฉยๆ แล้วแยกไปวางไว้ทางซ้าย...คิดเรื่องดีๆ ก็รู้อยู่ดูเฉยๆ แล้วแยกไปวางไว้ทางขวา...ตัวเราอยู่ตรงกลาง มีสติรู้อยู่ดูเฉยๆ  ดูว่ามันจะคิดอะไรต่อ...ตามดูมันไปเพลินๆ

ตัวอย่าง : ดูจากล่างขึ้นบน แล้วแยกซ้าย-ขวา ตัวเราอยู่ตรงกลาง สมมุติ ให้เป็นเส้นตรง ๓ เส้น ออกจากตัวเราพุ่งไปข้างหน้า ดังนี้        

   ลักษณะของอารมณ์หรือความคิดที่ผ่านเข้ามาในจิตจะมีลักษณะ เกิดขึ้น...ดับไปๆๆ สติเรารู้เฉยอยู่ในจิต ไม่หวั่นไหวไปตามอารมณ์หรือความคิดนั้นๆ..ปฏิบัติเช่นนี้เรื่อยไป สติจะว่องไวมีกำลังมากขึ้น ความรู้จะเกิด ปัญญาจะเกิด จะรู้ว่าอารมณ์ความคิดนั้นไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเราจะมีความสงบใจเย็นใจมากขึ้น จะเบิกบานอย่างมีสติพร้อมบริบูรณ์...ฯลฯ...
**********
Cr.จากหนังสือคู่มือดับทุกข์ อนุสรณ์งานฌาปนกิจคุณแม่ประเสริฐ พันธุ์สอาด วันอาทิตย์ที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙
****************

****************



วันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564

เรียกสติ

 


   อาจารย์เฒ่าเล่าว่า...ขึ้นชื่อว่าคนแล้ว มีแต่เรื่องยุ่ง ที่ยุ่งเพราะมันมี "ปัญหา" ที่มีปัญหาเพราะมันมี"ตัณหา" คนศึกษาธรรมะมักไม่ค่อยมีปัญหา แต่บ่อยครั้งต้องคอยแก้ปัญหาให้ผู้อื่น จึงต้องมี"สัมมาทิฐิ" ความเห็นชอบเป็นตัวนำ คือ "หาสาเหตุให้พบก่อน" แล้วจึงค่อยแก้ ไม่เช่นนั้นบางทียิ่งแก้มันยิ่งยุ่งไปกันใหญ่ เลยต้องพึ่งพาผีสางเทวดา เจ้าพ่อเจ้าแม่ ทำพิธีแก้กันวุ่นวายเสียเงินเสียทองโดยใช่เหตุ ถูกหลอกลวงก็เยอะแยะ...แย่(ซวย)ซ้ำสอง
    คนมีปัญหากลุ้มใจคิดไม่ตกจะกินยาตาย จะผูกคอตาย เป็นเพราะ"ขาดสติ" อารมณ์จึงครอบงำจิตให้คิดผิด ต้องแก้ด้วย"พุทธวิธี" เป็นอันดับแรกก็คือการ"เรียกสติ" กลับคืนมาก่อน เมื่อเริ่มมีสติมันจึงจะคุยกันรู้เรื่องหาสาเหตุได้ถูก จึงจะแก้ได้ตก
     "พุทธวิธี" สำหรับพระในนิกายเซ็นหรือเต๋ามัก"เรียกสติ" ลูกศิษย์ที่นั่นเหม่อตามอารมณ์ด้วยการตบหลัง ตบขาแรงๆ ให้สดุ้งตื่นจากอารมณ์..สติโผล่!!! คนอกหักบ่นเพ้อร่ำไรในความรักที่มีต่อคนรักมากมาย อาจเรียกสติด้วยการถามย้อนถาม เช่น...เธอรักและทำดีต่อเขามากใช่ไหม? (...ใช่...) เธอคบเขามา ๕ - ๖ ปี ใช่ไหม? (...ใช่...) แล้วเธอคบพ่อแม่ของเธอมายี่สิบกว่าปีแล้ว...เคยรักและทำความดีให้ท่านบ้างหรือยัง?  (...งง...) สติเริ่มโผล่...ก็เปลี่ยนเรื่อง...ชวนคุยเรื่องพ่อแม่ของเธอซะเลย...อย่างคนจะกินยาตาย ถ้าเราพอมองหรือเดาออก เราก็แกล้งชวนคุยถกปัญหาว่า จะฆ่าตัวตายวิธีไหนดี...วิธีนี้ทรมานยังไง...ตายแล้ววิญญาณจะไปเจออะไรต่อ...เจอผี...พญายมหรือยมฑูต? ก็ว่าไปเรื่อยๆ...เดี๋ยวเขาเริ่มมองว่าเราบ้า...นี่เขาเริ่มสติแล้ว !  บางคนคิดมาก...บ่นว่าคิดไม่ตก..ๆ...ๆ...เราอาจแหย่เล่นว่า..."ผม(กู)ว่า..คุณ(มึง) คิดจนตกเหวไปแล้วละ(ว่ะ)..!"  แล้วเขาอาจจะยัอนด่ากลับมาว่า "กวน"...ก็ลองๆ ดู  ช่วยคนบางทีก็ต้องยอมถูกด่าหน่อยถือว่าสร้างบารมี...สนุกดี...พอมีสติมาแล้วก็คุยหาสาเหตุและทางแก้ไขกันต่อไปนะ...สนุกดี...โชคดี..ๆ..

****************
Cr. จากหนังสือคู่มือการดับทุกข์ อนุสรณ์งานฌาปนกิจ คุณแม่ประเสริฐ พันธ์สอาด วันอาทิตย์ที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙