วันอังคารที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

อยู่กับปัจจุบัน..


ภาพจาก Facebook    Bhuritatta Samaneri

อะตีตัง นานะวาคะเมยยะ  นัปปะฏิกังขา อะนาคะตัง
...ฯลฯ...
บุคคลไม่ควรตามคิดถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว ด้วยอาลัย
และไม่พึงพะวงถึงสิ่งที่ยังไม่มาถึง
สิ่งที่เป็นอดีตก็ละไปแล้ว
สิ่งเป็นอนาคตก็ยังไม่มา
ผู้ใดเห็นธรรมอันเกิดขึ้นเฉพาะหน้าในที่นั้นๆ 
อย่างแจ่มแจ้ง
ไม่ง่อนแง่นคลอนแคลน
เขาควรพอกพูนอาการเช่นนั้นไว้
ความเพียรเป็นกิจที่ต้องทำวันนี้
ใครจะรู้ความตายแม้วันพรุ่งนี้
เพราะการผลัดเพี้ยนต่อมัจจุราชซึ่งมีเสนามาก
ย่อมไม่มีสำหรับเรา
มุนีผู้สงบย่อมกล่าวเรียก ผู้มีความเพียรอยู่เช่นนั้น
ไม่เกียจคร้านทั้งกลางวันและกลางคืนว่า
" ผู้เป็นอยู่แม้ราตรีเดียว ก็น่าชม "

(ภัทเทกรัตตคาถา)



https://youtu.be/yZYXDdzgToM?list=PL7044C869CE13337D

******************
ยุ่งจริงหนอ..(คลิก)

.......................


วันจันทร์ที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

การสวดมนต์


           มนต์ หมายถึง คำสอนอันเป็นหลักปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ฉะนั้น การสวดมนต์ก็หมายถึง การท่องบ่นคำสอนอันเป็นหลักปฏิบัติในชีวิตประจำวันเพื่อให้จำได้ และเอาไปคิดพิจารณา จะได้เกิดปัญญาในเรื่องนั้นๆ ไม่ไช่สวดเพื่อความขลัง หรือเรื่องที่จะทำให้เราเป็นไปโดยความขลัง
          เวลาสวด ควรสวดให้มีจังหวะจะโคนอย่าเร็วเกินไป พยายามสวดให้มีวรรคตอนพอดีๆ จะได้เกิดความสบายใจ ในขณะที่สวดก็คงจะคิดไม่ทันเรื่องความหมายของถ้อยคำที่เราสวด แต่ว่าเราสวดเพื่อให้จำได้ จำได้แล้วก็เอาไปพิจารณาในตอนหลัง ถึงความหมายของบทสวดมนต์แต่ละบท เช่น ถ้ามีหนังสือสวดอยู่ที่บ้าน ว่างๆ เราก็เอามาเปิดอ่าน เป็นบทๆ แล้วพิจารณาถึงบทสวดนั้นๆ เพื่อทำความเข้าใจในความหมายที่ลึกซึ้ง เพราะเพียงแต่สวดเฉยๆ ทำให้จำได้อย่างเดียว แต่ว่าเราไม่เข้าใจถึงเนื้อความในเรื่องที่สวด ทำให้ผลที่เกิดขึ้นนั้นยังไม่สมบูรณ์
           ถ้าเราเข้าใจความหมายของเนื้อเรื่องนั้นถูกต้อง แล้วนำเรื่องนั้นไปเป็นหลักปฏิบัติในชีวิตประจำวัน นั่นแหละจะช่วยให้เราได้ประโยชน์จากการสวดมากขึ้น เพราะฉะนั้นจึงใคร่ขอแนะนำว่า เวลาเราอยู่บ้านว่างๆ ไม่มีอะไรจะทำ จะไปคิดเรื่องอะไรมันก็กลุ้มใจไปเปล่าๆ เป็นการหาเรื่องทุกข์มาให้ตนเอง เราก็เอาหนังสือสวดมนต์มานั่งพิจารณา..
                               หลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ
............................
(จากหนังสือ คู่มืออุบาสก อุบาสิกา ฯ ของ สำนักสวนโมกขพลารามไชยา)

วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

อยู่อย่างพุทธะ


       ภายในวัดป่าสุญญตา ณ ด้านหน้าศาลาอเนกประสงค์ มีข้อความสั้น ๆ เขียนไว้บนแผ่นป้ายเล็ก ๆ ว่า " อยู่อย่างพุทธะ "
     วันหนึ่งมีพระอาคันตุกะมาขอพัก และได้อ่านข้อความนั้น
     ในวันรุ่งขึ้น หลังจากออกบิณฑบาตและฉันภัตตาหาร พระอาคันตุกะก็เอ่ยพูดถึงข้อความดังกล่าว พร้อมกับแสดงภูมิปัญญาออกมาว่า "ผู้เป็นอยู่อย่างพุทธะ คือ ผู้มีจิตใจใสสะอาดอยู่ภายในกายอันเกลีัยงเกลาบริสุทธิ์ ซึ่งเปรียบดั่งน้ำใสสะอาดอยู่ในแก้วที่ใสบริสุทธิ์ ฉันใดก็ฉันนั้น "
      หลวงพ่อซึ่งเป็นประธานสงฆ์เมื่อได้ฟังดังนั้น ก็หยั่งรู้ได้ทันทีว่า พระอาคันตุกะยังไม่เข้าใจสัจธรรม จึงได้พูดขึ้นว่า
       " พุทธะที่แท้จริงจะปรากฏออกมาได้ ต้องไม่มีจิตที่เปรียบด้วยน้ำใสสะอาด และไม่มีกายที่เปรียบดั่งแก้วใสบริสุทธิ์ "
...............
(จากหนังสือ นิทานพุทธะ  พระคัมภีรญาณ อภิปุญโญ)

วันเสาร์ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ศัตรูที่แท้จริง


ศัตรูที่แท้จริงที่ยิ่งใหญ่
คือ ตัวเรา กับ ใจเรานี้เอง
อะไร ๆ ที่เกิดขึ้นก็เกิด
จากตัวจากใจของเรา
ก่อนจะส่งเป็นคลื่น
พลังออกไปข้างนอก
ส่งพลังบวกดีบารมีก็เพิ่ม
ส่งพลังลบไม่ดีบารมีก็ลด
ชัยชนะที่ยิ่งใหญ่
ไม่ได้อยู่ที่ใหนไกลเลย
แค่ฝึกเอาชนะตัวเอาชนะใจตนเอง
เป็นชัยชนะที่แท้จริง
การปฏิบัติธรรม คือ
การฝึกที่จะ ชนะใจตนเอง
ฝึกที่จะไม่ทำตามใจตนเอง
ฝึกที่จะฝืนใจตนเอง
จึงเป็นการทรมานใจตนเอง
เพราะทำตรงข้ามกับกิเลส
ความต้องการ เหมือนการพายเรือ
การพายเรือทวนน้ำ ถ้าไม่พยายาม
พายไปข้างหน้าก็จะถูกน้ำพัดพาให้
ถอยกลับไปแน่นี้เป็นความจริง
ไม่เคยเปลี่ยนแปลง
อาวุธที่สำคัญที่จะชนะตัวชนะใจ
ความเพียรและสติ คือ
ความระลึกได้
เตือนตนเอง
สอนตนเอง
ถามตนเอง
ตอบตนเองบ่อย ๆ
ว่าเราดีแล้วหรือยัง
เอาชนะกิเลส ความอยากได้หรือยัง
ถ้ายังต้องฝึกไป ทำไป เพียรไป 
อดทนไปเดี๋ยวดีเอง 
หนทางหมื่นลี้ เริ่มได้ที่ก้าวแรกที่มั่นคง
คิดไว้เสมอ เรามาไกลเกินกว่า
ที่จะถอยหลังกลับแล้ว
เดินไปข้างหน้าใกล้กว่าถอยหลังกลับ
จะทำให้มีกำลังใจ ก้าวต่อไปข้างหน้า
เมื่อก้าวเดินสักวันต้องมีวันถึง
ภูริทัตตา
(จาก facebook   Bhuritatta Samaneri)

วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559