วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2558

อนิจจัง....


....ฯลฯ...
...พระศาสดา..." อานนท์ ! อย่าคร่ำครวญนักเลยเราเคยบอกไว้แล้วมิใช่หรือว่า บุคคลย่อมพลัดพลากจากสิ่งที่รักที่พอใจเป็นธรรมดา ในโลกนี้หรือโลกไหน ๆ ก็ตาม ไม่มีอะไรยั่งยืนถาวรเลย สิ่งทั้งหลายมีการเกิดย่อมมีการดับเป็นธรรมดา เป็นที่สุดไม่มีอะไรยับยั้งต้านทาน "
....ฯลฯ...
   ...." ไม่ว่าพาลหรือบัณฑิต ไม่ว่า กษัตริย์ พราหมณ์ ไวศยะ ศูทร หรือจัณฑาล ในที่สุดก็ต้องบ่ายหน้าไปสู่ความตายเหมือนภาชนะ ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ในที่สุดก็ต้องแตกสลายเหมือนกันหมด"...
...ฯลฯ...
******
(จากหนังสือพุทธโอวาทก่อนปรินิพพาน พิมพ์แจกเป็นธรรมทาน  ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐)
******

วันจันทร์ที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2558

นรจ. ๐๙ เรารุ่นเดียวกัน


.... ๔๙ ปี นาวี ๐๙....
     วันเสาร์สัปดาห์สุดท้ายของเดือนมีนาคม ของทุกปี เป็นวันที่พวกเรา นรจ.๐๙ ทุกพรรค เหล่า มีนัดที่จะมาพบกันทุกปี..ปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๕๘ เราคงมีกิจกรรมเหมือนเช่นเดิมคือช่วงกลางวันร่วมกันทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับเพื่อน ๆ ที่ล่วงลับไปแล้วจำนวน ๘๗ นาย (คลิก) ที่วัดทุ่งโปรง สัตหีบ ชลบุรี ปีนี้พวกเราร่วมกันจัดซื้อเก้าอี้ถวายวัดจำนวน ๑๕๐ ตัว หลังจากจัดถวายไปเมื่อสองปีที่แล้ว(คลิก)...
     การจัดเลี้ยงสังสรรคงเป็นภาคค่ำ จัดงานที่อาคารอเนกประสงค์ นย.อ่าวเตยงาม เริ่มงานตั้งแต่ ๑๗๐๐ จนถึงเวลาประมาณ ๒๒๐๐ ปีนี้คุณครู ยงยุทธ นพคุณ(นายตอน ๗ - พล.ร.อ) คุณครูเฉลิมศักดิ์ สุขประเสริฐ(นายตอน ๖ - พล.ร.ท.)และคุณครู ประสาร แก้วศรีสุข(นายตอน ๓) ได้ให้เกียรติมาร่วมงานด้วย...
       เนื่องจากท่านประธานรุ่น พล.ร.ต.วิติ บัวศรี หมดวาระ จึงมีการเลือกตั้งประธานรุ่นคนใหม่ซึ่งได้แก่ ร.อ.สุเดช กันเกตุ ซึ่งจะอยู่ในวาระ  ๒ ปี ต้องขอแสดงความยินดีกับประธานคนใหม่ไว้ ณ ที่นี้ด้วย..ครับ..

....ในตอนเช้าที่วัดทุ่งโปรง คุณครูประสาน แก้วศรีสุข ให้เกียรติเป็นประธานในการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับ นรจ.๐๙ ผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว


พล.ร.ต.วิติ บัวศรี ประธานรุ่นถวายเก้าอี้

.......

******


นรจ.๐๙ (นรจ.นย.รุ่น ๑๑) ร่วมบริจาคเงินทำบุญ
จัดซื้อโต๊ะและเก้าอี้ถวายวัดทุ่งโปรง


ภาคค่ำจัดงานเลี้ยงสังสรรที่ห้องหาดเล็ก 
อาคารอเนกประะสงค์ นย.
อ่าวเตยงาม สัตหีบ

คุณครู ยงยุทธ นพคุณ(พล.ร.อ.)
 ครูเฉลิมศักดิ์ สุขประเสริฐ(พล.ร.ท.)
คุณครู ประสาร แก้วศรีสุข

พล.ร.ท.จำรัส เผือกประพันธ์ แสดงความยินดี
กับประธานรุ่นคนใหม่
พร้อมมอบเงินให้กับรุ่น ๑๐,๐๐๐.- บาท


ร่วมถ่ายรูปเป็นที่ระลึก...


......


อดีตประธานรุ่น ชลิต เกิดชื่น มอบรางวัลจับฉลาก
ให้เพื่อนที่มาร่วมงาน


...เพื่อน ๆ ได้ร่วมสังสรร สนุกสนาน จนถึงเวลาประมาณ  ๒๒๐๐ ...แล้วเราจะกลับมาพบกันใหม่ปีหน้าครับ..






ขอบคุณเพื่อน ๆ นรจ.๐๙ และทุกท่านที่เข้ามาอ่านครับ.....
......




*********



*****
เก้าอี้ของเพื่อน   ปี  55   (คลิก)

วันอังคารที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2558

ชีวิตคืออะไร ?


...ฯลฯ...
ส่วนประกอบห้าอย่างของชีวิต...ขันธ์ ๕
.......
    พุทธธรรมมองเห็นสิ่งทั้งหลายในรูปส่วนประกอบต่าง ๆ ที่มาประชุมกันเข้า ตัวตนแท้ ๆ ของสิ่งทั้งหลายไม่มี เมื่อแยกส่วนต่าง ๆ ที่มาประกอบกันเข้านั้นออกไปให้หมด ก็จะไม่พบตัวตนของสิ่งนั้นเหลืออยู่ ตัวอย่างง่าย ๆ ที่ยกขึ้นอ้างกันบ่อย ๆ คือ "รถ" เมื่อนำส่วนประกอบต่าง ๆ มาประกอบเข้าด้วยกันตามแบบที่กำหนด ก็บัญญัติเรียกกันว่า "รถ" แต่แยกส่วนประกอบทั้งหมดออกจากกัน ก็จะหาตัวตนของรถไม่ได้ มีแต่ส่วนประกอบทั้งหลาย ซึ่งมีชื่อเรียกต่าง ๆ กันจำเพาะอยู่แล้ว คือตัวตนของรถมิได้มีอยู่ต่างหากจากส่วนประกอบเหล่านั้น
    แม้ส่วนประกอบแต่ละอย่าง ๆ นั้นเอง ก็ปรากฏขึ้นโดยการรวมกันเข้าของส่วนประกอบย่อย ๆ ต่อ ๆ ไปอีก และหาตัวตนที่แท้ไม่พบเช่นเดียวกัน เมื่อจะพูดว่าสิ่งทั้งหลายมีอยู่ ก็ต้องเข้าใจในความหมายว่า มีอยู่ในสภาวะของส่วนประกอบต่าง ๆ ที่มาประชุมเข้าด้วยกัน
   เมื่อมองเห็นสภาพของสิ่งทั้งหลายในรูปของการประชุมส่วนประกอบเช่นนี้ พุทธธรรมจึงต้องแสดงต่อไปว่า ส่วนประกอบต่าง ๆ เหล่านั้นเป็นอย่างไร มีอะไรบ้าง อย่างน้อยก็พอเป็นตัวอย่าง และโดยที่พุทธธรรมมีความเกี่ยวข้องเป็นพิเศษกับเรื่องชีวิต โดยเฉพาะเรื่องจิตใจ การแสดงส่วนประกอบต่าง ๆ จึงต้องครอบคลุมทั้งวัตถุและจิตใจ หรือทั้งรูปธรรมและนามธรรม และแยกแยะเป็นพิเศษในด้านจิตใจ
    ....ฯลฯ.....
    โดยวิธีแบ่งแบบขันธ์ ๕ พุทธธรรมแยกแยะชีวิตพร้อมทั้งองคาพยพทั้งหมด ที่บัญญัติเรียกว่า " สัตว์ " " บุคคล " ฯลฯ ออกเป็นส่วนประกอบต่าง ๆ ๕ ประเภท หรือ ๕ หมวด เรียกทางธรรมว่า เบญจขันธ์ 
....ฯลฯ....(อ่านทั้งหมดได้ที่ลิงค์ด้านล่างนี้ ครับ...)
******

วันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2558

วัฏสงสาร


*****
....มหาสมุทรเป็นบ่อเกิดของรัตนะอันทรงค่ามากมาย แม้นำมาแจกจ่ายแก่มวลชนก็ไม่อาจหมดสิ้นไปได้ พระพุทธศาสนาก้เช่นกันเป็นบ่อเกิดของหลักธรรมอันทรงคุณค่าจำนวนมหาศาล แม้ว่าจะนำมาอธิบายแจกแจงหลายร้อยครั้งก็ไม่อาจจะกล่าวให้หมดสิ้นได้ ในหลักธรรมเหล่านั้นมีธรรมที่สำคัญอยู่ประการหนึ่งชื่อว่า " ปฏิจจสมุปบาท " กล่าวถึงความสำคัญของเหตุผลที่ทำให้วัฏสงสารดำเนินไปเหมือนกงล้อที่หมุนวนอยู่เสมอ ผู้ที่เข้าใจในเรื่องนี้ดีย่อมจะตัดวงจรแห่งภพชาติได้ ส่วนผู้ที่ยังไม่เข้าใจจะต้องเวียนตายเวียนเกิดภพแล้วภพเล่าอย่างไม่รู้จบ
    พระพุทธองค์ทรงตระหนักถึงความสำคัญของปฏิจจสมุปบาท จึงทรงอธิบายเรื่องนี้ไว้หลายแง่มุมในพระสูตรหลายร้อยสูตร ในลักษณะที่กองทุกข์เกิดขึ้นเพราะมีอวิชชา และกองทุกข์ดับไปเพราะอวิชชาดับ เป็นต้น.....
....ฯลฯ.....
*****
(จากหนังสือ ปฏิจจสมุปบาทเหตุแห่งวัฏสงสาร พระคันธสาราภิวงศ์ แปลและเรียบเรียง)
*****

วันศุกร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2558

..กาม...

********

..กาม หมายถึง ความใคร่, ความอยาก, ความปรารถนา, สิ่งที่น่าปรารถนา น่าใคร่ 
  กามมี ๒ คือ 
  ๑.กิเลสกาม กิเลสที่ทำให้ใคร่
  ๒.วัตถุกาม วัตถุอันน่าใคร่ ได้แก่ กามคุณ ๕  คือ รูป เสียง กลิ่น รส และ โผฎฐัพพะ(สัมผัสทางกาย)ที่น่าใคร่พอใจ
..กามฉันทะ หมายถึง ความพอใจรักใคร่ในอารมณ์ที่ชอบใจ พอใจในกามคุณทั้ง ๕ คือ รูป เสียง กลิ่น รส โผฎฐัพพะ (ข้อ ๑ ในนิวรณ์ ๕)
..กามตัณหา ความทยานอยากในกาม ,ความอยากได้กาม(ข้อ ๑ ในตัณหา ๓)
..กามภพ  ที่เกิดของผู้ที่เกี่ยวข้องอยู่ในกาม,โลกของผู้เสพกาม ได้แก่อบายภูมิ ๔ มนุษยโลก และสวรรค์ ๖ ชั้น ตั้งแต่ชั้นจาตุมหาราชิกา ถึงชั้นปรนิมมิตวสวัตดีรวมเป็น ๑๑ ชั้น(ข้อ ๑ ในภพ ๓)
..กามราคะ ความกำหนัดด้วยอำนาจกิเลสกาม ความใคร่กาม(ข้อ๔ ในสังโยชน์๑๐,ข้อ ๑ ในสังโยชน์ ๑๐ ตามนัยพระอภิธรรม,ข้อ ๑ ในอนุสัย ๗)
..กามสังวร ความสำรวมในกาม การรู้จักยับยั้งควบคุมตนในทางกามารมณ์ไม่ให้หลงใหลหมกหมุ่นในรูป เสียง กลิ่น รส และสัมผัส(ข้อ ๓ ในเบญจธรรม)
..กามสุข สุขในทางกาม สุขที่เกิดจากกามารมณ์
..กามารมณ์ ๑.อารมณ์ที่น่าใคร่ น่าปรารถนาได้แก่ ได้แก่กามคุณ ๕
  ๒.ในภาษาไทยมักหมายถึงความรู้สึกทางกาม
..กามาวจร ซึ่งท่องเที่ยวไปในกามภพ ได้แก่ ขันธ์ ธาตุ อายตนะ ทุกสิ่งทุกอย่างประดามีที่เป็นไปในกามภพ ตั้งแต่อเวจีมหานรกถึงสวรรค์ชั้นปรนิมมิตวสวัตดี
..กามาสวะ อาสวะคือกาม,กิเลสที่ดองอยู่ในสันดานที่ทำให้เกิดความใคร่
..กามุปาทาน ความยึดมั่นถือมั่นในกามยึดว่าเป็นของเราหรือจะต้องเป็นของเรา จนเป็นเหตุให้เกิดริษยาหรือหวงแหนลุ่มหลง เข้าใจผิด ทำผิด
...ฯลฯ..
*******
(จาก พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลธรรม พระพรหมคุณาภรณ์(ป.อ. ปยุตฺโต)
********


*******