วันเสาร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2566

อาสาสมัครจากต่างแดน รีน่า และ ซาร่า

 โครงการสอนพูดภาษาอังกฤษ

โดยอาสาสมัครจากต่างประเทศ

รีน่า จากประเทศอังกฤษ

ซาร่า จากประเทศบราซิล










Cr."ทานบารมี" จากบ้านเรือนธรรม ปทุมธานี




*********

********

วันพฤหัสบดีที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2566

ผู้ประเสริฐที่สุดในหมู่มนุษย์และเทวดา


 ครั้งหนึ่ง การณปาลีพราหมณ์ถามสหายชาวพุทธชื่อปิงคิยานีว่า พระพุทธองค์ทรงมีพระปัญญาเลิศล้ำเพียงใด  ปิงคิยานีตอบว่า "ข้าพเจ้าเป็นใครกันเล่า จักอาจหาญล่วงรู้พระมหาปัญญาของพระบรมศาสดาได้  มีเพียงผู้อยู่ในระดับเดียวกับพระองค์เท่านั้นจะพึงรู้ได้" 


"ช่างเป็นการสรรเสริญอันเลิศยิ่ง" การณปาลีกล่าว  ปิงคิยานีจึงตอบว่า "พระบรมศาสดาได้รับการสรรเสริญจากบุคคลผู้พึงสรรเสริญ พระองค์ทรงเป็นผู้ประเสริฐสุดในหมู่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย"


เมื่อถูกคาดคั้นถึงเหตุแห่งความเลื่อมใสอันยิ่งในพระบรมศาสดา  ปิงคิยานีตอบโดยยกอุปมา ๕ ข้อ ดังนี้ 


๑.เปรียบเสมือนบุคคลผู้อิ่มในรสอันเลิศแล้ว ย่อมไม่ปรารถนารสอันเลวเหล่าอื่น ฉันใด  ผู้ฟังธรรมของพระบรมศาสดาแล้ว ย่อมไม่ปรารถนาวาทะของสมณะเหล่าอื่น ฉันนั้น


๒.เปรียบเสมือนบุคคลผู้ถูกความหิวและความอ่อนเพลียครอบงำ พึงได้รวงผึ้ง เขาย่อมลิ้มรสหวานด้วยจิตเบิกบาน ฉันใด  ผู้ฟังธรรมของพระบรมศาสดาแล้วย่อมได้ความพึงพอใจ ได้ความสงบแห่งใจ ฉันนั้น 


๓.เปรียบเสมือนบุคคลผู้ได้ไม้จันทน์หอม พึงได้ความชื่นใจในกลิ่นหอมอันดีอันแท้ ไม่ว่าจะสูดดมจากยอด จากลำต้น หรือจากราก ฉันใด  ผู้ฟังธรรมของพระบรมศาสดา ไม่ว่าจะเป็นครั้งใด ย่อมนำมาซึ่งปราโมทย์และโสมนัส ฉันนั้น 


๔.เปรียบเสมือนบุคคลผู้อาพาธ มีทุกข์ เป็นไข้หนัก นายแพทย์ผู้ฉลาดพึงบำบัดอาพาธของเขาโดยเร็ว ฉันใด ผู้ฟังธรรมของพระบรมศาสดาแล้ว ความโศก ความร่ำไรรำพัน ความทุกข์ ความโทมนัส และความคับแค้นใจของเขาย่อมมลายไป ฉันนั้น 


๕.เปรียบเสมือนบุคคลผู้เดินทางกลางแดดร้อนจนเหน็ดเหนื่อย หิว กระหาย แล้วกระโจนลงในสระน้ำใสเย็น น่ารื่นรมย์  เขาย่อมระงับความกระวนกระวาย ความเหน็ดเหนื่อย และความเร่าร้อนทั้งปวงได้ ฉันใด  ผู้ฟังธรรมของพระบรมศาสดาแล้ว ย่อมระงับความกระวนกระวาย ความเหน็ดเหนื่อย และความเร่าร้อนทั้งปวงได้ ฉันนั้น ฯ


ธรรมะคำสอน โดย พระอาจารย์ชยสาโร

แปลถอดความ โดย ปิยสีโลภิกขุ

*****

Cr.ครั้งหนึ่ง การณปาลีพราหมณ์ถามสหายชาวพุทธชื่อปิงคิยานีว่า พระพุทธองค์ทรงมีพระปัญญาเลิศล้ำเพียงใด  ปิงคิยานีตอบว่า "ข้าพเจ้าเป็นใครกันเล่า จักอาจหาญล่วงรู้พระมหาปัญญาของพระบรมศาสดาได้  มีเพียงผู้อยู่ในระดับเดียวกับพระองค์เท่านั้นจะพึงรู้ได้" 


"ช่างเป็นการสรรเสริญอันเลิศยิ่ง" การณปาลีกล่าว  ปิงคิยานีจึงตอบว่า "พระบรมศาสดาได้รับการสรรเสริญจากบุคคลผู้พึงสรรเสริญ พระองค์ทรงเป็นผู้ประเสริฐสุดในหมู่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย"


เมื่อถูกคาดคั้นถึงเหตุแห่งความเลื่อมใสอันยิ่งในพระบรมศาสดา  ปิงคิยานีตอบโดยยกอุปมา ๕ ข้อ ดังนี้ 


๑.เปรียบเสมือนบุคคลผู้อิ่มในรสอันเลิศแล้ว ย่อมไม่ปรารถนารสอันเลวเหล่าอื่น ฉันใด  ผู้ฟังธรรมของพระบรมศาสดาแล้ว ย่อมไม่ปรารถนาวาทะของสมณะเหล่าอื่น ฉันนั้น


๒.เปรียบเสมือนบุคคลผู้ถูกความหิวและความอ่อนเพลียครอบงำ พึงได้รวงผึ้ง เขาย่อมลิ้มรสหวานด้วยจิตเบิกบาน ฉันใด  ผู้ฟังธรรมของพระบรมศาสดาแล้วย่อมได้ความพึงพอใจ ได้ความสงบแห่งใจ ฉันนั้น 


๓.เปรียบเสมือนบุคคลผู้ได้ไม้จันทน์หอม พึงได้ความชื่นใจในกลิ่นหอมอันดีอันแท้ ไม่ว่าจะสูดดมจากยอด จากลำต้น หรือจากราก ฉันใด  ผู้ฟังธรรมของพระบรมศาสดา ไม่ว่าจะเป็นครั้งใด ย่อมนำมาซึ่งปราโมทย์และโสมนัส ฉันนั้น 


๔.เปรียบเสมือนบุคคลผู้อาพาธ มีทุกข์ เป็นไข้หนัก นายแพทย์ผู้ฉลาดพึงบำบัดอาพาธของเขาโดยเร็ว ฉันใด ผู้ฟังธรรมของพระบรมศาสดาแล้ว ความโศก ความร่ำไรรำพัน ความทุกข์ ความโทมนัส และความคับแค้นใจของเขาย่อมมลายไป ฉันนั้น 


๕.เปรียบเสมือนบุคคลผู้เดินทางกลางแดดร้อนจนเหน็ดเหนื่อย หิว กระหาย แล้วกระโจนลงในสระน้ำใสเย็น น่ารื่นรมย์  เขาย่อมระงับความกระวนกระวาย ความเหน็ดเหนื่อย และความเร่าร้อนทั้งปวงได้ ฉันใด  ผู้ฟังธรรมของพระบรมศาสดาแล้ว ย่อมระงับความกระวนกระวาย ความเหน็ดเหนื่อย และความเร่าร้อนทั้งปวงได้ ฉันนั้น ฯ


ธรรมะคำสอน โดย พระอาจารย์ชยสาโร

แปลถอดความ โดย ปิยสีโลภิกขุ

****

Cr.https://www.facebook.com/100064337808864/posts/pfbid0kTUfHPCozpH1EPHoZGgioq8xUDaF75zQejnmm2Kt26aX7r1AzYT1p6TnH8kTakVwl/?mibextid=Nif5oz

จิตใจที่สงบ


 ถ้าจิตใจเราสงบ ไม่คิดปรุงแต่ง ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่วุ่นวาย อะไรจะเกิดขึ้นในจิตใจเราต้องรู้อยู่ เหมือนกับศาลานี้ ถ้าว่าง ใครจะเดินเข้ามาเราก็รู้ทันที นั่งอยู่ตรงนี้ ลืมตาอยู่ ใครจะเดินเข้าเดินออก เราก็เห็น แต่จิตไม่สงบเหมือนศาลาเต็มไปด้วยเฟอร์นิเจอร์ หรือสิ่งของ หรือมีคนนั่งเต็มศาลาคุยกันเสียงแซด ใครจะเดินเข้าเดินออกอาจจะไม่เห็น หรือไม่สังเกต


คัดตอนจากหนังสือ 'หลับตาทำไม' 

โดย พระอาจารย์ชยสาโร

*****

Cr.https://www.facebook.com/100064337808864/posts/pfbid02F6fwgvqZazQ8ByBG4eNe8oNjWJhcESuVtS2AVrvToruG2U4TuRmjD7Q1f9WikhLnl/?mibextid=Nif5oz

วันพุธที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2566

คุณธรรม


นักปราชญ์ถือกันว่า การสละความซื่อสัตย์ ความสงบ และน้ำใจของตน เพื่อแลกกับเงินหรืออำนาจ คือ การขาดทุนอันใหญ่หลวง เพราะในการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสาร คุณธรรมมีค่ามากกว่าเงินและอำนาจหลายๆ เท่า


พระอาจารย์ชยสาโร

*****

Cr.https://www.facebook.com/photo.php?fbid=711643580990229&set=a.410133041141286&type=3&mibextid=Nif5oz