วันอังคารที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2555

ตาดูดาว เท้าติดดิน..!!


(คลิกบนภาพดูภาพขยายใหญ่เพื่ออ่านข้อความ)

....กัลยาณมิตรผู้อาวุโสท่านหนึ่งโพสข้อความบนเฟสบุ๊ค  อ่านดูแล้วคิดตรงกันเลย ..กลับมานึกถึงตอนที่ยังเรียนอยู่ชั้น มัธยม มีวิชาภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ หน้าที่พลเมือง ศีลธรรม จำได้ว่ามีวิชาเกษตรกรรม และวิชาช่างไม้ ด้วย..ได้วาดแผนที่ประเทศไทย ระบายสี จำได้แม่นเลยพื้นที่ประเทศไทยสมัยพระนเรศวรนี้กว้างใหญ่กว่าปัจจุบันนี้มากเลย  ..คุณครูเสวก ท่านให้ขุดแปลงผักทำสวนครัว เราปลูกผักชีเก็บไปขายที่ตลาดถอนหมดแปลงเลยได้เงินมา ๑๕ บาท..คุณครูลำจวน ท่านสอนวิชาช่างไม้ เอากบรางสั้น รางยาว เลื่อยรันดา เครื่องมือช่างไม้หลายอย่างมาให้ดู พร้อมกับสร้างงานช่างไม้ด้วย..จำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้จนทุกวันนี้...



....ช่วงนี้หากสังเกตให้ดีจะเห็นสถานศึกษาส่วนใหญ่ ประดับธงชาติประชาคมเอเซียนกันทั่วไป ทราบว่าเป็นนโยบายของทางการที่เตรียมการเข้าสู่ประชาคมเอเซียนในอีกสามปีข้างหน้า ..ได้ฟังผู้รู้บางท่าน(ไม่รู้ว่าท่านพูดจริงหรือพูดเล่นนะครับ!!)บอกว่า หากจัดลำดับกันในประชาคมเอเซียนขณะนี้ ไืทยเราอยู่ลำดับที่ ๗ หรือ ๘ นี่แหละ...นึกไม่ออกเลยตอนที่เปิดประตูสู่เอเซีย พี่น้องในเอเซียคงเข้ามาทำงาน มาเที่ยวกันมากในประเทศไทย ลูกหลานไทยของเราจะเล่าประวัติศาสตร์ไทยให้เขาฟังอย่างไร....




วันจันทร์ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2555

หน้าน้ำ ๕๕


Blank
  • พี่ครับ
  • สบายดีไหม
  • ปีนี้น้ำจะมาไหมเนี่ย

........ตั้งใจว่าจะบันทึกเรื่อง หน้าน้ำ ปีนี้หลายวันแล้วก็ไม่ได้บันทึกเสียทีจนกระทั่ง ท่าน อ.ขจิต แวะไปทักทายพร้อมกับ"เขี่ยบอล" ก็เลยได้โอกาสเก็บภาพ "หน้าน้ำ 55 " ที่บ้านมาฝาก  ช่วงนี้(23 ก.ย.55) สภาพน้ำปีนี้ถือว่าปกติ เหมือนปี 53 ครับ...


...สะพานเดินเข้าบ้าน ระดับน้ำประมาณหัวเข่า..ปีที่แล้วตรงนี้ท่วมหัวเลย...


                                                               
                                                     ...พ.ค.55.. ช่วงหน้าแล้ง..




..ปีนี้ต้องซื้อไม้ใหม่เพิ่มเติมมาทำสะพาน...ระดับนี้ถือว่าปกติทุกปีครับ ท่วมอยู่ประมาณ 3 เดือน...ปีที่แล้ว(54) เรือนไทยหลังนี้ท่วมพื้นบ้านสูงประมาณ 50 ซม.อยู่ไม่ได้เลย...


...ประตูระบายน้ำคลองข้าวเม่าที่วัดกระสังข์  คลองนี้เชื่อมต่อแม่น้ำป่าสักออกเจ้าพระยา ยังปกติ....ปีนี้มีการสร้างเขื่อนหลังประตูน้ำขึ้นมาใหม่ ป้องกันน้ำจากแม่น้ำป่าสัก ไหลเข้าคลองข้าวเม่า...


....ปีที่แล้วน้ำจากแม่น้ำป่าสัก ล้นประตูระบายน้ำเข้าคลองข้าวเม่า แล้วล้นเข้าท่วมนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ...

....ยังถือได้ว่า หน้าน้ำปีนี้ยังเป็นปกติตามวิถีชีวิตของบ้านเราชาวทุ่งลุ่มน้ำเจ้าพระยาครับ....

     ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาทักทายครับ...


..หน้าน้ำปี ๕๔  (มหาอุทกภัย)  http://www.gotoknow.org/blogs/posts/461780

วันพุธที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2555

สงครามนกกระสา






ขอบคุณข้อมูล จาก ดร.วุฒิพงษ์ เพรียบจริยวัฒน์  และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  http://www.paisalvision.com/images/stories/E-Book/#/0

แลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่อง พลังงาน กับ พ.ท.รัฐเขต

...สื่อมวลชน ของมวลชนหรือของใคร...อ.เสรี  วงษ์มณฑา..

วันอาทิตย์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2555

คืนลมหายใจให้ปลายด้ามขวาน...



...ความคิดขัดแย้งพื้นที่สีแดงชายแดนด้ามขวาน พี่น้องเราเดือดร้อนมานาน ด้วยอุดมการณ์แยกดินแบ่งฟ้า ปักษ์ใต้บ้านเราบัดนี้เงียบเหงาไร้เสียงบินหลา ใครๆ เขาไม่อยากมา ลูกหลานถามว่าฆ่ากันทำไม.!!!!??..

.....จากบทเพลง ลมหายใจปลายด้ามขวาน... 








(คลิกบนภาพเพื่อดูภาพขยายใหญ่ขึ้น)

ขอสันติสุขจงกลับคืนสู่ปลายด้ามขวานทองของไทย...








ขอบคุณข้อมูลภาพจาก ครูชัย สไตล์ผู้ชายอบอุ่น  แห่ง  ตชด.

วันพฤหัสบดีที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2555

หมาบ้า...


http://www.thaihealth.or.th/Content/5165-%E2%80%9C%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A9%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E2%80%9D%20%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B9%87%E0%B8%95%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89.html

" ระวัง !! หมาบ้า ๆ.."  เสียงตะโกนต่อๆ กันมาจากหัวบ้าน ตลอดไปท้ายบ้าน  พวกเราเด็ก ๆ ต่างวิ่งขึ้นบนบ้าน เฝ้าดูว่าพวกผู้ใหญ่เขาจะจัดการกับมันอย่างไร....

         ผมบันทึกเรื่องของ ควาย..มาแล้ว (คลิก) ตั้งแต่ปีที่แล้วยังไม่จบพอดีมาเจอ"หน้าน้ำ" (คลิก)เข้าต้องพา ป้าหนีน้ำ(คลิก)เลยหยุดยาวไปเลยคิดว่าจะกลับมาคุยเรื่องควายกันต่อ แต่ขอคั่นด้วยเรื่อง หมาบ้า นี่ก่อนเพราะว่า บ้านเราชาวนาบ้านทุ่งก็มีควายกับหมานี่แหละที่เป็นเพื่อนที่ดีมีทุกหลังคาเรือนก็ว่าได้

          หมาที่บ้านเราเลี้ยงไว้โดยมากเป็นหมาพันธุ์พื้นบ้านเรานี่แหละครับ ผมจำชื่อมันได้สองตัวคือ ไอ้เสือ กับไอ้ขาว ไอ้เสือนี่มีขนลายเหมือนเสือ ส่วนไอ้ขาวก็สีขาว  เจ้าสองตัวนี่แหละครับที่ทำให้ลุงป้านอนหลับได้อย่างสนิท  เพราะถ้าไม่มีเจ้าสองตัวนี่คอยเฝ้าเป็นยามตอนกลางคืนตื่นเช้าขึ้นมาคงจะไม่เห็นควายในคอกแน่ ๆ ใครแปลกปลอมเข้ามายามวิกาลมันจะเห่ารับต่อกันไปเป็นทอด ๆ จากหัวบ้านไปท้ายบ้านเลยละ  

           อาหารของพวกมันก็ไม่ยุ่งยาก แม่หุงข้าวก็"เช็ดน้ำ"..น้ำข้าว..ครับแต่ก่อนยังไม่มีหม้อหุงข้าวไฟฟ้า ไฟฟ้าก็ยังไม่มีใช้ หุงด้วยฟืนไม้ที่ตัดมาจากชายทุ่ง  ผมเพิ่งมารู้ภายหลังว่า น้ำข้าว นี่มีประโยชน์มากกว่าข้าวที่กินเสียอีก ถึงว่าเจ้าสองตัวนี่จึงมีอายุยืนมากจนแก่ตายไปเอง.....

           พูดถึง"หมาบ้า" ส่วนใหญ่จะมีก็ตอนหน้าแล้ง ไม่รู้ว่ามันมาจากหมู่บ้านใหน พวกผู้ใหญ่บอกว่า มันจะมีลักษณะน้ำลายฟูมปาก หางตก วิ่งไปทั่วเขาบอกว่ามันจะกลัวน้ำ ถ้าใครโดนมันกัดก็จะเป็นบ้า จะมีอาการเห่าหอนเหมือนหมา บางทีก็จะมีขนขึ้นตามตัวด้วย แล้วก็จะเสียชีวิตในที่สุด  พวกเราเด็กๆ กลัวกันมาก บางทีมันอาจจะเข้ามากัดควายเราก็ได้  ดังนั้น พอได้ยินเสียงตะโกนบอกว่า "หมาบ้า" เมื่อใดพวกเราเด็กจะรีบขึ้นบ้านเฝ้าดูว่า พวกผู้ใหญ่เขาจะจัดการกับมันอย่างไร

           พวกผู้ใหญ่ที่เป็นผู้ชายจะช่วยกันตามล่ามันทันที อาวุธก็คือ ฉมวกด้ามยาวๆ ที่ใช้แทงปลา เสียม มีด ไม้ เท่าที่จะหาได้ออกตามล่ามัน ...ส่วนใหญ่ก็จะจบภายในวันเดียวครับ   ปล่อยให้ยืดเยื้อไม่ได้เพราะถ้าหากมันกัดหมาบ้านที่เลี้ยงไว้ก็จะไปกันใหญ่ มีอยู่ครั้งหนึ่งผมยังจำติดตาอยู่จนทุกวันนี้  ที่เจ้าหมาบ้าถูก"จับตาย"ที่ใต้ถุนบ้าน...

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ