วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

๒๘ มิถุนายน

๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๖ ..๕๗ ปี นาวี ๐๙..(ครั้งที่ ๒)
สโมสรราชนาวี ท่าช้าง










๒๘ มิถุนายน ๖๕ ..๕๖ ปี นาวี ๐๙..(ครั้งที่ ๑ )




๒๘ มิถุนายน (๒๕๐๙ - ๒๕๖๕)


*************
*********
บันทึกนี้ได้รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับพวกเรา นรจ.09(รวมทั้ง นย.11/งูดิน58)ที่มีกิจกรรมร่วมกันประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา ราวพ.ศ.2554..เป็นช่วงที่ผมเกษียณอายุแล้ว...ขอขอบคุณเพื่อน⚓⚓091158ทุกท่านที่ได้แบ่งปันเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟัง..😍🤟

***********

***********

**********

************

***************

***************

***********



เล่าสูกันฟัง (คลิกที่นี่)

วันศุกร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

เล่าสู่กันฟัง...

 



     

           ผมเปิดดูบันทึกในบัญชีการเงินสวัสดิการและบัญชีการเงินกองทุนกิจกรรมของรุ่นฯพบขัอมูลที่น่าสนใจเลยนำมาเล่าสู่กันฟังครับ ผมรับหน้าที่เป็นเหรัญญิกรุ่นฯตั้งแต่ 8 พ.ค.54 โดย พ.จ.อ.ชลิต เกิดชื่น รับหน้าที่ประธานรุ่นฯต่อจาก น.อ.สมนึก นาคสมบุญ ซึ่งได้มอบเงินจากการรับ-ส่งหน้าที่ จำนวน 70,000 บาท ประธานชลิตฯได้นำเงินเข้าฝากธนาคารในชื่อบัญชีสวัสดิการของรุ่นฯและได้เปิดบัญชีเงินฝากกองทุนกิจกรรมรุ่นฯโดยเริ่มแรกได้มาจากการบริจาคของเพื่อนๆ 27นาย(ผมไม่มีรายชื่อผู้บริจาค) จำนวน 20,800 บาท เมื่อ 1 มิ.ย.54 และในการส่งหน้าที่ประธานให้ พล.ร.ต.วิติ บัวศรี เมื่อ 24 เม.ย.56 มียอดเงินในบัญชีสวัสดิการจำนวน 108,500 บาท ส่วนในบัญชีกองทุนกิจกรรม หลังจากงานเลี้ยงรุ่นฯแล้วขาดดุล 84,793 บาท ซึ่งประธานชลิตฯได้ดำเนินการใช้เงินส่วนตัวจ่ายให้ทั้งหมดโดยไม่มีการหักค่าใช้จ่ายจากบัญชีสวัสดิการแต่อย่างใด ยอดเงินในการส่งมอบหน้าที่ประธานยังคงเป็น 108,500 บาท

   (ช่วง 24 เม.ย.56-29 เม.ย.58 พล.ร.ต.วิติฯเป็นประธานรุ่นฯและ น.อ.ชูศิลป์ สืบปรุ เป็นเหรัญญิก)

      -29 เม.ย.58 ร.อ.สุรเดช กันเกตุ เป็นประธานรุ่นฯต่อจาก พล.ร.ต.วิติฯยอดเงินในการรับ-ส่งหน้าที่ จำนวน 205,970.91 บาท ผมได้รับมอบหน้าที่เป็นเหรัญญิกรุ่นฯอีกครั้งหนึ่งได้ปรับเปลี่ยนบัญชีเงินฝากธนาคารของรุ่นฯเหลือบัญชีเดียว แต่ยังคงมีบัญชีสวัสดิการและบัญชีกิจกรรมเหมือนเดิม โดยหากมีการจัดงานเลี้ยงรุ่นฯจะใช้ บัญชีกิจกรรมเบิกเงิน(ยืม)จากบัญชีสวัสดิการมาใช้จ่าย หลังจากเสร็จงานแล้วจะนำคืนเข้าบัญชีสวัสดิการดังเดิม จะเหลือติดบัญชีกิจกรรมไว้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น  ในช่วงนี้ตั้งแต่ 7 พ.ค.58 เป็นต้นมาได้เริ่มใช้งานไฟล์การเงินของรุ่นฯโดย พ.จ.อ.วิเชียร มามีเกตุ ได้กรุณาจัดทำขึ้นทำให้สะดวกในการใช้งานและตรวจสอบร่วมกับสมุดบัญชีทั้งสองเล่มอีกด้วย การบันทึกรายรับและรายจ่ายของทั้งสองบัญชี รายละเอียดต่างๆสามารถเข้าดูได้ในไฟล์การเงินของรุ่น09 ครับ

      -26 เม.ย.60 พล.ร.ต.จิระชัย กันตะสุวรรณ เป็นประธานรุ่นฯต่อจาก ร.อ.สุรเดชฯ ยอดเงินในการรับ-ส่งหน้าที่ จำนวน 350,000.30บาท

      -27 มี.ค.62 น.ท.ชาญณรงค์ ไวทยะพัธน์ เป็นประธานรุ่นฯต่อจาก พล.ร.ต.จิระชัยฯ ยอดเงินในการรับ-ส่งหน้าที่ จำนวน 372,812.54 บาท

      -23 ก.พ.65 ร.อ.สมศักดิ์ ยศศรี เป็นประธานรุ่นฯต่อจาก น.ท.ชาญณรงค์ฯ ยอดเงินในการรับ-ส่งหน้าที่ จำนวน 406,892.17 บาท

      ดังที่เคยบอกไว้แล้วว่าข้อมูลในไฟล์การเงินรุ่น09 เริ่มใช้ตั้งแต่ 7 พ.ค.58 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน ข้อมูลต่างๆจึงมีบันทึกไว้ ส่วนก่อนหน้านั้นผมมีบันทึกไว้ในสมุดบัญชีการเงินสวัสดิการ นรจ.รุ่น 09 และในสมุดบัญชีการเงินกองทุนกิจกรรม นรจ.รุ่น 09 จึงได้นำข้อมูลที่มีอยู่มาเล่าสู่กันฟังในฐานะเหรัญญิกของรุ่นฯ เพื่อให้เพื่อนๆในคณะกรรมการรุ่นฯได้รับทราบครับ

      น.อ.สำราญ ศรีโมรา

           เหรัญญิกรุ่นฯ

             18 พ.ค.65

****************************

Cr.Line สำราญ ศรีโมรา

***************************

เพื่อนช่วยเพื่อน ๒๕๖๔ (คลิก)

***************************

อาลัยเพื่อนที่จากไปแล้ว (คลิก)

***************************

รวมบันทึกงานเลี้ยงรุ่น (คลิก)

***************************

วันจันทร์ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2565

รู้ไว้ใช่ว่า...

 


ในยุคที่ใครก็สามารถมีชื่อเสียงขึ้นมาได้จากการสร้างสรรค์เนื้อหาลงใน Social Media ต่าง ๆ ทำให้เราเห็นคนเก่งมีความสามารถเกิดขึ้นกันเต็มไปหมดทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แต่สิ่งหนึ่งที่ทุกคนที่ก้าวเข้าสู่วงการนี้ต้องเจอ คือ คอมเมนต์หรือคำวิจารณ์ต่าง ๆ ซึ่งถ้าได้คำชม ก็เป็นกำลังใจที่ดีให้ทำต่อไป แต่ในทางกลับกันถ้าเจอในด้านลบ ก็อาจจะทำให้หมดแรงทำต่อ รวมถึงนำพาให้ชีวิตพัง เสียความมั่นใจ ในตัวเองกันไป

เราทุกคนไม่ว่าจะโด่งดังมีคนรู้จักมากมาย หรือแค่วงแคบ ๆ ในหมู่เพื่อน ๆ เราไม่มีทางรู้เลยว่าวันดีคืนดีสิ่งที่เราโพสต์จะดังปังไกล มีคนแชร์หลายพันหลายหมื่นเมื่อไร ซึ่งแน่นอนว่าก็จะมีคนมากมายหลากหลาย ร้อยพ่อพันแม่ ทั้งคนดีมีมารยาทหรือคนนิสัยเสีย มีปัญหาทางจิต เข้ามาเยี่ยมเยียนเหมือนทัวร์ลง หรือบางทีแค่เพื่อนกันเองก็ยังทำกันได้ ซึ่งข้อมูลต่าง ๆ นี้เราได้รวบรวมข้อมูลมาไว้ให้ รวมถึงประสบการณ์ที่ทีมงานเราได้เจอกับตัวมาเพื่อเป็นแนวทางในการรับมือกันได้อย่างถูกต้อง

ทำความเข้าใจทำไมคนถึงต้องร้ายและหยาบคายใส่กัน

โดยปกติของคนที่มีความสมดุลทางอารมณ์และความคิด จะไม่ไปก่นด่าหรือไล่คอมเมนต์ด้านลบใส่คนอื่นที่ไม่รู้จักตลอดเวลา แต่สำหรับคนที่กำลังประสบปัญหา มีความเครียดด้านใดด้านหนึ่ง ก็มักจะต้องการที่ระบายออก เพื่อปรับสมดุลให้กับตัวเอง โดยมักจะเลือกคนที่ “แตกต่าง” เป็นสนามอารมณ์ ขยี้ไปยังปมบางอย่าง เช่น สีผิว ความเชื่อ ศาสนา รสนิยมทางเพศที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งมีการวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่คนเหล่านี้เลือกที่จะไปบูลลี่ชีวิตคนอื่นว่า

- อยากเป็นที่สนใจ เพราะในชีวิต “ด้านหนึ่ง” ของเขา เป็นมนุษย์ล่องหนที่ไม่มีตัวตน

- อิจฉาในสิ่งที่คนอื่นมี และคิดว่าตัวเองควรได้รับสิ่งที่ดีกว่าคน ๆ นั้น

- ต้องการให้คนอื่นเห็นว่าเขาเจ๋ง และรู้สึกว่าตัวเองมีอำนาจ โดยการกดคนอื่นให้ต่ำลง

- เกลียดตัวเอง ไม่ชอบในสิ่งที่ตัวเองเป็น และแก้ไขไม่ได้ จึงเลือกที่จะด่าคนอื่นในเรื่องเดียวกัน

- แก้ปัญหาของตัวเองไม่ได้ เลยต้องหนีปัญหาด้วยการมาทำลายคนอื่น

ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ควรต้องรู้ไว้ คือ ไม่ใช่ว่าเราต้องเจอเรื่องแบบนี้แค่คนเดียว มันเป็นเรื่องที่หลายคนต้องเจอสักช่วงหนึ่งของชีวิต โดยผลการสำรวจในไทยจากเด็กกว่า 1,600 ราย พบว่ามีเด็กที่เคยถูกเพื่อนกลั่นแกล้งบูลลี่ จำนวนที่สูงถึงร้อยละ 91 และเกือบร้อยละ 30 เคยโดนแกล้ง ด่าทอทางออนไลน์เลยทีเดียว

9 แนวทางที่ควรทำเมื่อมีคนมาพูดถึง หรือคอมเมนต์แย่ ๆ บนโลกออนไลน์

เมื่อเราแสดงความคิดเห็น หรือมีตัวตนบนโลกออนไลน์ การที่มีคนพูดถึงหรือคอมเมนต์ดูจะเป็นเรื่องที่เลี่ยงกันไม่ได้ ซึ่งคอมเมนต์เหล่านี้ก็จะมีทั้งดีและแย่ มีประโยชน์และไร้สาระ อันไหนที่เป็นการติชมอย่างมีเหตุมีผลมีมารยาท ก็ควรค่าแก่ การนำเอามาคิดพิจารณา แต่หลายครั้งเราก็จะเจอความเกรี้ยวกราดจากคนบางกลุ่มที่พร้อมจะมาถล่มด่ายิ่งกว่าพายุ ซึ่งแนวทางในการรับมือมีดังนี้

1. อย่าเอาคืนและตอบโต้ด้วยคำด่าที่แรงกว่า เพราะมันจะมีแต่ทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง และเราก็จะกลายเป็นหนึ่ง ในคนที่หยาบคายไปด้วย ถ้าเขาเข้าใจผิดหรือรับรู้มาแค่ด้านเดียวก็ตอบกลับข้อมูลที่ถูกต้องอย่างสุภาพไป

2. อย่าเก็บเอาคอมเมนต์แย่ ๆ มาคิด หรือสงสัยในความเชื่อ ความสามารถของเรา ถ้าสิ่งที่เราทำไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใคร ก็ทำต่อไปเถอะ

3. อย่าอ่านคอมเมนต์แย่ ๆ ซ้ำไปซ้ำมา ยิ่งอ่านมีแต่จะทำให้จิตใจหดหู่ลงโดยเราก็ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ ส่วนคนที่พิมพ์เอาไว้ก็ไม่ได้สนใจว่าเราจะรู้สึกอย่างไรด้วย

4. เข้าใจว่ามีมุมมองหรือความเชื่อที่แตกต่าง ความคิดของเราไม่ใช่ศูนย์กลางของจักรวาล คนอื่นก็มีสิทธิ์ที่จะคิดเห็นต่างไปจากเราได้เหมือนกัน บางครั้งคอมเมนต์ที่แย่อาจจะเป็นเพียงความคิดที่เห็นต่างก็เป็นได้

5. รู้จักที่จะมองข้ามและเพิกเฉย บางครั้งการตอบโต้ที่ดีที่สุดคือความเงียบ และทำเรื่องดี ๆ เป็นประโยชน์กับคนอื่น ก็จะเป็นคำตอบที่ชัดเจนได้เหมือนกัน

6. เข้าใจว่าคนเหล่านี้ต้องการให้เรารู้สึกแย่ เพียงเพื่อให้ตัวเองรู้สึกดี

7. ใช้กฎ 30 วิ พักก่อนโพสต์ หลังจากพิมพ์ตอบโต้เสร็จ อย่าเพิ่งกดส่งทันที ให้เดินไปทำอะไรสักพักก่อนจะตอบโต้ เพื่อดึงสติ คิดให้ดีอีกครั้งก่อนส่ง

8. หยุดการใช้เทคโนโลยี ถ้าการติดหนึบอยู่กับเรื่องเดิม ๆ รู้สึกเครียดจนเกินไป ให้ลองพักหยุดเล่นโซเชียลสักวัน พักไปอ่านหนังสือ แช่น้ำอุ่น หรือออกไปทำอย่างอื่นบ้าง เช่น การเล่นกีฬา พบปะผู้คนใหม่ ๆ ที่มีความสนใจคล้ายกัน เป็นต้น

9. พูดคุยกับคนที่มีความเชื่อ ความชอบเหมือน ๆ กัน เพื่อเติมพลังด้านบวก และทำให้เราไม่รู้สึกโดดเดี่ยวกับสิ่งที่เราเป็น สิ่งที่เราทำ

อย่างไรก็ดี แนวทางเหล่านี้จะเหมาะสำหรับคนที่ถูกแซะแซว นินทาว่าร้ายทางออนไลน์ โดยที่เราไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่รวมถึงการกระทำอื่น ๆ เช่น การโดนสร้างข่าวปลอม หรือความพลั้งเผลอทำผิดไป ซึ่งเรื่องเหล่านั้นเราสามารถแก้ไขได้ด้วยการแจ้งเรื่องจริงให้ได้ทราบ พร้อมหลักฐานที่ชัดเจนเพื่อแก้ต่าง หรือเราทำผิดพลาดไปจริง ๆ ก็ยอมรับผิดและขอโทษอย่างจริงใจ ก็จะช่วยแก้ปัญหาได้ในระดับหนึ่งเช่นกัน แต่หากคนยังไม่เลิกรา และสร้างเรื่องหาราวให้วุ่นวายใจ ก็เป็นเรื่อง ที่ใหญ่ขึ้นไป และอาจต้องเปลี่ยนวิธีการรับมือไป

Cr. เรื่อง : www.DROIDSANS.com

******

https://www.egat.co.th/egattoday/index.php?option=com_k2&view=item&id=14328:20210204-egatsp