แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สิบสองวันในอินเดีย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สิบสองวันในอินเดีย แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ทำวัตรเช้า สารนาถ สาวัตถี



โยโส สะวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม.......
พระธรรมนั้นใด 
เป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ดีแล้ว
เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติ พึงเห็นได้ด้วยตนเอง
เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ และให้ผลได้ไม่จำกัดกาล
เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกะผู้อื่นว่า ท่านจงมาดูเถิด
เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว
เป็นสิ่งที่ผู้รู้ ก็รู้ได้เฉพาะตน
ข้าพเจ้าบูชาอย่างยิ่ง เฉพาะพระธรรมนั้น
ข้าพเจ้านอบน้อมพระธรรมนั้น ด้วยเศียรเกล้า

วันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ทำวัตรเช้า เนปาล พุทธคยา



อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภควา
พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวา   เทมิ
พระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นพระอรหันต์ 
ดับเพลิงกิเลส เพลิงทุกข์สิ้นเชิง 
ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง 
ข้าพเจ้าอภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้า 
ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน...

วันพุธที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ปัจฉิมพุทโธวาทปาฐะ


หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิโว
วะยะธัมมา สังขารา
อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ
อะยัง ตะถาคะตัสสะ ปัจฉิมา วาจา
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! บัดนี้เราขอเตือนท่านทั้งหลายว่า
สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดา
ท่านทั้งหลาย จงทำความไม่ประมาทให้ถึงพร้อม
นี้เป็นพระวาจามีในครั้งสุดท้าย ของพระตถาคตเจ้า
********

วันอังคารที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2557

โอวาทปาติโมกคาถา


สัพพะปาปัสสะ อะกะระณัง
กุสะลัสสูปะสัมปะทา
สะจิตตะปะริโยทะปะนัง
เอตัง พุทธานะสาสะนัง
การไม่ทำบาปทั้งปวง
การทำกุศลให้ถึงพร้อม
การชำระจิตของตนให้ผ่องใส
ธรรม ๓ อย่างนี้ 
เป็นคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย
*******

วันอังคารที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2556

สิบสองวันในอินเดีย..ส่งท้าย..

(คลิกบนภาพเพื่อดูภาพขยายใหญ่ขึ้น)
        บ่ายของวันที่สิบเอ็ดหลังจากชมอัครา ฟอร์ท แล้ว เรามุ่งหน้าสู่เดลลีเมืองหลวงของอินเดีย คืนนี้เราจะพักที่เดลลี พรุ่งนี้เช้าเราก็จะกลับสู่แผ่นดินแม่ที่แสนจะอบอุ่นของเรา...


         ทางด่วนยมุนาเป็นทางด่วนที่สวยงามไม่มีรถบรรทุกวิ่ง ไม่มีเสียงบีบแตร เหมือนในชนบท ระหว่างทางมีจุดพักรถ สะดวกสบายพอสมควรครับ 
       เราเดินทางถึงเดลลีเร็วกว่ากำหนดการที่วางไว้พอสมควร  พอมีเวลาว่างก่อนเข้าที่พัก จึงได้ไปเดินชมถนนคนเดิน"จันพาท Janpath"ที่ว่ากันว่ามีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักโดยทั่วไป  เป็นสถานที่"ท้าทาย"สำหรับ"นักต่อรองราคา" เป็นอย่างดี..


จากจันพาท เราก็เดินทางเข้าที่พัก
ซึ่งอยู่ไม่ไกลสนามบินมากนัก
คืนนี้เตรียมแพ็คกระเป๋าเดินทางกลับบ้าน..


..ออกจากโรงแรมที่พัก ๙ โมงเช้า..
เราถึงสนามบินราว ๑๐ โมงเช้า


สนามบินอินทิราคานธี 
เที่ยวบิน ๙W๐๐๖๔
ออกเดินทางประมาณบ่ายโมง
"Goodbye India"
ถึงสุวรรณภูมิประมาณหกโมงเย็น
"Welcome Home"


ขอบคุณลูก "ตาล" ..จาก"วันแรมทางทัวร์"...
"ประทีป" เอสคอร์ท พร้อมกับ Shyam Singh คนขับรถ 
และน้องเด็กรถ(ขออภัยจำชื่อไม่ได้)กัลยาณมิตรชาวอินเดีย จาก Top Travel & Tour อินเดีย

"...เก็บความคิดที่คล้่ายกัน... 
...และความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันนั้นไว้ "..
ระลึกถึงเสมอ"ญาติธรรม"เพื่อนร่วมทางทุกท่าน
ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่านครับ

*****






วันเสาร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2556

สิบสองวันในอินเดีย(๑๖)

               
          ป้อมอัครา ได้รับรองจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกเช่นเดียวกับทัชมาฮาล  ป้อมอัครา ฟอร์ท สร้างเมื่อ ปี ค.ศ.๑๕๖๕ (พ.ศ.๒๑๐๘) โดยพระเจ้าอัคบาร์มหาราช ราชวงศ์โมกุล พระอัยยา(ปู่)ของพระเจ้าชาห์ ชหาน ผู้สร้างทัชมาฮาล  โดอัครา ฟอร์ท เป็นพระราชวังที่ประทับของพระเจ้าอัคบาร์มหาราช  พร้อมกับสร้างต่อเติมต่อมาจนถึงพระเจ้าชาห์ ชหาน  ว่ากันว่าพระเจ้าชาห์ ชหาน นั้นถูกพระราชโอรสชิงราชสมบัติและจับคุมขังอยู่ที่ป้อมอัคราฟอร์ท...ระหว่างถูกคุมขังพระองค์จะทอดพระเนตรไปยังทัชมาฮาล..จนกระทั่งสวรรคต...

ทางเข้า...เดินข้ามสะพาน
ในสมัยก่อนคงจะยกสะพานขึ้นเมื่อมีข้าศึกบุกเข้า

คูน้ำรอบ ๆ อัคราฟอร์ท
.....

......
.....

......
.....

อัครา ฟอร์ท อยู่ริมแม่น้ำยมุนา..
มองออกไปทางทิศตะวันออกจะเห็นภาพของทัชมาฮาลได้ชัดเจน 


..มิตรภาพที่อัครา ฟอร์ท..
      เที่ยงวันแล้วเราลาจากอัครา ฟอร์ท เพื่อเดินทางต่อไป เดลลี  เพื่อเดินทางกลับบ้าน..
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ



วันศุกร์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2556

สิบสองวันในอินเดีย(๑๕)

(คลิกบนภาพเพื่อดูภาพขยายใหญ่ขึ้น)     
          เช้าวันที่สิบเอ็ดของสิบสองวันในอินเดียแล้วครับ..วันนี้เรามีโปรแกรมการเดินทางไปชมทัชมาฮาล และอัครา ฟอร์ท ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่พักมากนัก เราจะไปที่ทัชมาฮาลก่อน จากนั้นก็จะไปชมอัครา ฟอร์ท ก่อนจะเดินทางต่อไปเดลลี ...


จากจุดจอดรถด้านนอกแล้วต้องขึ้นรถต่อ
เข้าไปที่ทางเข้าทัชมาฮาล เลือกได้หลายประเภทครับ


         ทัชมาฮาล ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำยมุนา นับเป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่  สร้างจากหินอ่อนโดยจักรพรรดิ์ ชาห์ ชหาน กษัตริย์อินเดียแห่งราชวงศ์โมกุล ตามตำนานกล่าวว่า พระองค์ทรงสร้างทัชมาฮาลเป็นอนุสรณ์แห่งความรักให้กับพระมเหสี มุมตาส มาฮาล ที่สิ้นชีพเมื่อ พ.ศ.๒๑๗๔ พระเจ้าชาห์ ชหาน ใช้เวลาก่อสร้าง ๒๒ ปี และพระองค์ได้สิ้นพระชนม์ใน พ.ศ.๒๒๐๙    

.......
.....

สวมถุงพาสติกที่รองเท้าก่อนเข้าทัชมาฮาล


ร้านขายของที่ระลึก

      หลังจากสนุกสนานกับการต่อรองราคากับพ่อค้า พวกเราก็กลับมาที่จุดจอดรถเพื่อเดินทางต่อไปที่ อัครา ฟอร์ท ซึ่งอยู่ไม่ไกลมากนัก..
        ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ






วันพฤหัสบดีที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2556

สิบสองวันในอินเดีย(๑๔)

(คลิกบนภาพเพื่อดูภาพขยายใหญ่ขึ้น)
        บ่ายของวันที่เก้าเราออกเดินทางจากสาวัตถีมุ่งหน้าไปเมืองลักเนาว์ ค่ำนี้เราจะพักที่นี่...พรุ่งนี้จะเป็นการเดินทางทั้งวันเพื่อให้ถึงเมืองอัคราในตอนเย็น....


         บรรยายกาศสองข้างทางยังคงเป็นชนบทเหมือนกับหลายวันที่ผ่านมา ร้านค้าริมทางเป็นแผงลอย  โทรศัพท์มือถือน่าจะได้รับความนิยมเหมือนบ้านเรา  
      ช่วงนี้มีการรณรงค์การเลือกตั้งที่จะมีในปี ๒๕๕๗ จะเห็นป้ายหาเสียงของผู้สมัคร สอบถามไกด์ชาวอินเดียว่า รูป"จักรยาน"และรูปคล้าย"บันได"(เหมือนที่หามศพไปเผาที่ริมแม่น้ำคงคา) หมายถึงอะไร ได้ความว่าเป็นโลโก้ของผู้สมัคร..(เห็นครั้งแรกผมคิดว่าเป็น"ของแจก"จากผู้สมัครครับ)

อินเดียจะมีการเลือกตั้งปี ๒๕๕๗ 
เห็นข่าวใน นสพ.ว่ากันว่าตอนนี้มีพรรคการเมืองแล้ว ๑,๕๓๔ พรรค

        ถึงเมืองลักเนาว์ในตอนค่ำ เราเข้าพักที่โรงแรม Piccadily แปดคืนที่ผ่านมาเราพักที่วัดรับประทานอาหารไทยที่วัดรู้สึกเหมือนอยู่ที่เมืองไทย  วันนี้เป็นวันแรกที่พักโรงแรมและไม่ได้ทานอาหารไทย..


       เช้าวันที่สิบเราออกไปชมเมืองใกล้ๆ โรงแรมยามเช้าก่อนที่จะเดินทางต่อไป อากาศค่อนข้างเย็นเห็นมีผู้คนผิงไฟอยู่ข้างถนน พยายามมองหาร้านสะดวกซื้อแบบที่เห็นในบ้านเรา..ที่นี่ไม่มีครับ มีแต่ร้านค้าแบบที่เห็นในภาพนี่แหละครับ..


        รับประทานอาหารเช้าจากโรงแรมแล้วออกเดินทางต่อไป วันนี้เราต้องเดินทางทั้งวัน  ระยะทางประมาณ ๓๐๐ กว่า กม.จะถึงเมืองอัครา...ถนนเป็นทางสี่เลนมีด่านเก็บเงินแต่ยังไม่ดีเท่าที่ควรมีการก่อสร้างสะพานต่างระดับตามแยกที่เป็นชุมชน..ที่เห็นคล้ายเสาสีน้ำตาล(ภาพด้านล่าง)ไม่ใช่"เสาอโศก"นะครับ เป็นโรงงานผลิตอิฐ ที่จะเห็นโดยทั่วไปในพื้นที่ครับ..


         แวะเข้าปั้มเพื่อเติมน้ำมัน 
ราคาน้ำมันวันนี้ดีเซลลิตรละ ๕๗.๔๕ รูปี


ที่ปั้มน้ำมันไม่มีห้องน้ำไว้บริการ 
เราเลยต้องใช้ห้องเฉพาะกิจของเราเองริมทาง
ก็ต้องหาภูมิประเทศที่เหมาะ ๆ สักหน่อย..ครับ


เช่นเดียวกันครับเรื่องอาหารกลางวัน
หากเป็นบ้านเราก็ใช้ที่ปั้มน้ำมัน..
แต่เส้นทางนี้ไม่ค่อยสะดวก 
เราจึงใช้บริการอาหารกล่องจากโรงแรม ครับ


          เราเดินทางถึงเมืองอัคราในตอนค่ำ 
และเข้าที่พักที่โรงแรม มารีน่า ครับ


           พรุ่งนี้เช้าเราจะไปชม ทัชมาฮาล และอัครา ฟอร์ท  จากนั้นก็จะเดินทางต่อไป จะถึงเดลลี ในตอนค่ำ.....
                    ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ








วันอังคารที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2556

สิบสองวันในอินเดีย(๑๓)

(คลิกบนภาพเพื่อดูภาพขยายใหญ่ขึ้น)

           เมืองสาวัตถี สมัยพุทธกาลเป็นเมืองหลวงของแคว้นโกศลมีพระเจ้าปเสนทิโกศลเป็นกษัตริย์และถือว่าเป็นสถานที่ที่พระพุทธองค์ทรงประทับนานที่สุดคือ ๒๕ พรรษา ได้ทรงแสดงพระสูตร พระวินัย และชาดกที่สำคัญเช่นเรื่องนางจิญจามาณวิกา, โจรองคุลิมาล,ปฏาจารา และ พระเทวทัตถูกธรณีสูบ ฯลฯ
         เช้ามืดของวันที่เก้าในอินเดีย เราออกเดินทางจากที่พักวัดเกาหลีไปนมัสการสถานที่ที่พระพุทธองค์ทรงแสดง ยมกปฏิหาริย์ เพื่อโปรดชาวสาวัตถีและข่มเจ้าลัทธิอื่น จากนั้นทรงเสด็จไปประทับจำพรรษาที่ดาวดึงส์ เมื่อออกพรรษาทรงเสด็จลงมาจากสวรรค์ในวันเทโวโรหนะที่สังกัสสนคร

          ลงจากเนินดินสถานที่ทรงแสดงยมกปฏิหาริย์ คณะเราไปรับประทานอาหารเช้าที่วัดไทยเชตวัน ฯ 
      จากนั้นก็ไปที่ เชตวันมหาวิหาร พระอารามนี้ท่านอนาถบิณฑิกะเศรษฐี เห็นสวนเจ้าเชตกุมารเหมาะสมที่จะสร้างเป็นอารามถวายแด่พระพุทธเจ้า  จึงได้เจรจาขอซื้อ เจ้าเชตได้เสนอราคาที่ดินโดยการให้นำแผ่นทองมาปูเรียงจนเต็มบริเวณที่ต้องการซื้อทั้งหมด ท่านจึงให้คนนำเกวียนบรรทุกแผ่นทองมาเรียงจนเกือบเต็มพื้นที่    เจ้าเชตเห็นถึงศรัทธาจึงร่วมทำบุญโดยมอบที่ที่เหลือให้ ท่านอนาถบิณฑิกะจึงได้จารึกชื่อเจ้าเชตไว้ที่ซุ้มประตู อันเป็นที่มาของชื่อวัดว่า "เชตวันมหาวิหาร"

       "..อเสวนา จะพลานัง  ปัณฑิตานัญจะ  เสวะนา ปูชา จะ ปูชะนียานัง เอตัมมังคะละมุตตะมัง.."มงคลสูตร  บทสวดนี้ชาวพุทธจะคุ้นเคยเนื่องจากเป็นบทสวดที่พระสงฆ์จะใช้สวดในงานมงคล ขณะที่ทำน้ำพระพุทธมนต์ บทสวดนี้เป็นพระสูตรที่พระพุทธองค์ทรงแสดงที่"พระเชตวันมหาวิหาร" แห่งนี้
......
อานนท์โพธิ์  ที่เชื่อว่าพระโมคคัลลานะนำเมล็ดพันธ์จากต้นพระศรีมหาโพธิ์
ที่พุทธคยามาให้กับอนาถบิณฑิกะเศรษฐีปลูก
ตามที่พระพุทธเจ้าบอกกับพระอานนท์ว่าต้นพระศรีมหาโพธิ์
ที่พระองค์ทรงประทับเมื่อตรัสรู้ถือเป็นตัวแทนของพุทธองค์ได้
...............
บริเวณหน้าพระเชตวันมหาวิหารที่เทวทัตถูกธรณีสูบ

        จากนั้นไม่ไกลมากนักเราไปที่บ้านองคุลิมาล และบ้านอนาถบิณฑิกะเศรษฐี ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กันอยู่ริมแม่น้ำอจิรวดี


            กลับมารับประทานอาหารกลางวันที่วัดไทยเชตวัน ฯพร้อมกับร่วมกันทำบุญเพื่อบำรุงวัดซึ่งอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง


วัดเกาหลีที่เราพักเมื่อคืนนี้


.....

            วันนี้ถือว่าเป็นวันที่พระอาจารย์วิทยากร พระอาจารย์ จิตติพันธ์  กิตติวังโส จบภารกิจกับคณะของเราเนื่องจากการแสวงบุญสังเวชนียสถานตั้งแต่ สารนาถ พุทธคยา ราชคฤห์ ไวสาลี กุสินารา ลุมพินีและสุดท้ายคือที่สาวัตถี ครับ...พวกเราขอกราบขอบพระคุณที่ท่านได้กรุณาให้ความรู้ตลอดเวลาที่อยู่กับพวกเรา  และกราบขอขมาในสิ่งที่อาจจะล่วงเกินท่านพระอาจารย์โดยมิได้ตั้งใจ...
            คณะเรายังเดินทางต่อไปยังเมืองลักเนาว์ เมืองอัคราเพื่อชมทัชมาฮาล และอัครา ฟอร์ท  และไปขึ้นเครื่องบินกลับบ้านที่เดลลี
             ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ












วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2556

สิบสองวันในอินเดีย(๑๒)

(คลิกบนภาพเพื่อดูภาพขยายใหญ่ขึ้น)
      หลังจากเรานมัสการ"ชาตสถาน" ที่ลุมพินี เนปาล แล้วตอนเที่ยงกลับมาทานอาหารกลางวันที่วัดไทย๙๖๐ ใกล้ด่านเข้าเมืองฝั่งประเทศอินเดีย จุดหมายปลายทางในวันที่แปดนี้คือเมืองสาวัตถี ระยะทางจะต้องเดินทางประมาณ ๒๐๐ กม. ซึ่งจะต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ ๔ - ๕ ชม. ระหว่างทางเราจะแวะนมัสการสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งคือ กบิลพัสดุ์ (อินเดีย)..ก่อนจะถึงก็ขออนุญาตนำภาพวิถีชีวิตชนบทในแคว้นอุตตรประเทศ ซึ่งคล้าย ๆ กับชนบทบ้านผมในอดีต  ครับ...

......

ตาชั่งสำหรับชั่งข้าวเปลือก
      ช่วงเดือน พ.ย.ที่นี่ก็อยู่ในระหว่างเก็บเกี่ยวพืชผลทางการเกษตร ที่เห็นคือทุ่งนาที่ข้าวกำลังสุกและพร้อมเก็บเกี่ยว นอกจากนี้ก็มีถั่วลิสง เห็นกองฟางนึกถึงควายบ้านเรานะครับ...พอใกล้ชุมชนก็จะเห็นร้านค้าสะดวกซื้อ ร้านตัดเสื้อร้านซักรีด ร้านตัดผม ตลาดสด ฯลฯ ริมทาง แต่ว่าส่วนใหญ่อาจจะกล่าวได้ว่า ๙๙.๙๙ % มีแต่"พ่อค้า" ไม่ค่อยเห็น"แม่ค้า" นี่คงจะเป็นจริงที่ว่า ผู้หญิงที่นี่มีหน้าที่ทำงานอยู่ที่บ้าน ..


           บางช่วงบางตอนของเส้นทางเราต้องหยุดรถเพื่อให้ขบวนแห่ของพี่น้องในชนบทผ่านไปก่อน  ตามที่เล่าให้ฟังข้างต้นว่าอยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวแล้วเสร็จบางส่วนก็มีพิธีเซ่นบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อและศรัทธา...ขออภัยครับไม่ได้ลงจากรถไปไถ่ถามเพราะคงพูดกันไม่รู้เรื่องแน่นอน..

    
    ...ถึงกบิลพัสดุ์หรือ "ปริปาหวะ "หมู่บ้านชายแดนเขตอินเดียใกล้เนปาล เรามีเวลาพอสมควรพอที่จะเข้าสักการะสถูปสถานที่ที่เคยประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ และพระบรมสารีริกธาตุที่ขุดพบ ณ สถานที่แห่งนี้ ทางอินเดียได้นำมาถวายแด่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าพระเจ้าอยู่หัว และพระองค์ทรงโปรดเกล้าฯให้นำไปบรรจุไว้บนเจดีย์ภูเขาทองวัดสระเกศ กรุงเทพ..

.....
         อย่างไรก็ตาม"กบิลพัสดุ์" นี้ยังมีอีกที่หนึ่งอยู่ในประเทศเนปาล ซึ่งอยู่ห่างจากที่นี่ไปประมาณ ๒๕ กม.ซึ่งนักวิชาการหลายท่านบอกว่า"กบิลพัสดุ์" ในเนปาลน่าจะเป็น กบิลพัสดุ์เก่าตามพุืทธประวัติ สำหรับที่นี่น่าจะเป็นกบิลพัสดุ์ที่สร้างขึ้นใหม่หลังจากศากยวงศ์ถูกพระเจ้าวิฑูฑภะทำลาย  อาจจะมีเจ้าศากยะวงศ์ที่เหลืออยู่มาสร้างและได้นำพระบรมสารีริกธาตุที่รับมาจากกุสินารามาบรรจุไว้...
         ได้เวลาเดินทางต่อไปเพื่อให้ถึงเมืองสาวัตถีก่อนค่ำ คณะเราจะไปรับประทานอาหารเย็นที่วัดไทยเชตวัน ฯ ...
ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ