วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2559

วัดเจ้าสัว


     วัดราชโอรสาราม ราชวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร เดิมชื่อวัด จอมทอง เป็นวัดโบราณสมัยกรุงสรีอยุธยา  ในสมัยรัชกาลที่ ๒ ได้รับพระราชทานนามใหม่เป็น วัดราชโอรส หมายถึงวัดที่พระราชโอรสทรงสถาปนาขึ้น 
     ด้วยเหตุที่รัชกาลที่ ๓ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อทรงดำรงพระราชอิสริยยศเป็นพระเจ้าลูกยาเธอกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ในรัชการที่ ๒ ได้เป็นแม่ทัพคุมพลเสด็จไปสกัดกั้นทัพพม่าที่เมืองกาญจนบุรีโดยทางเรือ และเส้นทางเดินทัพในวันแรกได้เสด็จผ่าน คลองบางกอกใหญ่ (คลองบางหลวง) เข้าคลองด่าน เมื่อเสด็จถึงหน้าวัดจอมทองได้ทรงประกอบพิธีเบิกโขลงทวาร ตามตำราพิชัยสงคราม 
     เล่ากันว่า ท่านเจ้าอาวาสวัดจอมทองได้จับยามสามตาดูแล้ว ถวายคำพยากรณ์ว่าจะประสพผลสำเร็จและเสด็จกลับมาโดยสวัสดิภาพ  จึงทรงเลื่อมใสและประทานพรไว้ว่า หากเป็นเช่นนั้นจริงจะสร้างวัดถวายให้ใหม่  หลังจากเลิกทัพเสด็จกลับพระนครโดยปลอดภัยแล้ว จึงโปรดให้ปฏิสังขรณ์วัดนี้ขึ้นใหม่ทั้งวัดตามที่ทรงประทานพรไว้กับเจ้าอาวาส   และเนื่องจากพระองค์ทรงนิยมศิลปจีน รูปทรงสถาปัตยกรรม และศิลปกรรมต่างๆ ในพระอารามนี้ จึงเป็นศิลปประยุกต์แบบไทยผสมจีน เรียกกันในสมัยนั้นว่า ศิลปะพระราชนิยม
        ศิลปกรรมในวัดนี้ล้วนประยุกต์สรรค์สร้างได้อย่างกลมกลืน งดงาม หาที่ติมิได้ เป็นลายกระแหนะรูปเสี้ยวกาง ที่บานประตูหน้าต่างพระวิหารพระพุทธไสยาสน์ หลังคาแบบจีนของพระอุโบสถ พระวิหารพระพุทธไสยาสน์ตลอดถึงกุฏิ นับเป็นครั้งแรกที่มีการสร้างพระโบสถ์ วิหาร ที่ไม่มีช่อฟ้า ใบระกา และหางหงส์ แต่ยังคงรูปสิ่งเหล่านั้นไว้เป็นสัญลักษณ์แห่งศาสนสถานได้อย่างสง่าและงดงาม






























พระแท่นที่ประทับ ร.๓ ข้างพระอุโบสถ








 








ขอบคุณที่เข้ามาชมครับ...




วันอาทิตย์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ปรุงแต่งดี ก็ดี..


..ฯลฯ..
..หลักปฏิบัติ ๔ ข้อ..
   ๑.ไม่เอาทุกข์ทับถมตนที่ไม่มีทุกข์ทับถม
   ๒.ไม่ละทิ้งสุขที่ชอบธรรม
   ๓.แม้ในสุขที่ชอบธรรมนั้น ก็ไม่สยบมัวเมา..
   ๔.เพียรกำจัดเหตุแห่งทุกข์ให้หมดสิ้นไป
                                               (เทวทหสูตร)
...ฯลฯ...
    ...การปฏิบัติก็มียากบ้าง ง่ายบ้าง ต้องวางจิตให้ถูก  ในแง่ที่ว่ากำลังฝึกตน  จะได้ไม่กลายเป็นว่า สิ่งที่ยากกลายเป็นความทุกข์  อาจจะมีทุกข์บ้าง...ต้องรู้เท่าทันว่า..เรากำลังแก้ไข...
....ทุกข์สำหรับรู้...
......
     ...จุดสำคัญที่ทำให้เราไปผิดทางก็คือว่ามี ๒ อย่าง..
     ...ปัญหามาหรือทุกข์มาเนี่ย..!!.
     ...ถ้าเอา"ใจ" รับก็เพลี่ยพล้ำ..!!!.
     ...แต่ถ้าเอา"ปัญญา"รับ ก็เข้าสู่ทางที่ถูกต้อง..ดำเนินการไปสู่การแก้ไขปัญหาได้...
...ฯลฯ...
                                (พระพรหมคุณาภรณ์ ป. อ.ปยุตฺโต)



*******
อารมณ์วิปัสสนา (คลิก)

********

วันศุกร์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

สมถะ..วิปัสสนา



ความแตกต่างระหว่างสมถะกับวิปัสสนา
..ฯลฯ..
...สมถภาวนา..จิตตภาวนา..สมถะ..สมาธิ..คือการฝึกอบรมจิตใจให้อยู่กับความดีงามเกิดความสงบ..ผลสำเร็จที่สูงขึ้นๆ คือ "ฌาน"..---->>อภิญญา ๕ ...โลกียอภิญญา..
..ฯลฯ..
...วิปัสสนาภาวนา..ปัญญาภาวนา..วิปัสสนา..ปัญญา..คือการฝึกอบรมเจริญปัญญาให้เกิดความรู้แจ้งชัดตามความเป็นจริง ผลสำเร็จที่สูงขึ้นคือ "ญาน"..----> อาสวักขยญาณ..โลกุตตรอภิญญา..
..ฯลฯ..



******************
ภาวนา (คลิก)
สมถะ สมาธิ ฌาน (คลิก)
.....................

ภาวนา ๒



ภาวนา: การเจริญ,การทำให้เกิดขึ้นให้มีขึ้น,การฝึกอบรมจิต
ภาวนา ๒
    ๑.สมถภาวนา คือการฝึกอบรมจิตให้เกิดความสงบ,การฝึกสมาธิ
    ๒.วิปัสสนาภาวนา คือ การฝึกอบรมปัญญาให้เกิดความรู้แจ้งตามความเป็นจริง,การเจริญปัญญา
    สองอย่างนี้ บางทีเรียกว่า "กรรมฐาน" หมายถึง อารมณ์เป็นที่ตั้งแห่งงานเจริญภาวนา ที่ตั้งแห่งงานทำความเพียรฝึกอบรมจิต วิธีอบรมจิต
(จากพจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม พระพรหมคุณาภรณ์ ป. อ.ปยุตฺโต)



****************

วันพฤหัสบดีที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

สมถะ..สมาธิ..ฌาน..

..ฯลฯ..
     ฌาน : การเพ่งพินิจด้วยจิตที่เป็นสมาธิแน่วแน่
     ฌาน ๔ = รูปฌาน ๔
     ๑.ปฐมฌาน :ฌานที่ ๑ มีองค์ ๕ คือ วิตก วิจาร ปิติ สุข       เอกัคคัตตา
     ๒.ทุติยฌาน :ฌานที่ ๒ มีองค์ ๓ คือ ปิติ สุข เอกัคคัตตา
     ๓.ตติยฌาน :ฌานที่ ๓ มีองค์ ๒ คือ สุข เอกัคคัตตา
     ๔.จตุตถฌาน :ฌานที่ ๔ มีองค์ ๒ คือ อุเบกขา เอกัคคัตตา
..ฯลฯ..
(จาก พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม พระพรหมคุณาภรณ์ ป. อ.ปยุตฺโต)   



**************
นิวรณ์ (คลิก)
........