วันพฤหัสบดีที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2566
มนุษย์
******
Cr. หนังสือ " ๑๐๐ คำสอนสมเด็จพระสังฆราช" สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก
วันอังคารที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2566
รู้สึกตัว...ปล่อยวาง
ธรรมะอรุณสวัสดิ์...รับวันใหม่
.............................
ลืมตาแต่รู้สึกตัว … กับลืมตาแต่ไม่รู้สึกตัว
… มันต่างกัน
คนไม่ปฏิบัติ … ลืมตาแล้วก็ลืมตัว
ลืมตาแล้วก็มองอะไรเรื่อยเปื่อย คิดอะไรไปเรื่อย
มันไม่รู้ตัวเลย
ไม่รู้กายเป็นอย่างไร ใจเป็นอย่างไร
อย่างนี้คือเราไม่ได้มีสติ เราไม่มีสัมปชัญญะ
เราจะต้องมาฝึกว่าลืมตาแล้วรู้สึกตัว
ลืมตาแต่ไม่ลืมตัว ได้ไหม
ลืมตาแต่ไม่ลืมตัว … คือมีความรู้ตัว
อย่างที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า
อาโลกิเต วิโลหิเต สัมปะชานะการี โหติ
พึงทำความรู้สึกตัวในขณะลืมตา
ไม่ได้นั่งกรรมฐานหลับตาเท่านั้น
ลืมตาภาวนา รู้สึกตัว ลืมตาอย่างรู้สึกตัว
โยมก็ทำได้ขณะนี้
ขณะนี้ลืมตาอยู่ ลองให้มันรู้สึกตัวขึ้น
เวลาเกิดความรู้สึกตัว ถามว่ามันจะรู้อะไร?
… มันก็รู้ตัว
พอรู้สึกตัว มันก็รู้ตัว
"ตัว" คืออะไร?
ชีวิตนี้มันคือ "ตัว"
"ตัว" นี้มันประกอบด้วยอะไร?
ย่อ ๆ ๒ อย่าง กาย … กับใจ
ฉะนั้นเวลารู้สึกตัว มันจะต้องมีการรู้กายรู้ใจขึ้นมา
ถ้ามันมีการรู้กายรู้ใจ คือเรามีสติมีสัมปชัญญะ
เรียกว่ารู้สึกตัว
ลืมตาอย่างรู้สึกตัว มองอย่างรู้สึกตัว
ถ้ามองอย่างรู้สึกตัว มันจะเหมือนมีตาใน
ตาในจะมี ๒ ตา คือ
๑. ตาเนื้อ กับ
๒. ตาใจ ใจที่มีปัญญา
อย่างที่เขาบอกว่าดวงตาเห็นธรรม
ทำอย่างนี้มันจะไปสู่ดวงตาเห็นธรรม
ธรรมจักษุ มีดวงตาเห็นธรรม
ตาเนื้อมันก็จะต้องเห็นภายนอก
อย่างลืมตาก็จะเห็นภายนอก
แต่พอเรามีความรู้สึกตัวขึ้น มันก็จะมีตาใน
มันจะมีตาใจที่กลับมารู้ตัว รู้กายรู้ใจ
รู้กาย กายขณะนี้นั่งอยู่ กายหายใจอยู่ กายรู้สึกอย่างไรอยู่
แล้วก็รู้ถึงใจว่าใจเป็นอย่างไร
สบายใจไหม หรือไม่สบายใจอยู่
หรือชอบใจอยู่ หรือไม่ชอบใจ
มันจะเกิดการรู้แบบนี้ขึ้นมาถ้ามีความรู้สึกตัวขึ้น
ดีไหมแบบนี้
คนที่มองแล้วไม่รู้สึกตัว
บางทีเรามองไปเราก็โกรธ เรารัก เราชัง เราก็ไม่รู้ตัว
ใจเราก็จะร้อนแล้ว
ใจเราก็จะร้อนอกร้อนใจด้วยความอยากบ้าง ด้วยความโกรธเกลียด
เดี๋ยวมันก็จะมีพฤติกรรมออกไปทางวาจาทางกายที่ไม่ดี
แต่ที่จริงมันเกิดทางใจก่อน มันร้อนที่ใจก่อน
แต่ถ้าเรามองแล้วรู้สึกตัว มันก็จะรู้กายใจ
ถ้าเกิดใจมันเผลอไปชอบ มันก็รู้ว่า อ๋อ นี่ชอบ
ใจมันเผลอไปไม่ชอบ มันขุ่น เราก็รู้แล้ว
รู้อย่างนี้ มันจะดับ
โดยเฉพาะเราฝึกการปล่อยวางเป็น
ความรู้สึกตัวทั่วพร้อมที่จะเพียบพร้อมสมบูรณ์
ก็คือมันจะประกอบด้วยความปล่อยวาง
รู้สึกตัวทั่วพร้อมอย่างปล่อยวาง
.............................
ธัมโมวาท โดยหลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี
เจ้าอาวาสวัดมเหยงคณ์ พระนครศรีอยุธยา
*****
Cr.https://www.facebook.com/100050180992815/posts/pfbid0FxYBHDubc63KsZr8F1eA2bxv8uQcJvSz3ndydbea9jJrRuMHAfPjpPJdnVuziqJUl/?mibextid=Nif5oz
วันจันทร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2566
มีสติ..รู้เขา รู้เรา..
ธรรมะอรุณสวัสดิ์...รับวันใหม่
.............................
เมื่อมีสติรู้ชัดในกายใจตัวเอง มองใจตัวเองได้ออก
มันก็คุมใจเราได้
นี่เราโกรธ นี่เราชอบ นี่เราชัง
แล้วก็ปล่อยวาง ละวาง มันก็ดับไป
ใจเราก็เย็น พูดเราก็พูดได้ปกติ ฟังเราก็ฟังได้ปกติ
เราสื่อสัมพันธ์บุคคล เราก็จะเท่าทัน
ถ้าเราเป็นผู้เจริญสติที่จะเก่งมากขึ้น
มันต้องใช้กำลังของความตั้งสติเยอะ
ถ้าเราไม่เกี่ยวข้องกับการต้องไปรู้เรื่องของเขา
มันก็เอาแค่สักแต่ว่าเห็น สักแต่ว่าได้ยิน
อย่างไรก็ช่าง ฉันจะดูแค่รู้สึก ๆ ฉันดูข้างใน ฉันรักษาใจสงบเย็น
อันนี้มันก็พอง่ายกว่า
สมมติว่าเราเป็นหมอ
เราอยู่กับคนป่วย เราทำอย่างนั้นไม่ได้
เขาจะพูดอย่างไรมา ฉันสักแต่ว่าได้ยิน ๆ อย่างนี้ไม่ได้
ยิ่งเราทำงานกับคนป่วยคนไข้นี่ต้องรู้เขารู้เรา
พูดอะไรมาฉันก็สักแต่ว่าได้ยิน ๆ อย่างนี้ไม่ได้
มันต้องรู้เขา
พูดแบบนี้มันหมายความอย่างไร
พูดอย่างนี้ ๆ เขาป่วยเป็นอย่างไร ๆ
ต้องตามเรื่องเขาถูกด้วย
ตามเรื่องเขาถูก วินิจฉัยถูก
แต่ว่าไม่ลืมในตัวเอง
ตรงนี้ ตรงที่มันมีสติสัมปชัญญะรู้ในตัวเองด้วย
เพราะฉะนั้นงานมันเยอะ
งานมันจะต้องรู้เขา
มันจะต้องรู้ไปในสมมติด้วย
ที่เขาพูด ๆ อย่างนี้ความหมายมันคืออะไรอย่างไร
ต้องนึกตามได้ออกว่าเหตุผลมันเป็นอย่างนั้น ๆ
แต่ไม่ลืมกายใจตัวเอง
มีสติที่จะรู้ตัวเอง
งานกรรมฐานแบบนี้ที่จะเอามาใช้ในชีวิตประจำวัน
มันยากขึ้น เพราะภาระมันเยอะ
มันต้องรู้เรื่องของเขาด้วย
แล้วก็จะต้องไม่ลืมภาวะของตัวเองที่จะรักษาความเป็นปกติของตัวเอง
แต่มันทำได้
ถ้าเราหัดฝึกไปเรื่อย ๆ เราจะทำได้
แต่เราต้องตั้งสติเยอะหน่อย
เราฟังคนป่วย เราก็ตั้งสติ
รู้ตัวเองไว้ รู้ตัวเอง รู้กาย
แต่เราก็ต้องรู้เขา เขาพูดมาหมายความอย่างไร เป็นบัญญัติด้วย
แต่ก็ไม่ลืมตัวเอง รู้กายใจตัวเอง
รู้เขา รู้เรา
การตั้งใจอย่างนี้ ผลดีคือทำให้เรามีความตั้งมั่น
จิตมันจะเกิดความตั้งมั่นขึ้นมาโดยอัตโนมัติ
เพราะถ้าเราไม่ตั้งมั่น เราจะจับคำพูดเขาไม่ได้
คำพูดของเขาทุกคำเราจะผ่านไปโดยไม่รู้เรื่องถ้าเราไม่ตั้งหลักให้ดี
แล้วเราก็จะวินิจฉัยให้เขาไม่ได้ดี
เพราะว่าเราฟังเขาไม่ครบทุกคำทุกประโยค
เสร็จแล้วเราก็อาจจะสอนแบบเดา ๆ รวม ๆ
แบบตีวงทอดแหไป
.............................
ธัมโมวาท โดยหลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี
เจ้าอาวาสวัดมเหยงคณ์ พระนครศรีอยุธยา
*****
Cr.https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid0Mv5UAkyDSyvcKGowQVUSYY65m8M54Tf4CxM6HpgvbWMQYeK22vKMvBEvWaVvqcX9l&id=100050180992815&mibextid=Nif5oz
วันเสาร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2566
รู้สึกตัวทั่วพร้อม




