วันเสาร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2566

Deep listening


 Buddhist monk Thich Nhat Hanh says listening can help end the suffering of an individual. 


Deep listening is the kind of listening that can help relieve the suffering of another person. You can call it compassionate listening. 


You listen with only one purpose: to help him or her to empty his heart. Even if he says things that are full of wrong perceptions, full of bitterness, you are still capable of continuing to listen with compassion. 


Because you know that listening like that, you give that person a chance to suffer less. If you want to help him to correct his perception, you wait for another time. 


For now, you don't interrupt. You don't argue. If you do, he loses his chance. 

You just listen with compassion and help him to suffer less. 


One hour like that can bring transformation and healing. 


~ Thích Nhất Hạnh

******

Cr.https://www.facebook.com/groups/569199523892145/permalink/1490807745064647/?mibextid=Nif5oz

วันพฤหัสบดีที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2566

วัดลอดช่อง

 



สวัสดีครับ ขอพาท่านไปไหว้พระที่วัดซึ่งมีความเป็นมาเกี่ยวข้องกับพระนเรศวรมหาราชอีกวัดหนึ่ง  คือ วัดลอดช่อง ซึ่งสันนิษฐานว่า พระมหาเถรคันฉ่อง พระอาจารย์ของสมเด็จพระนเรศวรมหารเป็นผู้สร้าง....

 #วัดลอดช่อง   #วัดมหาเถรคันฉ่อง   #พระนครศรีอยุธยา  #ตามรอยประวัติศาสตร์  

วัดลอดช่อง เดิมชื่อ “วัดมหาเถรคันฉ่อง” สร้างในสมัยอยุธยาตอนกลาง  ตามตำนานกล่าวว่า พระมหาเถรคันฉ่องเป็นพระมอญ จำพรรษาอยู่ ในเมืองแครง อยู่ทางทิศเหนือของกรุงหงสาวดี ใกล้ด่านเจดีย์สามองค์ คุ้นเคยและเมตตาพระนเรศวร ครั้งที่ยังทรงเป็นเชลยศึกอยู่ที่หงสาวดี เป็นพระอาจารย์ของพระยาเกียรติ์ พระยาราม ผู้นำชาวมอญ เมื่อกษัตริย์พม่าสั่งให้พระยาเกียรติ์ พระยาราม กำจัดพระนเรศวร รู้ถึงพระมหาเถรคันฉ่อง ท่านจึงบอกพระนเรศวร พระนเรศวรจึงประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง โดยมีพระมหาเถรคันฉ่องเป็นสักขีพยาน  และเมื่อพระองค์ทรงยกทัพกลับกรุงศรีอยุธยา  พระองค์ทรงอาราธนาพระมหาเถรคันฉ่อง และพาพระยาเกียรติ์ พระยาราม พร้อมครอบครัวชาวมอญอพยพมากรุงศรีอยุธยา และพระราชทานที่ดินให้กับชุมชนชาวมอญตั้งบ้านเรือนบริเวณริมวัดขุนแสน ใกล้พระราชวังจันทรเกษม ส่วนพระมหาเถรคันฉ่อง ทรงแต่งตั้งเป็นสมเด็จพนรัตน์ในตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชผู้ปกครองสงฆ์ฝ่ายเหนือ (อรัญวาสี) ประทับอยู่วัดป่าแก้ว

 วัดลอดช่องสันนิษฐานว่า พระมหาเถรคันฉ่องเป็นผู้สร้าง จากคำบอกเล่า วัดนี้เป็นวัดศักดิ์สิทธิ์เป็นที่เคารพสักการะของชาวบ้านแถวนี้ยังมีตำนานเล่าว่าวัดนี้เป็นหนึ่งในสามวัดที่ใช้ในการสวดคุ้มครองกรุงศรีอยุธยา ซึ่งประกอบด้วยวัดวรเชษฐ์ วัดลอดช่อง(มหาเถรคันฉ่อง) และวัดเจ้าชาย ซึ่งทั้งสามวัดตั้งในตำแหน่งรูปสามเหลี่ยม เมื่อสวดมนต์จากวัดทั้งสามวัดพร้อมกันจะเกิดพลังคุ้มครองเมืองให้แคล้วคลาดปลอดภัย                                                                                     

 สถานที่สำคัญภายในวัด มีพระอุโบสถ วิหารหลวงพ่อขาว วิหารพระพุทธโคดม พระพรหมไตรลักษณ์ และรูปปั้นพระมหาเถรคันฉ่อง....ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ..






หลวงพ่อขาว




พระมหาเถรคันฉ่อง


Cr.ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช



*********









ฉลาดในทุกข์..


 ถ้าฝึกตนให้ฉลาดทางโลก แต่ละเลยการทำความรู้เกี่ยวกับตัวเราเอง ก็คงทำให้ประสบความสำเร็จทางด้านทรัพย์สมบัติเงินทอง ชื่อเสียง และอำนาจได้  แต่อาจล้มเหลวในงานชีวิตที่สำคัญที่สุด คือการนำจิตใจออกจากกองทุกข์  ตัวอย่างในสังคมมีให้เห็นเกลื่อนกลาด  ถ้าใครขาดความรู้ความเข้าใจในตัวเอง ไม่เคยฝึกจิตให้มีสติ ให้มีวินัย ความฉลาดแบบไอคิวมักจะนำไปสู่การหลอกตัวเอง หรือคิดเข้าข้างตัวเอง  คนที่ฉลาดไอคิวสูงๆ เวลาเขาคิดเข้าข้างตัวเองนี่มีเหตุมีผลพร้อมหมด ฟังแล้วน่าเชื่อถือ  คนที่ฉลาดในทางที่ขาดคุณธรรมกำกับ มักกลายเป็นอันตรายทั้งต่อตัวเองและต่อสังคม


พระอาจารย์ชยสาโร

*****

Cr.https://www.facebook.com/photo.php?fbid=689760956511825&set=a.410133041141286&type=3&mibextid=Nif5oz

วันพุธที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2566

วัดขุนแสน



“ ...เมื่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเสด็จกลับมาจากเมืองแครงนั้น ได้มีชาวมอญนำโดยพระมหาเถรคันฉ่อง พระยาเกียรติและพระยารามติดตามมาด้วย สมเด็จพระมหาธรรมราชาโปรดเกล้าฯ ให้พระมหาเถรคันฉ่องมาจำพรรษาอยู่ที่วัดมหาธาตุส่วน พระยาเกียรติ และ พระยาราม ให้อยู่ ตำบลบ้านขมิ้น วัดขุนแสน ....” (พระราชพงศาวดารกรุงศรีอยุธยา)..... 

#ตามรอยวิชาประวัติศาสตร์  #วัดขุนแสน  #พระนครศรีอยุธยา  #เล่าสู่กันฟัง

วัดขุนแสน ตั้งอยู่ริมถนนอู่ทอง ตำบลหัวรอ อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปัจจุบันเป็นวัดร้างสร้างขึ้นเมื่อใดนั้นไม่ปรากฏหลักฐานสันนิษฐานว่าน่าจะมีมาก่อนรัชสมัยสมเด็จพระมหาธรรมราชา(พ.ศ.๒๑๑๒ ) แห่งกรุงศรีอยุธยา  พ.ศ.๒๑๒๗ เมื่อสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง และเสด็จกลับกรุงศรีอยุธยา  ได้มีชาวมอญนำโดยพระมหาเถรคันฉ่อง พระยาเกียรติและพระยารามติดตามมาด้วย ชาวมอญได้อยู่บริเวณวัดขุนแสน ซึ่งใกล้กับวังจันทรเกษมซึ่งเป็นที่ประทับของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เมื่อครั้งยังทรงเป็นพระมหาอุปราช   และมีตำนานจากชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้วัดเล่าว่า เมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชการที่ ๔ เสด็จมาประทับที่วังจันทรเกษม พระองค์ทอดพระเนตรเห็นแสงสว่างปรากฏที่บริเวณวัดขุนแสน พระองค์จึงทรงโปรดให้บูรณะปฏิสังขรณ์วัดขุนแสน และปรากฏหลักฐานการบูรณะในสมัยรัชกาลที่ ๔ ปรากฏในประชุมพงศาวดาร  ความว่า วัดขุนแสนนั้น ทรงพระราชดำริว่า พระบุรพการีของพระบรมจักรีวงศ์ได้ตั้งนิวาสถานอยู่ใกล้เคียง เมื่อในแผ่นดินสมเด็จพระนเรศวรจึงโปรดให้พระยาราชสงครามเป็นนายงานสถาปนาอีกพระอาราม ๑ ได้ก่อพระเจดีย์ใหญ่สวมเจดีย์ของเดิม และสร้างพระวิหารหลวง ยังไม่ได้ยกเครื่องบนคงค้างอยู่เพียงนั้น

โบราณสถานที่เหลืออยู่ในปัจจุบัน คือ เจดีย์ ๒ องค์  เจดีย์ประธาน  เจดีย์บริวาร ซากฐานวิหารหน้าเจดีย์ประธาน นอกจากนี้ยังมีศาลพ่อขุนแสน อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเจดีย์ประธาน

เจดีย์ประธาน เป็นเจดีย์ทรงระฆังขนาดใหญ่สร้างทับซ้อนกัน ๒ ชั้น เจดีย์องค์ในเป็นเจดีย์สมัยอยุธยาตอนกลาง องค์นอก สร้างพอกในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่ยังไม่แล้วเสร็จ และมีเจดีย์บริวารหนึ่งองค์ ริมถนนอู่ทอง..... 









*********


"พระยาเกียรติ พระยาราม นำชาวมอญตามเสด็จมาอยุธยาหลังประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง.."
Cr.ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

..............................


วัดราชบรรทม (คลิก)

































มุทิตา


*****