วันพฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2564

บัวที่อยู่เหนือน้ำ

 


การที่เราได้ยินได้ฟังว่า....
มีคนเวลาได้ฟังเทศน์ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้าแล้ว
ก็สามารถบรรลุพระนิพพานได้เลย
อันนี้ก็เป็นกรณีพิเศษ
เพราะบุคคลนั้นเขาได้ปฏิบัติมาก่อนแล้วในอดีตชาติ
พอเขาได้พบกับพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า
พอได้ยินได้ฟังธรรมจากพระพุทธเจ้า
เขาก็จะสามารถบรรลุธรรมได้เลย
เขาเป็นเหมือนกับบัวที่อยู่เหนือน้ำแล้ว
บัวที่รอแสงสว่างของพระอาทิตย์ก็จะทำให้บัวนั้นบานออกมา
ใจของผู้มีคุณธรรมต่างๆ เช่น " มีศีล มีสมาธิ "แล้วนี้
ก็เพียงแต่รอรับแสงสว่างแห่งธรรมที่เรียกว่า "ปัญญา" เท่านั้น
พอได้รับฟังพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า
ได้รับการถ่ายทอดปัญญาของพระพุทธเจ้า
ก็สามารถบรรลุธรรมได้เลย
,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,,
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ธรรมะบนเขา ๑๙ กันยายน ๒๕๕๘



เหตุของความตาย


 

ธรรมะอรุณสวัสดิ์...รับวันใหม่

.............................

พระพุทธเจ้าตรัสแสดงถึง

เหตุให้เกิดความตายมี 4 อย่าง 

1. อายุกขยะมรณะ 

ตายเพราะสิ้นอายุ มีอายุครบอายุขัย 

อย่างมนุษย์เราปัจจุบันอายุขัยก็ประมาณ 75 ปี

สมัยพระพุทธเจ้า 100 ปี อายุขัย

เกินไปบ้างก็ไม่เท่าไหร่ 

อย่าง 160 ปีถือว่ามากเต็มที่แล้ว

ปัจจุบันก็ลดลงช่วงระยะอายุมนุษย์ลด

ฉะนั้น เมื่อหมดอายุขัยแล้ว

ร่างกายมันหมดสภาพ

แก่ชราหมดสภาพ ก็ต้องตาย

.

2. กัมมักขยะมรณะ

ตายเพราะสิ้นกรรม

กรรมคือการกระทำ 

ทั้งที่เป็นบุญและเป็นบาป 

เขาเรียกกรรมทั้งหมด

กรรมดีเขาเรียกว่า กุศลกรรม

กรรมชั่วก็เรียกว่า อกุศลกรรม

กรรมที่ส่งมาเป็นมนุษย์

ก็คือ..กุศลกรรม

ชนกกรรม กรรมที่นำให้เกิด

อุปัตถัมภกกรรม 

กรรมที่เข้าไปสนับสนุนให้ชีวิตดำรงอยู่

กรรมเหล่านี้ที่ส่งมามันหมด ๆ สภาพ

ก็ตาย...เหมือนคนอายุขัยยังมีแต่ว่าตายก่อน

เพราะว่าหมดกุศลกรรมที่ส่งมาเป็นมนุษย์หมดลง

.

3.อุภยักขยะมรณะ

ตายเพราะสิ้นทั้งอายุและกรรมไปพร้อม ๆ กัน

อยู่มาครบอายุขัยพอดี 

กรรมที่ส่งผลมาเป็นมนุษย์ก็หมดลงพอดี..ตาย

.

4. อุปัจเฉทกมรณะ

ตายเพราะมีกรรมมาตัดรอน

กรรมมาตัดรอน คือ...

บุญกุศลความดี กุศลที่มันส่งมาเป็นมนุษย์ก็มี

อายุขัยก็ยังไม่หมด

แต่ว่าอกุศลกรรมมันมาตัด 

อย่างที่ในอดีตเคยฆ่าสัตว์ตัดชีวิต

เคยทำร้ายชีวิตเขาไว้ มันตามมาทัน

แล้วก็มาตัดชีวิตขาดตาย

.

เช่นถูกรถชนตาย 

ถูกไฟลวกตาย จมน้ำตาย

เกิดระเบิด เกิด...โดนจนได้

ถ้ากรรม อกุศลกรรมที่เกี่ยวกับปาณาติบาต

ที่เราเข่นฆ่า ประหัดประหาร ตามมาทัน

มันก็มาตัดชีวิตขาดตาย


แต่นี้ว่า อุปัจเฉทกกรรม มีกรรมมาตัดรอน

เหมือนชีวิตบางคน อายุขัยก็ยังมี

แต่ว่า กรรมมันตัดรอน 

ความตายก็ต้องมาถึง

.

ฉะนั้น เราก็ไม่ควรประมาทว่า

เราจะอยู่ครบอายุขัยไหม

ถึงจะอยู่จนครบอายุขัยก็ต้องตายอยู่ดี

อย่างเวลาก็สั้นลง 

สมมติว่าอายุขัย 75 ปี

สมัยนี้ก็ไม่ค่อยถึงกันแล้ว

ถ้า 50 ก็เหลืออีกเท่าไหร่ 

60 เหลือเท่าไหร่ 

70 , 75 ก็หมดแล้ว หมดเวลาแล้ว

แต่นี้คนที่ยังอายุ 30 40 50 

ยังคิดว่า โอ้ย อีกหลายหลายสิบปี

มันก็ไม่แน่ มันมีกัมมักขยะมรณะ

หรือ อุปัจเฉทกกรรม มาตัดรอนได้

.

ฉะนั้นก็ไม่ควรจะประมาทนิ่งนอนใจ

เพราะว่าถ้าเราตายแล้ว 

เราหมดหมดโอกาสเลยนะ

ทำอะไรได้บ้าง ตายแล้วทำอะไรไม่ได้เลย

มันจบหมดเลย 

ที่จะมาให้ทาน มารักษาศีล

มาเจริญภาวนา มาทำบุญสุนทานอะไร

มันทำไม่ได้หรอก หมดโอกาส

.

ฉะนั้นตอนที่เรายังดี ยังมีแข็งแรง

ต้องสั่งสมเสีย มีทุน

หรือว่าถ้าเรามีทุนมาก

เหมือนคนมีทรัพย์สมบัติมาก

จะไปออกบ้านใหม่

ก็ยังเลือกบ้านใหญ่ได้ใช่ไหม 

มีทรัพย์ ซื้อบ้านใหม่

.

เหมือนถ้าร่างกายเปรียบเหมือนบ้านหลังหนึ่ง

มันจะต้องพังแล้ว 

พอหมดอายุขัย หมดสภาพ 

ก็เปลี่ยนซื้อบ้านใหม่ 

ถ้าคนมีทุน มันก็ได้บ้านดี

แต่ถ้าทุนไม่ดี ก็มาแบบ..แบบที่เห่า

ฉะนั้นต้องสั่งสมบุญกุศลให้มาก 

.............................


ธัมโมวาท โดยพระวิปัสสนาจารย์

‪‎ท่านเจ้าคุณ‬ ‪‎พระภาวนาเขมคุณ‬ วิ.

(หลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี)

เจ้าอาวาสวัดมเหยงคณ์ พระนครศรีอยุธยา

วันพุธที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2564

นักรบในสมรภูมิ

 


#นักรบในสมรภูมินี้
เวลานอนหรือเวลารับประทานอาหาร
ก็ต้องกอดปืนนอนไปด้วยกัน
เพราะไม่รู้ว่าเวลาใดข้าศึกศัตรูจะบุกรุกเข้ามาเมื่อไหร่
ถ้าไปวางไว้ที่อื่น เวลาเกิดภาวะฉุกเฉินขึ้นมา
จะคว้าไม่ทันการณ์นั่นเอง
ดังนั้น จะต้องอยู่ติดคู่กับกายเลย  ฉันใด
ปัญญาก็ต้องเป็นอย่างนั้น ต้องอยู่คู่กับใจตลอดเวลา
พอเวลาเกิดตัณหาปรากฎขึ้นมา
ก็สามารถใช้ปัญญาทำลายได้ทันท่วงที
ถ้าไม่อยู่ใกล้ พอถึงเวลาก็คว้าหาไม่เจอ 
พอตัณหาเกิดขึ้นมา 
แทนที่จะฆ่าตัณหากลับไปทำตาม ยกธงขาวยอมแพ้้...
สั่งให้ทำอะไรก็ทำตามทันที..
สั่งให้ไปดื่มก็ดื่มทันที สั่งให้ไปดูก็ดูทันที..
สั่งให้รับประทานอาหาร ก็รับประทานอาหารทันที..
สั่งให้ไปรักไปหลงก็ไปทันที..
ก็เลยไม่มีวันที่จะสามารถ 
ทำลายตัณหาให้หมดไปจากใจได้
...........................
พระอาจารย์สุชาติ อภิชาโต
ธรรมะบนยอดเขา ๒๓ สิงหาคม ๒๕๕๘



วันจันทร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2564

สองเรื่องที่พระพุทธเจ้าทรงสอน

 



Cr.https://www.facebook.com/duenjitpage/posts/1786666158161263



สัจจะความจริงแท้..

 


การเกิดทุกคราวเป็นทุกข์ร่ำไป

วัฏฏะสงสารเป็นภัยอันน่ากลัวที่สุด

ไม่รู้จุดเริ่มต้นที่ใด

ไม่รู้จุดสุดท้ายที่ใด

การเกิดทุกคราวเป็นทุกข์ร่ำไป

ต้องมาผจญกับความทุกข์

ยิ่งเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานลำบาก

หมดโอกาสเข้าถึงธรรม ไม่มี

โอกาสปฏิบัติธรรม

โชคดีแล้วเกิดเป็นมนุษย์

มีกายตั้งตรงดำรงสติมั่นได้

มีโอกาสได้ปฏิบัติธรรม

การปฏิบัติธรรมคือการฝึกจิต

ให้รู้ทันตามความเป็นจริง

เข้าถึงธรรม คือ ธรรมชาติ

มีโอกาสออกจากวัฏฏะสงสาร

ผู้มีปัญญาจึงฝึกจิตให้หลุดพ้น

พระหรือฆารวาส บวชหรือไม่บวช

ไม่ต่างกัน หลุดพ้นได้ ไม่ได้อยู่

ที่ชุดภายนอก แต่อยู่ที่ข้างใน

ฝึกจิต ศาสนา การศึกษา ฐานะ

ที่อยู่อาศัย เชื้อชาติต่างกัน ถ้า

เข้าถึงธรรมชาติ ก็เข้าถึงธรรมได้

สรุประบบมนุษย์ไม่ต่างกัน

ความทุกข์เป็นสากล เป็นสัจจะความจริง

ทุกเชื้อชาติ ทุกคน ทุกที่

จะพ้นทุกข์ได้ ทำได้ไม่ต่างกัน

ถ้าฝึกจิต เข้าใจจิต เข้าใจธรรมชาติ

จริงแท้แน่นอน ไม่ต้องเชื่อ

ขอให้มาพิสูจน์ ทดลองเอาเอง

แล้วจะเห็นเอง ค้นพบเอง...



............

Cr. https://facebook.com/story.php?story_fbid=190281081341660&id=100010793084544