วันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2567

รู้..ตื่น..สมาธิ


 ...จิตที่จะก้าวหน้าในธรรมต้องรู้ต้องตื่น ถ้าปล่อยให้จิตเบลอๆ ไป เพลินๆ ไป อันนี้มันไม่ใช่ทางไปสู่สมาธิและปัญญา แต่ถ้าเราได้ภาวะ “รู้ รู้ รู้” ภาวะ “ตื่น ตื่น ตื่น” อย่างนี้ทุกลมหายใจนี่คือฐาน สติต่อเนื่องจิตใจก็เปลี่ยน ความมั่นคง ความหนักแน่น ความนุ่มนวล ความผ่องใสเบิกบาน ก็เกิดขึ้นเรียกว่า “สมาธิ” และเมื่อสมาธิเป็นฐานแล้ว ปัญญาในการรู้การเห็นไตรลักษณ์ก็ปรากฏได้


สติเป็นเงื่อนไขของสัมมาสมาธิ สัมมาสมาธิเป็นเงื่อนไขของปัญญาของวิปัสสนา ฉะนั้นเราเน้นที่สติไว้ก่อน ฝึกสติป้องกันนิวรณ์ สร้างความสันโดษกับลมหายใจ บริกรรมหายใจเข้าว่า “รู้ รู้ รู้” หายใจออก “ตื่น ตื่น ตื่น” ไม่ใช่สักแต่ว่ากล่าวนะ มันมีความตระหนักอยู่ในความหมายของคำว่า “รู้ รู้ รู้...ตื่น ตื่น ตื่น” นี่ก็เป็นกุศโลบายอย่างหนึ่ง ถ้าเราทำอย่างนี้จะป้องกันความง่วงได้ดี เพราะรู้กับตื่นนี่ตรงกันข้ามกับง่วง...


พระอาจารย์ชยสาโร

นำสมาธิภาวนา ในวาระปฏิบัติธรรมบ้านบุญวันอาทิตย์

วันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ ณ บ้านบุญ ปากช่อง นครราชสีมา

*****

Cr.https://www.facebook.com/share/3XyuCjQhMrSDtR7x/?mibextid=oFDknk

วันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2567

รู้จักกิเลส

 


ธรรมะอรุณสวัสดิ์...รับวันใหม่
.............................
บางคนเข้าใจผิดว่า
ไม่เคยรู้จักตัวเองว่ามีกิเลส
เพราะไม่ได้ดู ไม่ได้สังเกต ไม่ได้มีสติ
โกรธก็ไม่รู้ตัว
โลภก็ไม่รู้ตัว
หลงก็ไม่รู้ตัว
มานะทิฏฐิ อิจฉาริษยาก็ไม่เคยรู้ตัว
บางคนเจอกิเลสแล้วก็เกิดความหงุดหงิดรำคาญวุ่นวายกับกิเลส
กิเลสมันหลอกล่อให้วุ่นวาย
ปฏิบัติแล้วเพิ่มจำนวนกิเลส เพราะอะไร?
ใจเราจะต้องสงบอย่างเดียว จะต้องบริสุทธิ์
#เมื่อมาเจอว่าปฏิบัติแล้วทำไมใจเราฟุ้ง ใจเราวุ่นวาย ใจเรายังไม่สงบ
#ก็เกิดความขัดเคือง เกิดความรู้สึกหงุดหงิดกับใจตัวเอง
เมื่อกำหนดใจเราไปมากขึ้น
เหมือนเราขุดลงไปก็เจอรากเจออะไรต่าง ๆ
เรารื้อขึ้นมาก็เจอขยะมูลฝอยมากขึ้น
เรากำลังรื้ออยู่
มันยังรื้อไม่จบ มันยังไม่ได้ทำความสะอาดหมด
เพียงแต่มารื้อดู แล้วก็เริ่มเห็นสิ่งสกปรก เห็นขยะ เห็นอะไรต่าง ๆ
เราก็อย่ากลุ้มใจ อย่าท้อใจ
มันเห็น มันจะได้เริ่มมาชำระได้
ถ้าไม่เห็น ไม่ใช่มันไม่มี แต่มันบังอยู่
อย่างคนป่วย
แต่ว่ามันไม่แสดงอาการ หรือว่าไม่ได้ไปตรวจ
ก็เลยไม่รู้ตัว
ที่รู้สึกไม่เป็นไร แต่ที่จริงมันเป็นอะไรอยู่
พอไปตรวจเข้าก็เจอ
เหมือนกับคนที่ก่อนหน้านั้นไม่ได้ปฏิบัติ ก็เหมือนไม่มีกิเลส
พอปฏิบัติทำไมมีกิเลส
มันก็คือเรามาตรวจ
พอมาตรวจตราขึ้นมาก็เจอ
จงสร้างเหตุแห่งนิพพาน
(มุทิตาสักการะ ๓๓ พระธรรมเทศนาปี ๒๕๕๒)
.............................
ธัมโมวาท โดยหลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี
เจ้าอาวาสวัดมเหยงคณ์ พระนครศรีอยุธยา

*******
Cr.https://www.facebook.com/PageWatMaheyong

วันพฤหัสบดีที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2567

สติกับสมาธิ

 


As a young monk, Ajahn Chah came to an impasse in his meditation. Again and again, he would perceive himself standing on a truncated bridge with no way forward. He decided to seek advice from Ajahn Wang, a disciple of Ajahn Mun. Ajahn Wang told him that the perceptions that can occur during meditation are without number. He himself had once experienced his body sinking into the ground, then rising up into the air and exploding. He said that it felt completely real. He had been able to see, quite vividly, his intestines hanging from the branches of nearby trees.


Ajahn Wang said, “Whatever form it takes, just stand your ground. Be aware of the perception as a perception. If you do that, the matter will be resolved. The perception will change by itself, without any need for force. Simply be aware of the nature of the perception and the state of your mind. Focus your awareness and the perception will change by itself.”


Meditators can experience all kinds of unusual phenomena during meditation. ToFDknk

t common mistakes are to relate to them with fear, doubt or fascination. The wisest practice is simply to stand one’s ground and be aware: ‘limb-disappearing perception’, ‘no-breath perception’, etc. Whatever the perception, know perception as perception with a stable equanimous mind.


Ajahn Jayasāro

6/8/24

*****

Cr.https://www.facebook.com/share/p/wXRxveBTAwoesqiN/?mibextid=oFDknk

*****

เมื่อครั้งยังเป็นพระภิกษุหนุ่ม พระอาจารย์ชาได้ประสบกับ ทางตันในการทำสมาธิ หลาย ครั้งท่านรู้สึกเหมือนยืนอยู่ บนสะพานที่ถูกตัดขาดไม่มี ทางออก ท่านจึงตัดสินใจ ไปขอคำแนะนำจากพระอา จารย์หวาง ลูกศิษย์ของพระ อาจารย์มูล พระอาจารย์หวา งบอกกับท่านว่าการรับรู้ที่เกิด ขึ้นระหว่างการทำสมาธินั้น นับไม่ถ้วน ท่านเคยประสบ กับร่างกายของตนเองจมลง ไปในดิน จากนั้นก็ลอยขึ้น ไปในอากาศและระเบิด ท่าน บอกว่ามันรู้สึกได้จริงอย่าง สมบูรณ์ ท่านสามารถมอง เห็นลำไส้ของตนเองห้อยลง มาจากกิ่งไม้ของต้นไม้ใกล้ เคียงได้อย่างชัดเจน


พระอาจารย์หวางกล่าว ว่า “ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบ ใด ก็ให้ยืนหยัดอยู่เฉยๆ จง ตระหนักรู้ว่าการรับรู้เป็นการ รับรู้ หากทำเช่นนั้น ปัญหา จะได้รับการแก้ไข การรับรู้ จะเปลี่ยนแปลงไปเองโดย ไม่ต้องใช้กำลัง เพียงแค่ ตระหนักรู้ถึงธรรมชาติของ การรับรู้และสภาวะจิตของ คุณ ตั้งสติให้มั่น การรับรู้จะ เปลี่ยนแปลงไปเอง”


ผู้ทำสมาธิสามารถประสบกับ ปรากฏการณ์แปลกประหลาด ต่างๆ มากมายระหว่างการทำ สมาธิ ความผิดพลาดที่พบ บ่อยที่สุดคือการเกี่ยวข้องกับ ความกลัว ความสงสัย หรือ ความหลงใหล การปฏิบัติที่ ชาญฉลาดที่สุดคือการยืน หยัดในจุดยืนของตนและ ตระหนักรู้ถึง “การรับรู้ที่หาย ไปจากแขนขา” “การรับรู้ที่ไร้ ลมหายใจ” เป็นต้น ไม่ว่าการ รับรู้จะเป็นอะไร ให้รู้จักการรับ รู้ว่าเป็นการรับรู้ด้วยจิตใจที่ สงบนิ่งและเสมอภาค