วันศุกร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2567

รักษาจิต


 ครั้งหนึ่งการจราจรบนท้องถนนกรุงเทพเลวร้ายกว่าปกติจากเหตุพายุฝน อาตมาเดินทางไปอุบลเพื่อเข้าร่วมประชุมประจำปีกับคณะสงฆ์ลูกศิษย์หลวงปู่ชา การเดินทางไปสนามบินซึ่งปกติจะใช้เวลา ๓๐ นาทีกลับกลายเป็น ๒ ชั่วโมง อาตมาตกเครื่องบิน และต้องใช้เวลาอีกเกือบ ๒ ชั่วโมงเพียงเพื่อกลับไปยังจุดเริ่มต้นของการเดินทางอีกครั้ง


อาตมาภาวนาในรถเพื่อรักษาไม่ให้จิตใจขุ่นมัว หรือมัวครุ่นคิดเรื่องที่ต้องเสียเวลา อาตมาพิจารณาว่าแม้จะไม่สามารถควบคุมสภาพการจราจรหรือฝนฟ้าอากาศ แต่อาตมาสามารถเลือกได้ว่าจะรักษาจิตให้อยู่ในสภาวะที่เป็นกุศลหรืออกุศล ไม่ว่าเหตุปัจจัยภายนอกเป็นอย่างไร ทุกขณะที่จิตสงบ ตื่นรู้ เป็นการใช้เวลาที่ดีและได้กำไร อาตมาลงจากรถที่จอดหน้ากุฏิที่กรุงเทพ แม้จะเหนื่อยบ้าง แต่จิตใจยังเบาสบาย


พระอาจารย์ชยสาโร

******

Cr.https://www.facebook.com/share/QtoPoE9ri75X35ji/?mibextid=oFDknk

ภวังคจิต


      ภวังคจิต จิตที่เป็นองค์แห่งภพ ตามหลักอภิธรรมว่า จิตที่เป็นพื้นอยู่ระหว่างปฏิสนธิและจุติ คือ ตั้งแต่เกิดจนถึงตาย ในเวลาที่มิได้เสวยอารมณ์ทางทวารทั้ง 6 มีจักขุทวาร เป็นต้น แต่เมื่อใดมีการรับรู้อารมณ์ เช่น เกิดการเห็น การได้ยิน เป็นต้น ก็เกิดเป็นวิถีจิตขึ้นแทนภวังคจิต เมื่อวิถีจิตดับไป ก็เกิดเป็นภวังคจิตขึ้นอย่างเดิม...(จากพจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลศัพท์ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต))
..................
..................
ตกภวังค แปลว่าอะไร?



พระรุจ Daily ธรรมะ 5 นาที

Cr.https://www.facebook.com/share/v/SacdBQQqK5D4Hmuo/?mibextid=oFDknk

วันพฤหัสบดีที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2567

ปล่อยวาง


 นิทานโบราณเล่ามาว่า อาจารย์เซนท่านหนึ่งพากลุ่มลูกศิษย์ลงไปชายฝั่งทะเล   แจกกระชอนให้คนละอันแล้วบอกให้เติมน้ำจนเต็ม  บรรดาลูกศิษย์ได้แต่มองหน้ากัน งานอย่างนี้ใครจะไปทำได้  แต่ด้วยความยำเกรง ลูกศิษย์จึงพยายามเต็มที่  เพียงสักพักก็ต้องยอมแพ้   “ท่านอาจารย์ขอรับ โปรดให้อภัย” ลูกศิษย์กล่าว “ทำอย่างไรก็ไม่สำเร็จขอรับ”  ท่านอาจารย์ไม่พูดอะไร คว้ากระชอนขึ้นมาอันหนึ่งแล้วโยนลงทะเล  เมื่อกระชอนจม ลูกศิษย์จึงได้เห็นว่าน้ำเต็มกระชอนเป็นอย่างนี้นี่เอง

หลวงปู่ชา ผู้เป็นครูบาอาจารย์ในยุคปัจจุบัน มักจะสอนลูกศิษย์ว่า “ให้เราน้อมใจไปหาธรรมะ ไม่ใช่น้อมธรรมะมาหาใจเรา”


ครูบาอาจารย์ยุคเก่าและยุคปัจจุบันต่างสอนในเรื่องเดียวกัน  คือ อย่าปล่อยให้ความเห็นและอคติ ตัณหาและความกลัวมาครอบงำการปฏิบัติธรรม  อย่ามัวไปเลือกแต่คำสอนที่ถูกใจ เพราะทั้งหมดเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน


ถ้าเราปฏิบัติธรรมโดยยังยึดกิเลสที่หวงแหนบางตัวไว้อย่างเหนียวแน่น เท่ากับเราพยายามปรับธรรมะให้เข้ากับจิตที่ยังหลงผิด ย่อมไม่ต่างจากการบิดเบือนหลักธรรมคำสอน


การทิ้งกระชอนหมายถึงการปล่อยวางความสำคัญตัวสำคัญตน  เราต้องกล้าพอที่จะไว้ใจในพระมหาปัญญาธิคุณและพระมหากรุณาธิคุณของพระพุทธองค์  จิตอันปราศจากเงื่อนไขจึงจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับมหาสมุทรแห่งธรรม


ธรรมะคำสอน โดย พระอาจารย์ชยสาโร

แปลถอดความ โดย ปิยสีโลภิกขุ

******

Cr.https://www.facebook.com/share/F1NDajdA2gNQVxk5/?mibextid=oFDknk