วันเสาร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

เห็นสมณะเป็นมงคล


     มีอุบาสิกาคนหนึ่ง ศรัทธาต่อพระอาจารย์รูปหนึ่งมาก เพราะว่าพระอาจารย์รูปนี้แสดงธรรมก็ลึกซื้งไพเราะ ปฏิปทาก็งดงามน่าเลื่อมใส สังคมให้การยกย่องสรรเสริญกันอย่างกว้างขวาง
    วันหนึ่งมีข่าวออกมาว่า พระอาจารย์รูปดังกล่าวมีความผิดถึงขั้น ปาราชิก อุบาสิกาหมดความศรัทธาเลื่อมใสต่อพระพุทธศาสนาไปเลย  ถึงขนาดเปลี่ยนไปนับถือศาสนาอื่น ต่อมาอุบาสิกามีธุระบางอย่างที่ต้องไปพบหลวงพ่อที่วัด ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านตนเอง จึงปรารภกับหลวงพ่อว่า
   " หลวงพ่อคะ  มีสุภาษิตว่า  การเห็นสมณะเป็นมงคลสูงสุด  แต่ดิฉันเห็นสมณะทุกครั้ง รู้สึกไม่เป็นมงคลเลย เพราะเห็นแล้วไม่มีความศรัทธา แต่ทำให้จิตใจขุ่นเคืองเกลียดชัง "
    หลวงพ่อทราบเหตุการ์ณที่เกิดขึ้นดี จึงพูดให้ฟังว่า
   " สมณะ แปลว่า ความสงบ พระนิพพานเป็นความสงบสูงสุด ที่ว่าการเห็นสมณะเป็นมงคลสูงสุด ก็คือ เห็นพระนิพพาน สมณะอยู่ที่ใจ เห็นสมณะต้องเห็นที่ใจ "
..............
(จากหนังสือ  นิทานพุทธะ  พระคัมภีรญาณ อภิปุญโญ )

วันศุกร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

กระแสธรรม


      มีพระนวกะรูปหนึ่ง บวชมาหนึ่งพรรษา ในช่วงเข้าพรรษาก็เรียนนักธรรมด้วย และมีข้อสงสัยอยู่ตอนหนึ่ง เขาจึงเข้าไปถามพระอาจารย์ว่า
     " พระอาจารย์ครับ ที่ว่าหลังจากพระสิทธัตถะเสวยข้าวมธุปายาสของนางสุชาดาแล้วนำถาดไปลอยที่แม่น้ำเนรัญชรา ปรากฏว่าถาดลอยทวนกระแสน้ำ ในหนังสืออธิบายว่า การปฏิบัติธรรมต้องทวนกระแสจิต ผมมีความเห็นว่าเป็นเรื่องยากมาก "
      พระอาจารย์พูดว่า
      " ที่จริงการปฏิบัติธรรม คือ การวางจิตให้ไหลไปตามกระแสแห่งทางสายกลาง เพียงระวังอย่าให้จิตเอนเอียงไปทางฝ่ายซ้าย คือ ยินร้าย และฝ่ายขวา คือ ยินดี  แล้วจิตก็ไหลไปสู่่นิพพานเป็นที่สุด "
....................
(จากหนังสือ นิทานพุทธะ พระคัมภีรญาณ อภิปุญโญ )

วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

เรียนอภิธรรมที่ใจ


        ปัจจุบันมีหลักสูตรการเรียนอภิธรรมกันอย่างแพร่หลาย ไปเรียนที่ศูนย์การเรียนโดยตรงก็มี หรือเรียนทางไปรษณีย์ก็มี โดยเฉพาะทางไปรษณีย์ชาวพุทธนิยมเรียนกันมาก
       วันหนึ่ง มีอุบาสิกา ซึ่งเรียนอภิธรรมทางไปรษณีย์ไปหาหลวงพ่อที่วัด ได้ปรารภกับหลวงพ่อว่า
       " หลวงพ่อคะ  เดี๋ยวนี้ดิฉันเรียนอภิธรรมทางไปรษณีย์ด้วย  แต่ยิ่งเรียนก็ยิ่งเครียด เพราะว่าต้องท่องจำกันมาก จิตมีกี่ดวง เจตสิกมีเท่าไร พออายุมากความจำก็ไม่ค่อยดี ดิฉันก็เลยลังเลว่า จะเลิกเรียนหรือเรียนต่อ "
        หลวงพ่อจึงพูดให้ฟังว่า
       " อภิธรรม แปลว่า ธรรมะอันยิ่งใหญ่ ฉะนั้นอภิธรรมที่แท้จริงก็คือจิตว่างหรือพระนิพพาน ผู้ใดเห็นแจ้งต่อพระนิพพาน ดำเนินชีวิตด้วยจิตที่ไม่มีความทุกข์ ผู้นั้นชื่อว่า เรียนจบอภิธรรม "
.................
(จากหนังสือ นิทานพุทธะ พระคัมภีรญาณ อภิปุญโญ)


วันจันทร์ที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

..เช่นนั้นเอง..


ตา เป็นใหญ่ใน การเห็น
หู เป็นใหญ่ใน การฟัง
จมูก เป็นใหญ่ใน รับกลิ่น
ลิ้น เป็นใหญ่ใน รับรส
กาย เป็นใหญ่ใน สัมผัส
ใจ เป็นใหญ่ใน รับรู้
ถ้ามีสติรู้ตัวเสมอ จะไม่ไหลไปใน
ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
ฝึกให้เป็น สักแต่ว่า เห็น
สักแต่ว่า เสียง
สักแต่ว่า กลิ่น
สักแต่ว่า รส
สักแต่ว่า สัมผัส
สักแต่ว่า รับรู้
รู้แล้วละ รู้แล้วละอารมณ์
ก็จะไม่ทุกข์ รู้ เข้าใจ ยอมรับสัจธรรมที่ว่า
ทุกสิ่งผ่านมาแล้วก็ผ่านไป
ตามเหตุและปัจจัย
เหตุมี ก็เกิด
เหตุหมด ก็ดับ
เป็นเช่นนั้นเอง
ฝึกอยู่ ก็ฝึกกันไป
เมื่อใดจิตยอมรับความจริง ก็จะไม่ทุกข์
จะรู้เลยว่า ไม่มีสิ่งใดในโลกที่สมควรทุกข์
ภูริทัตตา
(จาก Facebook  Bhuritatta Samaneri )

วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

สมาธิที่แท้...


        การนั่งสมาธิ กับจิตเป็นสมาธิไม่ใช่สิ่งเดียวกัน; บางคนชอบนั่งสมาธิ แต่จิตฟุ้งซ่านไม่เคยเป็นสมาธิเลย, บางคนจิตเป็นสมาธิทุกการเคลื่อนไหว โดยที่เขาไม่ได้เน้นการนั่งสมาธิ ฉะนั้นสิ่งสำคัญคือจิตเป็นสมาธิ
       มีอุบาสกคนหนึ่ง เป็นผู้คงแก่เรียน แม้ว่าตนเองจิตใจมักฟุ้งซ่านและไม่ค่อยได้นั่งสมาธิสักเท่าไหร่  แต่ก็ศรัทธาเลื่อมใสนักบวชที่ชอบนั่งสมาธิ และสอนการนั่งสมาธิ
       วันหนึ่งอุบาสกคนดังกล่าว ได้นำเครื่องไทยธรรมมาถวายหลวงพ่อเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด  หลังถวายแล้ว อุบาสกก็เอ่ยถามหลวงพ่อขึ้นว่า :-
          " ท่านทำสมาธิวันละกี่ชั่วโมง ?"
         หลวงพ่อได้ตอบว่า
          " ทุกอิริยาบถ "
.............................................
(จากหนังสือ นิทานพุทธะ  พระคัมภีรญาณ อภิปุญโญ)