แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เล่าสู่กันฟัง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เล่าสู่กันฟัง แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2567

ความรู้ใหม่


 ทำบายพาส ด้วยการออกกำลังกาย

รักษาเส้นเลือดตีบโดยไม่ต้องทำบอลลูน


ความรู้ใหม่ จากคุณหมอ ที่ไปอบรม Anti Aging นะครับ


     ปกติ เราจะมีเส้นเลือด ไปเลี้ยงหัวใจหลักๆ 3 เส้น (บางคนมี 4 เส้น แต่เป็นคนส่วนน้อย) เวลาหลอดเลือดหัวใจตีบ ก็คือ สามเส้นนี้แหละ แต่ที่หมอไม่ค่อยบอกคือ เรามีเส้นเลือดฝอยเล็กๆ ที่ส่งไปเลี้ยงหัวใจอีก เต็มไปหมด 


     แต่เส้นเลือดฝอยเหล่านี้ มันจะเล็กเกินไป ที่จะเอาเลือดไปเลี้ยงหัวใจ ยกเว้นแต่ เรากระตุ้นให้เกิดเลือดไหลเวียน ไปทางเส้นเลือดฝอยเหล่านี้ ก็จะทำให้ขนาดเส้นเลือดโตขึ้นได้เป็น 5 เท่า ทำให้มันมีความสามารถ เพียงพอที่จะเอาไปเลี้ยงหัวใจได้ เราเรียกว่า natural bypass 


     เส้นเลือดฝอย ที่ขึ้นมาแทน เส้นเลือดหลัก ที่ตีบได้ เราเรียกว่า collateral vessel ที่ Harvard มีงานวิจัย โดยผู้ที่มีปัญหา เส้นเลือดตีบ แทนที่จะไปทำบอลลูน หรือ Bypass สามารถใช้วิธี กระตุ้นเลือด จากขาเข้าสู่หัวใจ ตามจังหวะการเต้นของหัวใจ เทคโนโลยีนี้เรียกว่า EECP (Enhanced External Counter Pu lsation) ต้องทำครั้งละ 1 ชม. อาทิตย์ละ 5 ครั้ง เป็นเวลา 7 อาทิตย์ พบว่า ผู้ป่วยจะสามารถสร้าง natural bypass นี้ได้ โดยไม่ต้องผ่าตัดเลย (ในไทย ก็มีเครื่องมือนี้นะ) แต่การกระตุ้นแบบนี้ เราสามารถทำเองได้ โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ ด้วยการวิ่งวันละ 30 นาที อาทิตย์ละ 150 นาที ก็คือ 5 วัน ถ้าเรามีเส้นเลือดตีบ ร่างกายจะสร้าง collateral vessel ได้ภายใน 2 อาทิตย์ ทั้งนี้คงต้องทำ ก่อนที่จะตีบ จนออกกำลังกายไม่ได้ 


     รู้อย่างนี้แล้ว เดิมผมออกกำลังกาย แค่อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง คงต้องเปลี่ยนเป็น ออกอาทิตย์ละ 5 ครั้ง เพื่อสร้าง collateral vessel ไว้ใช้ เผื่อเส้นเลือดหัวใจหลัก เส้นไหนตีบตัน จะได้มีเส้นเลือดสำรองไว้ใช้ได้เลย มันคงเหมือนสร้าง สายใหม่ๆไว้เสมอ เผื่อสายเก่าๆ ตีบตัน


   เรื่องนี้ ไม่ใช่แค่เรื่อง เส้นเลือดที่หัวใจครับ เป็นกับทุกอวัยวะทั่วร่างกาย ด้วยเช่นกัน ซึ่งจะเป็นผลดีกับอวัยวะ ที่มีเลือดผ่านมากๆ เช่น สมอง ตับ ไต ด้วยเช่นกัน สำหรับคนต้องการ สร้างกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง การมีเส้นเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อส่วนปลาย ทำให้เรามีการสร้างกล้ามเนื้อ ที่ดีขึ้น


      อีกสิ่งที่ดีมาก คือ การสร้างเส้นเลือด จากการออกกำลังกายเป็นประจำ โดยเฉพาะชนิด คาร์ดิโอ จะช่วยลดความเสี่ยงของ มะเร็ง เพราะจะนำ ออกซิเจน ที่มากพอ ไปยังส่วนเล็กๆ ของอวัยวะ อีกทั้งยังส่งเสริม การกำจัดพวกเซลล์ ที่กำลังจะเป็นมะเร็ง อีกทั้งเพิ่มการสร้าง เม็ดเลือดขาว ครับ

Cr.

https://www.salika.co/2019/07/13/eecp-knowledge-sharing/

วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2563

วัดบ้านหีบ อายุราว ๓๓๘ ปั



สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร 
เสด็จพระราชดำเนิน ถวายธูปเทียนบูชาพระประธานในอุโบสถวัดบ้านหีบ
เมื่อ พ.ศ.๒๕๓๔

  วัดบ้านหีบ ตั้งอยู่ที่หมู่ ๑ ตำบลบ้านหีบ อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ห่างจากที่ว่าการอำเภออุทัยประมาณ ๖ กม.เดิมชื่อวัดปากน้ำ เนื่องจากตั้งอยู่บริเวณสามแยกของคลอง ตามประวัติของวัดสร้างเมื่อประมาณ พ.ศ.๒๒๒๕ สมัยอยุธยาตอนกลาง ในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ.๒๑๙๙ - ๒๒๓๑) ไม่ทราบว่าผู้ใดเป็นผู้สร้าง ไม่ปรากฏหลักฐานว่าเป็นวัดร้างตั้งแต่เมื่อใด ปัจจุบันได้มีการบูรณะและสร้างอุโบสถหลังใหม่  บริเวณนี้น่าจะเป็นชุมชนโบราณมาแต่ครั้งในอดีตเนื่องจากมีสายน้ำไหลผ่าน ต่อมามีประชาชนมาตั้งบ้านเรือนอาศัยอยู่ และได้มีการสร้างโรงหีบอ้อย และมีตลาดการค้าขาย ซึ่งในปัจจุบันยังคงมีชื่อเรียกหมู่บ้านว่า บ้านหีบ บ้านตลาดและบ้านอ้อย นอกจากนี้บริเวณนี้ยังอยู่ใกล้เคียงกับเส้นทางการเดินทัพของพระเจ้าตากเมื่อครั้งออกจากกรุงศรีอยุธยาเพื่อไปรวบรวมกำลังพลกลับมากู้ชาติก่อนเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สอง พ.ศ.๒๓๑๐ สำหรับซากโบราณสถานที่สำคัญที่ยังคงเหลืออยู่ในปัจจุบันได้แก่ อุโบสถหลังเก่าหันหน้าลงคลองทางทิศตะวันตก ซากพระพุทธรูป ใบเสมาหินทรายแดง และซากเจดีย์ประธานหลังอุโบสถ สำหรับการเดินทางไปวัดบ้านหีบ ปัจจุบันมีเส้นทางหลายเส้นทางสะดวกและเป็นทางลาดยางโดยตลอด


คลองหน้าวัดบ้านหีบ




อุโบสถหลังเก่า
ขนาดโดยประมาณ กว้าง ๘ เมตร ยาว ๑๕ เมตร





ภาพเขียนฝาผนังในอุโบสถ


พระประธานในอุโบสถ



ซากพระพุทธรูปและใบเสมาหินทรายแดง


ซากเจดีย์ประธานหลังอุโบสถ


กุฏิเก่าโบราณทรงปั้นหยา


บริเวณด้านหน้าอุโบสถ


ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ
***********
***********











วันจันทร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2560

ชีวิตต้องสู้ ของคุณสู้


ชีวิตต้องสู้ ของคุณสู้    พงษ์เดช รักษาสกุล

สวนนันทวัน ปากคลอง16 ถนนรังสิต นครนายกชายพิการวัย 66 ปี ที่พิการจากถูกโจรยิงที่จังหวัดนราธิวาส ในปี 2517 กระสุนตัดกระดูกสันหลัง หมดความรู้สึกตั้งแต่สะดือลงไป ต้องอยู่บนรถเข็น มาตั้งแต่วัยเพียง 24 ปี หลังจากที่เพิ่งจบจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ทำงานที่กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง ที่นราธิวาส ได้เพียง 6 เดือน 

กว่า40 ปีที่รู้จักคุณสู้ เขาไม่เคยท้อ ไม่เคยสิ้นหวัง เพียงแต่เคยรำพึ่งออกมาสมัยรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช ในช่วงปี 2517 ว่า "ยังไม่รู้เลยว่าหากหมอให้ออกจากโรงพยาบาลแล้วจะไปอยู่ที่ไหน " เพราะสู้เป็นกำพร้า พ่อแม่เสียตั้งแต่เล็ก ต้องอาศัยอยู่กับปู่_ย่า ทำนาที่อยุธยา พอเรียนอยู่ที่เกษตรศาสตร์ ปู่ย่าก็เสีย 

เหมือนฟ้าลิขิตมีผู้พิพากษาศาลฎีกา ท่านชุ่ม สุนทรธัย และภริยาคุณ พัชรินทร์ รับเป็นบุตรบุญธรรม ในการดูแล หลังจากออกจากโรงพยาบาล คุณสู้เคยคิดจะฆ่าตัวตาย เพราะกายพิการ ใจก็รับสภาพไม่ได้ แต่ก็คิดได้ว่า คนอื่นเขายังอยากให้คุณสู้มีชีวิตอยู่ แล้วตัวเขาเองเล่าทำไมไม่อยู่ต่อไป จวบกับพ่อแม่บุญธรรมมีที่ดินที่รังสิต จึงย้ายมาอยู่และมีอาชีพทำพันธุ์ไม้ขาย ปัจจุบันสามารถเลี้ยงตัวเองและลูกน้อง12 คนได้ตอบแทนบุญคุณ ดูแลบิดาบุญธรรมจนวาระสุดท้าย

พบกับสู้เมื่อเดือนมีนาคม 2560 ถ่ายรูปคู่กันแล้วเห็นเลยว่าคุณสู้ สดใสกว่าผมมาก ใบหน้าไม่เห็นกังวลอะไร ถามว่าทำไม คุณสู้จึงสดใส เขาตอบว่าเห็นเพื่อนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตมาเยี่ยมก็ดีใจชื่นชม 
ผมยิงคำถามว่ามีเป้าหมายอะไรกับอนาคต เขาตอบว่าอยู่ทำประโยชน์ให้สังคม เลี้ยงลูกน้องไว้ 12 คน ส่งลูกคนงานเรียนตามกำลังให้ทุนการศึกษาโรงเรียนใกล้ๆสวนเท่าที่ให้ได้ และที่สำคัญคืออยู่ศึกษาธรรมของพุทธเจ้า ทำให้คลายทุกข์ และรู้เท่าทันจิต ทำให้สงบ และมีสมาธิ เกิดปัญญา อดีตและร่างกายที่พิการแก้ไขไม่ได้ แต่จิตใจแก้ไขและพัฒนาได้ 

ชีวิตของคุณสู้ ให้บทเรียนแก่ผมหลายอย่าง และได้แลกเปลี่ยนข้อคิดกันหลายเรื่อง เขาเป็นคนมีจิตอาสา คุณสู้สมัยเป็นนิสิตเกษตรศาสตร์ ทำงานเก่ง ร่วมงานค่ายอาสาพัฒนา ของ มหาวิทยาลัย และของชมรมนิสิตนักศึกษาสัมนนา จนได้รับการคัดเลือกเป็นฮีโร่ของค่ายอาสา ทั้งสองแห่ง

คุณสู้ขอบคุณมหาวิทยาลัยกษตรศาสตร์ สมัยนั้นค่าหน่อยกิตเพียงหน่วยกิตละ 5 บาท ค่าหอพักปีละ 500 บาท ใครขัดสนมีคาเฟตทีเรียให้ทุน ข้าวฟรี 3มื้อ

มุมมองของสู้บอกว่าระยะนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี หลังจากน้ำท่วมปี 2554 จนถึงปัจจุบัน ต้นไม้เป็นของไม่จำเป็นนัก บางเดือนขายต้นไม้ ได้ไม่พอค่าแรงงาน ต้องเอาเงินออมออกมาจ่าย

คุณสู้ไม่เคยร้องขอความช่วยเหลือคนรู้จัก ผมขออนุญาตประชาสัมพันธ์ครับ หากใครต้องการต้นสนประดับชนิดต่างๆ จำนวณมาก ติดต่อได้ที่เบอร์ โทร 081-838-2413

.....................................................
Cr. Line  อารี อยู่อ่อน


วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2558

กรับพวง

.....ห่างหายไปนาน กลับมาพร้อมกับของเก่า ๆ ครับ...ของเก่าที่ว่านี้คือ " กรับพวง " จริง ๆ แล้วผมเองไม่มีความรู้ทางดนตรีเลย..ออกตัวไว้ก่อนที่จะมีคนถามต่อ.."กรับพวง"อันนี้ผมจำความได้ก็เห็นวางอยู่ในตู้ที่บ้าน  ตอนแรกไม่รู้ด้วยซ้ำไปว่าเรียกอะไร     แต่เข้าใจว่าเป็นเครื่องดนตรีไทยชนิดหนึ่งเพราะหยิบมาฟาดกับฝ่ามือแล้วมีเสียงดัง...หลังจากคุณแม่เสียชีวิตไปแล้วเมื่อปีก่อน  ผมต้องกลับมาอยู่ที่บ้านเกิดอีกครั้งหนึ่งหลังเกษียณอายุเพื่อดูแลคุณป้าตอนนี้อายุ ๙๖ ปี   ก็ยังเห็น" กรับพวง " วางอยู่ในตู้ของแม่เช่นเคย  อายุของกลับพวงนี้ต้องไม่ต่ำ ๖๐ กว่าปีแน่นอน
        สิ่งที่สงสัยมานานคือกลับพวงนี้มีประวัติความเป็นมาอย่างไรเพราะบ้านเราไม่มีใครเล่นดนตรีเลย...  เมื่อต้นปีที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสพบกับ"พี่ต๊อย"ลูกสาวของลุง  พี่ต๊อยบอกว่าไปพบกับเพื่อนรุ่นเดียวกับแม่สมัยเรียนฝึกหัดครูด้วยกัน เพื่อนของแม่บอกพี่ต๋อยว่า สมัยที่แม่เรียนฝึกหัดครูนั้น   แม่เป็นแม่เพลงเรือของโรงเรียนฝึกหัดครู..........
         เสียดายจริง ๆ ที่ผมไม่ได้ยินเสียง"กลับพวง"และเสียงร้องเพลงเรือของ"แม่"..........(แม่จากไปอย่างไม่มีวันกลับมาอีกแล้วเมื่อ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๒)

**************

***************

.. ๑๓ สิงหาคม ๒๕๖๕..
งานฉลองศาลา ๑๐๐ ปี ชาตกาล
ของแม่ครูสดับ สุภานันท์..


วันอังคารที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2558

...ของฝากจากยาย...

...๖ มกราคม ๒๕๕๘..  ๑๑.๒๐...
.......
"  กระบอกละเท่าไร..ยาย.."
"  กระบอกละสิบห้า..มัดละ ร้อยห้าสิบ..แบ่งขายนะ..ซื้อกี่กระบอกก็ได้.."
"  ขายหมด...ใหมยาย..."
"  ขายหมดทุกวันแหละ...ของใหม่ทุกวันนะ...เก็บไว้พรุ่งนี้ก็ไม่เสีย...ยายรับรอง.."
"  ยายมองกล้องหน่อย..  "
"...ไม่ละ..!! เขาชอบถ่ายรูปยาย บอกว่าจะเอาไปออกทีวี..ยายอายเขานะ !!??...ไม่อยากถ่ายรูปหรอก..."
"อยากรู้จักชื่อยายนะครับ..."
"..ไม่บอกหรอก ไม่อยากให้ใครรู้จักชื่อ.."
................
..ยายบอกว่า พักอยู่ที่บ้านเตาถ่าน..จะเข็นรถขายข้ามหลามจากบ้านเตาถ่าน ตามถนนสุขุมวิท ไปจนถึงแยกเจ...(ระยะทางที่เข็นรถเข็นไปประมาณ ๓ - ๔ กม...จะพบกับยายช่วงเวลาประมาณ ๑๐๐๐ - ๑๑๐๐ น.)
(ขอบคุณ"ยาย" รถเข็นขายข้ามหลาม ริมถนนสุขุมวิท ช่วง บ้านเตาถ่าน - แยก เจ)


วันพฤหัสบดีที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ครูแห่งแผ่นดิน


ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน




************
๕ ธันวาคม ๕๗ " เทิดไท้พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน "
นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
 เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 
๘๗ พรรษา 




*****

*****



*****

(คลิกบนภาพ )
*****




*****
ทุ่งมะขามหย่อง (คลิก)


วันอังคารที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

...เอก...


          "..เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน
แล้วแผ่นดินที่งดงามจะกลับคืนมา
เราจะทำอย่างซื่อตรง
ขอแค่เธอจงไว้ใจและศรัทธา
แผ่นดินจะดีในไม่ช้า
ขอคืนความสุขให้เธอ ประชาชน.."
*****
      "..ผมก็จะอยู่แถว ๆ นี้ ทุกวันแหละครับ..บางช่วงเวลาก็มีหลายคนที่มาเล่น..ผมก็จะไปอยู่ห่างจากจุดนี้สักหน่อย...
         ..ผมร้องเต็มความสามารถครับ..และมีความภูมิใจใน"หน้าที่"นี้  ผมทำ"เต็มที่" ไม่รู้สึกว่า ใครจะมองเราเป็นอย่างไร...เรื่อง"เงิน" เป็นเรื่องรองลงไป ผมรักที่จะทำตรงนี้ก็เลยมี"ความภูมิใจ" ในความเป็นตัวเรา...
         ..ผมอยากให้ทุกคน"ภูมิใจ"ในตัวเองที่ได้ทำหน้าที่ ไม่ว่าอาชีพนั้นจะเป็นอาชีพอะไร..ฯลฯ "  เอก นักดนตรีข้างถนน(ใกล้BTS หมอชิต)
       "...ไปก่อนนะเอก..รถเมล์มาแล้ว "  ผมบอกกับเอกหลังจากยืนฟัง "เพลง คืนความสุขให้ประเทศไทย" ที่เอกร้องจนจบ 
       *****
(ผ่านไปแถวBTS หมอชิต..หากมีเวลาก็ขอกำลังใจให้กับเอก ด้วยนะครับ ...)

ขอบคุณทุกกำลังใจ ที่มอบให้กับเอก..


******

       

วันพุธที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2557

๑๐๐ ปี แม่ครูสดับ สุภานันท์

๑๓ สิงหาคม ๒๕๖๗ ครบรอบ ๑๕ ปี ที่แม่จากไป



๑๓ สิงหาคม ๒๕๖๕ ครบรอบ ๑๓ ปี วันที่แม่จากไป...(เนื่องจากสถานการณ์โควิด ปี ๒๕๖๔  ไม่ได้จัดงานซึ่งเป็นงานครบรอบ ๑๐๐ ปี ชาตะกาลของแม่  (๒๔๖๔ - ๒๕๖๔) ... จึงมาจัดพร้อมกันปีนี้..




























ดวงดาว..ดาวัน..นันทา
ลูกๆที่ใกล้ชิดดูแลแม่
จนวาระสุดท้าย..
และริเริ่มสร้างศาลา
๑๐๐ ปี ชาตกาล
การออบแบบก่อสร้าง
โดย มิน หลานย่า..







ศาลา ๑๐๐ ปี 
แม่ครูสดับ สุภานันท์






  @๑๓ สิงหาคม ๒๕๖๓ ครบรอบ ๑๑ ปี วันที่แม่จากไป...






@ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๖๐ ครบรอบ ๘ ปี วันที่แม่จากไป...



บ้านนันทวงษา อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา
๑๓ สิงหาคม ๒๕๖๐











**************
วัดโคกช้าง ตำบลอุทัย อำเภออุทัย 
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๙



















************************
(ภาพจากแฟ้มภาพ)
๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๘ 
บ้านชายสิงห์ ตำบลอุทัย อำเภออุทัย
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา



ลูก หลานยังคงจัดทำบุญเลี้ยงพระ
อุทิศส่วนกุศลให้กับแม่เหมือนเช่นเคยที่ทำมา


ปีนี้สิกขมานาหลานสาวคนหนึ่งและคณะ
จากนิโรธารามมาร่วมงานด้วย

*****
*****


*******

ปรับปรุงข้อมูลเมื่อ  ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๘

**********************

๑๓  สิงหาคม  ๒๕๕๗  ครบรอบ ๕  ปี ที่แม่จากไป...


...........


..........


....บวชเรียนพากเพียรจนสิ้น
หยดหนึ่งน้ำนมกิน
ทดแทนไม่สิ้นพระคุณแม่เอย.....

******
*****
*****