วันศุกร์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2560

ไม่จำเป็นต้องชนะ


(ภาพจากอินเตอร์เนต)

มีแม่ทัพคนหนึ่งเล่นหมากล้อมเก่งมาก
ไม่ค่อยมีคนเล่นชนะได้
วันหนึ่ง. แม่ทัพออกรบผ่านหมู่บ้านแห่งหนึ่ง
เห็นบ้านเล็ก ๆ หลังหนึ่ง มีป้ายติดว่า..
“เล่นหมากล้อมอันดับ 1 ของประเทศ”
แม่ทัพไม่เชื่อจึงเข้าไปหาเจ้าของบ้านและเล่นด้วย
ปรากฎว่า.. เจ้าของบ้านแพ้ ทั้ง 3 กระดาน
แม่ทัพหัวเราะ “555 แกเอาป้ายลงได้แล้ว”
แล้วแม่ทัพก็ไปออกรบด้วยความดีใจ
ไม่นาน.. แม่ทัพรบชนะกลับมา
ผ่านมาที่เดิม ก็ยังเห็นป้าย
แขวนอยู่ที่บ้านหลังเดิม
แม่ทัพจึงเข้าไปหาเจ้าของบ้าน
และท้าดวลอีก ปรากฎว่าครั้งนี้
แม่ทัพแพ้ทั้ง 3 กระดาน
แม่ทัพประหลาดใจมาก
ถามเจ้าของบ้านว่าเพราะอะไร
เจ้าของบ้านตอบว่า
“ครั้งก่อน ท่านมีภารกิจออกรบ
ข้าน้อยจะไม่ทำท่านเสียกำลังใจ
ท่านหมดขวัญกำลังใจไม่ได้
แต่ครั้งนี้ ท่านชนะกลับมา
ข้าน้อยก็ไม่ต้องออมมือแล้ว”
คนที่เก่งจริงในโลกนี้ คือ..
ชนะได้ แต่ไม่จำเป็นต้องชนะ
มีใจกว้างขวาง ก็พอ
การใช้ชีวิต ก็เหมือนกัน
"รู้ ไม่จำเป็นต้องพูด
ไม่พูดใช่ว่า จะไม่รู้"
ต่อหน้าคนใจแคบ คุณต้องใจกว้าง
ถ้าทำใจกว้างไม่ได้ ก็ต้องแกล้งโง่

   บทความนี้ อยากให้อ่าน
*****************
Cr.Fwd line

อยู่ที่ใจ...


มีพระหนุ่มรูปหนึ่ง อารมณ์ไม่ค่อยเบิกบานสักเท่าไร แต่ละวันมีเรื่องขุ่นเคืองใจ ไม่พอใจอยู่เสมอ เวลานั่งสมาธิ ถ้ายินเสียงคนพูดคุยกันก็ไม่พอใจ บางครั้งตบะแตกก็ไปต่อว่าคนที่พูดคุยกัน เวลากวาดใบไม้ก็บ่นว่าใบไม้ร่วงเยอะ กวาดไปก็หงุดหงิดไป เวลาทำงานก็มักรู้สึกว่าถูกเพื่อนกินแรงอยู่เสมอ บางทีเขียนหนังสือแล้วปากกาฝืด ก็โมโหขว้างปากกาทิ้ง ทั้งหมดนี้อยู่ในสายตาของหลวงพ่อมาตลอด

วันหนึ่งหลวงพ่อบอกให้พระหนุ่มไปเอาเกลือจากในครัวมาหนึ่งห่อ เอาน้ำมาหนึ่งแก้ว แล้วก็ให้เทเกลือครึ่งหนึ่งลงไปในแก้ว จากนั้นก็ให้พระหนุ่มชิมน้ำนั้นดู แล้วถามว่าเป็นอย่างไร พระหนุ่มก็ตอบว่า เค็มมากครับหลวงพ่อ  ทีนี้หลวงพ่อก็พาไปที่ลำธาร เอาเกลือที่เหลือโรยลงไปในลำธาร แล้วให้พระหนุ่มชิมน้ำในลำธาร

หลวงพ่อถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง พระหนุ่มตอบว่าจืดครับหลวงพ่อ  ในใจก็สงสัยว่าหลวงพ่อตั้งใจจะสอนอะไรหรือ  หลวงพ่อให้พระหนุ่มคิดสักพัก พระหนุ่มก็คิดไม่ออก หลวงพ่อจึงบอกพระหนุ่มว่า ความทุกข์ก็เหมือนกับเกลือ มันจะเค็มหรือไม่ขึ้นอยู่กับใจเราว่าเป็นแค่น้ำแก้วหนึ่ง หรือเป็นลำธารหนึ่งสาย

ความทุกข์ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเรามันเป็นอย่างนั้น มันจะหนักหรือเบา ก็ขึ้นอยู่กับใจของเรา ว่าใจเราเปรียบเหมือนกับน้ำแก้วเล็ก ๆ หรือลำน้ำอันกว้างใหญ่ เวลาเราเจออะไรที่ไม่พอใจ ถ้าหากว่าเรามีความขุ่นเคือง มีความทุกข์มาก แสดงว่าใจของเรานั้นเล็กและแคบเหมือนกับแก้วน้ำ

สิ่งที่มากระทบเรา สิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา จะทำให้เราเจ็บปวดหรือขุ่นเคืองหรือไม่ อยู่ที่ใจเรา ถึงแม้ใบไม้จะเยอะ เพื่อนร่วมงานจะไม่น่ารัก ดินฟ้าอากาศจะไม่เป็นใจ แต่มันทำให้เราทุกข์ไม่ได้ ถ้าหากว่าใจเราใหญ่เหมือนแม่น้ำ จะสุขหรือทุกข์นั้นขึ้นอยู่กับคุณภาพจิตของเรา คนที่ใจแคบ ใจเล็ก คิดถึงแต่ตัวเอง เจออะไรมากระทบก็ทุกข์ โกรธ ไม่พอใจไปหมด แต่คนที่ใจกว้างใหญ่ แม้จะมีเรื่องใหญ่ ๆ เกิดขึ้น เขาก็สามารถรักษาใจให้เป็นปกติได้

ข้อธรรม คำสอน พระไพศาล วิสาโล
@@@@@
Cr.Fwd line :Supol Lohachitkul

***************************************
ปล่อยวาง (คลิก)
บางเรื่องก็ต้องตัดใจ (คลิก)

*********

วันพฤหัสบดีที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2560

บางเรื่องก็ต้องตัดใจ


(ภาพจากอินเตอร์เนต)

บางเรื่องก็ต้องตัดใจ
คิดไปก็เสียเวลา
--------------
อย่าตัดบท ประชดโลก ทำโศกเศร้า
รื้อเรื่องเก่า เอามาฟุ้ง จนยุ่งสมอง
ผ่านมาแล้ว ก็แล้วไป ไม่ควรมอง
ปัญญาตรอง ลองลืมดู จะอยู่เย็น
ก็เพราะเรา ที่เฝ้ายื้อ ยึดถือไว้
จึงช้ำใจ ไม่มีหยุด สุดช่วยเข็น
บางเรื่องราว ต้องตัดใจ ใช่จำเป็น
อย่าได้เห็น ว่านั่นนี่ ดีกว่าตัวฯ
วัดพระมหาชนก บ้านพลังเพียร
9.6.2017

วันพุธที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2560

ปล่อยวาง...


***********

*******
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ..





พึ่งอะไร..


ถ้าจะต้องพึ่ง พึ่งอะไร

 พึ่งตนเองให้มีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง เป็นสรณะ
ทำให้เกิด ให้มีขึ้นที่ใจ ของตนเอง แล้วการเดิน
ทางในสังสารวัฏ จะปลอดภัย แม้ต้องยาวนาน
แต่ก็มีที่สิ้นสุด ถ้ามีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง
พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

ถ้าเจ้าชายสิทธถะไม่ตั้งเป้าหมาย
ที่จะออกบวชและอดทนค้นหาธรรม
เราก็คงไม่มีพระพุทธองค์ในวันนี้
และธรรมะที่มาช่วยดับทุกข์ของสรรพสัตว์
ทั้งหลาย...ดังนั้น ทางก็มีแล้ว ถ้าไม่ลงมือทำ
ไม่มีวันถึงสุดทาง ถ้าเดิน ยังไงต้องมีวันถึง
ถึงจะช้าจะเร็ว ดังเต่าที่วิ่งถึงเส้นชัย

สาธุๆๆค่ะ
ภูริทัตตา.

Cr: facebook  Bhuritatta Samaneri