วันอาทิตย์ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ทำไปเพราะความรัก

(ภาพจากอินเตอร์เนต)

เรื่อง ทำไปเพราะความรัก

หมีโคล่า เจอลูกนกถูกทิ้ง
หมีจึงเอาลูกนกมาดูแล

แล้วเป็นพ่อให้ลูกนก

เมื่อถึงเวลา ลูกนกต้องฝึกบิน
ลูกนกถามหมี พ่อจ๋าหนูจะบินได้อย่างไร

หมีบอกไปว่า เดี๋ยวพ่อบินให้ดู

หมีกระโดดจากยอดไม้แล้วกระพือแขนเร็ว ๆ เพื่อให้ลอยขึ้น
แต่ทุกครั้ง หมีก็จะหล่นลงพื้น ด้วยความหนักของตัว

หมีทำแบบนี้ทุกวัน ให้ลูกนกดู
แล้วบอกลูกนก ให้กระพือปีกแรง ๆ ตาม

พ่อไม่เห็นบินได้เลย
ลูกนกถาม

เพราะพ่ออ้วนไง แต่ลูกบินได้นะ
ลองทำดูสิ หมีบอกลูกนก

พ่อเธอไม่มีทางบินได้หรอก เพราะพ่อเธอไม่ใช่นก
ต้นไม้กระซิบบอกลูกนก

ถ้าพ่อบินไม่ได้ พ่อจะทำอย่างนั้นทุกวันทำไม
ลูกนกถามต้นไม้

"วันไหนเธอมีคนที่เธอรักสุดหัวใจ
เธอจะเข้าใจเอง" ต้นไม้ตอบ

ลูกนกมองหมีที่ตัวเต็มไปด้วยแผล
แล้วถามว่า พ่อบินไม่ได้ พ่อจะพยายามบินทำไม

หมียิ้มแล้วลูบหัวลูกนกเบา ๆ
พร้อมบอกว่า

" การพยายามทำอะไรเพื่อคนที่เรารัก
มันไม่มีขีดจำกัดหรอก มันทำได้ทุกอย่าง
พ่ออยากให้หนูบินได้
เพื่อที่สักวันหนูโตขึ้น จะได้บินออกไปดูโลกกว้าง
บินออกไปเห็นอะไรใหม่  ๆ
บินออกไปหากิน และเจอคนดีๆที่พร้อมจะเคียงข้างหนู
พ่อรักหนูนะ "

ลูกนกไม่ตอบอะไร
ปล่อยตัวลงไป กระพือปีกให้แรง
แล้วก็บินออกไปสู้ท้องฟ้ากว้างใหญ่

มีเพียงหมีที่มองจากต้นไม้ต้นนั้น
ด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขและน้ำตาจากความใจหาย
เขาไม่รู้ว่าลูกนกจะบินไปไหน
เขาไม่รู้ว่าลูกนกจะบินไปหาใคร
แต่เขารู้ว่า ลูกนกบินได้แล้ว เขาก็สุขใจ

ตะวันกำลังลับลา
หมีนั่งเช็ดแผลตัวเอง
พร้อมกับมองเงาฝูงนกที่บินตรงขอบฟ้า
แล้วหวังว่าจะมีลูกที่เขารักบินอยู่ในนั้น
ก่อนหลับตาไปด้วยความเหนื่อยล้าแต่สุขใจ

............

ไม่ทันได้หลับสนิท ก็มีอะไรแผ่นใหญ่ๆมาห่มไว้
หมีลืมตา เห็นลูกนกกำลังบินคาบใบไม้มาห่มให้
พร้อมกับอาหารและหญ้าสมุนไพรไว้ให้ใส่แผล
ลูกนกบินลงบนไหล่หมีอย่างเบา ๆ
แล้วกระซิบที่หูไปว่า
" หนูก็รักพ่อนะ "
(^^)ชอบบทความนี้มากอ่านแล้วน้ำตาซึมทุกครั้ง
***********
Cr. Fwd Line

วันพฤหัสบดีที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2559

เก็บมาฝาก


เก็บมาฝาก....

10 สิ่งที่คุณต้อง 'ขอบคุณ' !

.1.เวลาใครบางคน 'ไม่สนใจคุณ'
เขากำลัง 'สอน' คุณ
ให้ 'อยู่ได้' โดยไม่มีเขา !
.
2.เวลาใครบางคน 'เบื่อคุณ'
เขากำลัง 'สอน' คุณ
ให้คุณ 'ให้เวลา' ตัวเอง
มากกว่าที่ 'ให้เวลา' เขา !
.
3.เวลาใครบางคน 'มองคุณในแง่ลบ'
เขากำลัง 'สอน' คุณ
ว่ามนุษย์ไม่ได้มองกันที่ 'ตัวตน' จริงๆ
แต่ 'ตัดสิน' มั่วๆ แค่มองกันผิวเผิน !
.
4.เวลาใครบางคน 'ทำให้คุณผิดหวัง'
เขากำลัง 'สอน' คุณ
ว่าอย่า 'คาดหวัง' อะไรจากใครทั้งนั้น !
.
5.เวลาใครบางคน 'ทำร้ายคุณลับหลัง
เขากำลัง 'สอน' คุณ
ว่าอย่า 'ไว้ใจ' ใครไม่เลือกหน้า
ต้องใช้เวลา 'ดู' ให้นานพอ !
.
6.เวลาใครบางคน 'ลืมบุญคุณคุณ'
เขากำลัง 'สอน' คุณ
ว่าอย่า 'ให้' มากเกินไป
กับคนที่ 'ไม่คู่ควร' !
.
7.เวลาใครบางคน 'วิจารณ์คุณเละเทะ'
เขากำลัง 'สอน' คุณ
ว่าคน 'ไม่มีดี ไม่มีค่า ไม่มีผลงาน'
จะ 'ทำลาย' คนอื่นได้มากแค่ไหน !
.
8.เวลาใครบางคน 'หาเรื่องคุณ'
เขากำลัง 'สอน' คุณ
ให้ 'ใจเย็น' กับคนจิตใจต่ำ
และ 'ให้อภัย' คนนิสัยต่ำ !
.
9.เวลาใครบางคน 'เปลี่ยนไป'
เขากำลัง 'สอน' คุณ
ให้เริ่มทำตัว 'มีค่า'
โดยไม่ต้อง 'แคร์' เขาเลย !
.
10.เวลาใครบางคน 'ไม่รักคุณ'
เขากำลัง 'สอน' คุณ
ให้รู้จัก 'รักตัวเอง' !

สรุป ตนต้องเป็นที่พึ่งแห่งตน
เป็นที่พึ่งตนเองให้ได้ก่อน
แล้วก็เป็นที่พึ่งให้คนอื่น

ดังเช่น พระพุทธองค์เป็นที่พึ่งของตนเอง
และเป็นที่พึ่งของสัตว์โลกทั้งหลาย

Cr. จากไลน์............

วันพฤหัสบดีที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2559

ความทุกข์


ภาพจาก Line

ชีวิตมนุษย์
ตั้งอยู่บนพื้นฐาน
แห่งความทุกข์
และการแก้ปัญหา
อยู่ตลอดเวลา

ตามดู ตามรู้ให้เท่าทัน
และเพิ่มบุญก็จะค่อยๆ แก้ปัญหาได้
ต้องใช้กำลังใจที่เข้มแข็ง
เวลาก็เป็นเครื่องพิสูจน์คน

จะแก้วิบากไม่ดี
ต้องใช้กำลังบุญ
และใช้กรรมเก่าให้หมดไป
เมื่อใชัหมดวิบากกรรมหมด
วิบากก็จะหยุดส่งผล
จนกลายเป็นไม่ส่งผล

ปัญหาก็จะเริ่มคลี่คลาย
อุปสรรคก็จะหมดไป
ความทุกข์ก็จะน้อยลง

เป็นวงเวียนสลับเปลี่ยนอยู่อย่างนี้
ทุกข์  สุข สลับกันไป

ทุกข์ ก็ไม่นาน
สุข ก็ไม่นาน

เดี๋ยวมันก็ผ่านพ้นไป

ภูริทัตตา

วันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

เราจะทำดวงตาให้เห็นธรรมได้อย่างไร



     ขั้นตอนในการปฏิบัติศาสนาพูทธ มีทั้งหมด ๕ ขั้นตอนคือ
     ๑. ขั้นการรักษาศีล คือ การสำรวม ระวัง รักษากาย วาจาให้เรียบร้อย เช่น รักษาศีล ๕, ๘,๑๐ และศีลปาติโมกข์
     ๒. ขั้นสมาธิ คือ การทำจิตให้สงบ ให้อยู่ฐานใดฐานหนึ่ง เช่น อยู่ที่ใจ กาย ฯลฯ
     ๓. ขั้นปัญญา นำผลจากการฝึกสมาธิที่ได้มาพิจารณาเห็นสิ่งต่างๆว่า ไม่เที่ยง เป็นทุกข์ เป็นอนัตตา แล้วจางคลายความยึดมั่น ถือมั่น จนถึงสภาวะจิตหลุดพ้น(วิมุติ)
     ๔. ขั้นวิมุติ(หลุดพ้น) ขั้นนี้ผู้ปฏิบัติจะเห็นทางเดิน(มรรค)ว่าเป็นอย่างไร และจะมีวิธีการอย่างไร ที่จะทำให้ทางนี้โล่งเตียนเสมอ (มรรค๘) คือ ขั้นชำระกิเลสที่เป็นอนุสัยนอนเนื่องในสันดานอออก อาศัยมรรค เป็นที่ประหารกิเลส จนสามารถทำอาสวะกิเลสสิ้นไป
     ๕. ขั้นวิมุติญาณทัสสนะ ขั้นนี้ผู้ปฦฏิบัติจะทำมรรค ๘ ให้รวมกันเป็นอันเดียวได้ เกิดความรู้ขึ้นไปโดยไม่ต้องนึกคิด(โพชฌงค์) ถ้าเอาสิ่งใดไปประกอบตัวรู้นี้ จะรู้ได้สายๆ โดบไม่ต้องผ่านการนึกคิด เช่น เอาสติเข้าไปประกอบ ตัวนี้ก็เป็นสติสัมโพชฌงค์ ซึ่งจะรู้เรื่องสติเป็นสายๆ ตั้งแต่ต้นจนถีงสติเว้นรอบ และเอาเรื่องเข้าไปประกอบ เช่น ธัมมวิจยะ. ปิติ,ปัสสัทธิ, วิริยะ, สมาธิ, อุเบกขา ก็จะเกิดความรู้ขึ้นแต่ละอย่างเป็นสายๆ ตังแต่เหตุเกิดแต่แรก จนถึงขั้นสุดท้าย โดยไม่ต้องนึกคิด เป็นความรู้ที่เรียกว่า "ตรัสรู้" ไม่เนื่องด้วยความนึกคิด 
..............................
จากหนังสือ เราจะทำให้ดวงตาเห็นธรรมได้อย่างไร โดย รตนญาโณ ภิกขุ วัดดอยเกิ้ง สำนักปฏิบัติธรรมรัตนประทีป อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน
...............................

วันเสาร์ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

สู้ต่อไป


ภาพจากอินเตอร์เนต

       ท่านว่าชีวิตในโลกของความเป็นจริงต้องอยู่กับปัจจุบัน อดีตเป็นเรื่องที่ผ่านไปแล้ว ย้อนกลับมาแก้ไขใหม่ก็ไม่ได้ อนาคตเป็นสิ่งยาวไกล ยากต่อการกำหนดให้อะไรเป็นอะไร ปัจจุบันสำคัญที่สุด สามารถกำหนดอนาคตได้ อนาคตจะดีหรือไม่ดีอย่างไร ก็อยู่ที่ปัจจุบันเพียงอย่างเดียว ดังท่านกล่าวเอาไว้อย่างนี้ว่า
                "อนาคตเป็นอย่างไรใครจะรู้
                  วันนี้อยู่พรุ่งนี้ตายคล้ายความฝัน
                   อดีตผ่านกาลล่วงมาค่าอนันต์
                   ปัจจุบันเมื่อยังอยู่สู้ต่อไป"
        มาอยู่บนโลกของความเป็นจริงกันเถอะ มรสุมของชีวิตอันน่ากลัว เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็จะไม่เกิดขึ้นอีก ด้วยเหตุผลว่า เราได้ชดใช้กรรมที่ไม่ดีไปแล้ว แต่ถ้าจะเกิดอีก ก็เกิดจากการที่เจ็บแล้วไม่รู้จักจำ ทั้งๆที่รู้ว่าผลของกรรมชั่ว ย่อมมีโทษร้ายถึงเพียงนี้ แต่ก็ยังไม่ละเว้นความชั่วอยู่ดี  สุดท้ายก็ต้องมารับวิบากที่ไม่ดีอีก อย่างนี้แหละที่เขาเรียกว่า "เจ็บแล้วไม่รู้จักจำ"
.................................
จากหนังสือ บัญญานุภาพ  สุทธิปภาโส ภิกขุ