วันศุกร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

แอ่วเมืองเหนือ(๑)


เมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้รับภารกิจเป็น"พลขับรถ".. เดินทางไปเชียงใหม่ครับ..ตั้งชื่อบันทึกว่า"แอ่วเมืองเหนือ"คงจะไม่ถูกต้องนัก...เอาเป็นว่าขอ"แอ่ว"ไปด้วยก็แล้วกันเมื่อโอกาสอำนวย....ตั้งใจไว้คือหากมีเวลาก็จะไปเยี่ยมชม.."วัง"กับ "วัด"เก่าๆในอดีตนะครับ.....เราออกเดินทางแต่เช้ามืดไปกันเรื่อย ๆแบบสบายๆ แวะพักไปตามทาง  ประมาณเที่ยงก็ถึงเกาะคา ลำปาง ขอเก็บภาพพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชมาฝากครับ....พระบรมราชานุสาวรีย์แห่งนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดเมื่อ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๕

สถานที่ตั้ง พระบรมราชานุสาวรีย์แห่งใหม่นี้ตามประวัติศาสตร์ เคยเป็นเส้นทางเดินทัพของพระองค์ เมื่อครั้งยกทัพไปตีพม่าที่เมืองหาง ก่อนเสด็จสวรรคตที่เมืองหาง และได้อัญเชิญเคลื่อนย้ายพระบรมศพจากเมืองหาง ผ่านเมืองเชียงใหม่ เมืองหริภุญชัย ข้ามเทือกเขาขุนตาล ห้างฉัตร และเกาะคา ที่วัดพระธาตุลำปางหลวง สบปราบ ทุ่งเสลี่ยม สุโขทัย เข้าสู่กรุงศรีอยุธยา...พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นรูปพระองค์ท่านทรงม้าศึก รายล้อมด้วยทหารเอก ๙ นาย ทางด้านซ้ายของพระองค์มี ๖ นายคือ  เจ้าพระยาสีหราชเดโชชัย ยืนถือดาบคนแรก  คนที่สองเจ้าพระยาสุโขทัย ยืนด้านในตรงขาหลังของม้าทรง คนที่สาม พระราชมนู ยืนด้านนอกถือปืนยาว คนที่สี่ เจ้าพระยาจักรี ยืนสวมหมวกด้านในต่อจากเจ้าพระยาสุโขทัย คนที่ห้า พระชัยบุรี ยืนถือดาบและโล่ห์  คนที่หกพระยาท้ายน้ำ ยืนถือหอก...


ส่วนทางด้านขวาของพระองค์ มี ๓ นาย คนแรกคือ พระยาศรีไสยณรงค์ สวมหมวกถือดาบ คนที่สองคือ พระยาราชฤทธานนท์ ยืนถือหอก คนที่สามคือ พระอมรินทราฤาไชย ยืนถือดาบ  ..

        สำหรับผมแล้วถือว่าเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นรูปพระองค์ท่านทรงม้าศึกกับทหารเอก ๙ นาย  พระบรมรูปของพระองค์ท่านที่ทรงม้าศึกจะมีที่อยุธยาอีกแห่งหนึ่ง...



พระบรมรูปที่วัดใหญ่ชัยมงคล อยุธยา  ทรงประทับนั่งหลั่งทักษิโณทก ประกาศอิสรภาพ


พระบรมรูปที่ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พิษณุโลก ทรงประทับยืนหลั่งน้ำทักษิโณทก ประกาศอิสรภาพ



พระบรมราชานุสาวรียสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ที่ดอนเจดีย์ สุพรรณบุรี......

....ครับหลังจากแวะสักการะพระองค์ท่านแล้ว..ก็ขออนุญาตเดินทางต่อครับ..ขอบคุณทุกท่านที่แวะเข้ามาอ่านครับ...

ขอบคุณข้อมูล จาก FB กลุ่มจัดทำหนังสือ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช นครลำปาง

วันเสาร์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2555

หมู่บ้านโปรตุเกส




..เที่ยวอยุธยากันต่อนะครับ..ไม่ไกลจาก วัดพุทไธสวรรย์ ไปทางทิศตะวันออก เราจะพบกับหมู่บ้านโปรตุเกส ครับ..

      หมู่บ้านโปรตุเกส ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาทางทิศตะวันตก ทางใต้ของเกาะเมืองอยุธยา ชาวโปรตุเกสเป็นชาวยุโรปชาติแรกที่เข้ามาติดต่อค้าขายกับกรุงศรีอยุธยาเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๕๔  โดยอัลฟองโซ เดอ อัลบูเคอร์ก ผู้สำเร็จราชการของโปรตุเกส ประจำเอเซีย ได้ส่งนายอูอาร์เต้ เฟอร์นันเดส เป็นฑูตมาเจริญสัมพันธไมตรีกับสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ แห่งกรุงศรีอยุธยา ชาวโปรตุเกสเข้ามาตั้งหลักแหล่งค้าขายและเป็นทหารอาสาในกองทัพกรุงศรีอยุธยา...ปัจจุบันบริเวณนี้ยังมีร่องรอยซากสิ่งก่อสร้างให้เห็นคือ โบสถ์เซนต์โดมินิค เป็นโบสถ์ในคณะโดมินิกัน นับเป็นโบสถ์แห่งแรกที่สร้างในแผ่นดินไทยเมื่อปี พ.ศ.๒๐๘๓....(ข้อมูลจากเอกสารท่องเที่ยวของ ททท.)


















...มองไปฝั่งตรงข้ามจะเห็นหมู่บ้านญี่ปุ่น..










(คลิกบนแผนที่เพื่อดูภาพขยายใหญ่ขึ้น)


....มาเที่ยวอยุธยา เมื่อไรละก็..อยู่เที่ยวกันนาน ๆ เที่ยวให้ทั่ว"ราชธานีเก่า" ของเรานะครับ...ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ....





วันอังคารที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2555

วัดพุทไธสวรรย์


       บันทึกนี้ยังอยู่แถวเกาะเมืองอยุธยาเช่นเคยครับ...วัดพุทไธสวรรย์ พระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญ ปรากฎตามตำนานว่าสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ (พระเจ้าอู่ทอง)ทรงสร้างขึ้นในบริเวณพลับพลาที่ประทับเมื่อทรงอพยพมาตั้งอยู่ ก่อนสถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ทรงพระกรุณาตรัสว่า. "ที่พระตำหนักเวียงเหล็กนั้น ให้สถาปนาพระวิหารและพระมหาธาตุ เป็นพระอารามหลวง แล้วในนามชื่อ วัดพุทไธสวรรย์" ภายในวัดมีปรางค์ศิลปะแบบขอม ตั้งอยู่กึ่งกลางอาณาเขตพุทธาวาส ทิศเหนือและทิศใต้มีมณฑปสองหลัง มีพระอุโบสถ(พระตำหนักเวียงเหล็ก)อยู่ทางทิศตะวันตกของปรางค์ มีลักษณะเป็นมหาอุด...(ข้อมูลจากหนังสือคู่มือเดินทางท่องเที่ยวฯ ของ ททท.)


พระปรางค์และมณฑปซ้าย/ขวา




เจดีย์บรรจุพระสารีริกธาตุภายในพระปรางค์


พระพุทธไสยาสน์และพระพุทธบาท ข้างผนังภายในพระปรางค์


พระปลัดซ้าย/ขวาภายในมณฑปซ้าย/ขวา


รอบพระปรางค์มีระเบียงคตและพระพุทธรูปภายในระเบียงคต



วิหารหลวงทางตะวันออกด้านหลังติดกับระเบียงคต


วิหารพระพุทธไสยาสน์ อยู่ด้านข้างวิหารหลวง



ด้านหลังพระปรางค์มีพระอุโบสถ(ตำหนักเวียงเหล็ก)
พระอุโบสถลักษณะมหาอุด ไม่มีหน้าต่าง มีประตูด้านหน้า



ไม่มีช่อฟ้า ใบระกา  
หลวงพ่อดำ  พระประธาน



รอบอุโบสถมีเสมาหินชนวนคู่


พระตำหนักสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ ประมุขสงฆ์ฝ่ายคามวาสี


อนุสาวรีย์พระเจ้าอู่ทอง สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเด็จพระเอกาทศรถ
สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว


(คลิกบนภาพเพื่อดูภาพขยายใหญ่)

วัดพุทไธสวรรย์ อยู่นอกเกาะเมืองอยุธยาอยู่ไม่ไกลจากวัดไชยวัฒนาราม


อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ท่านสามารถนั่งเรือไปชมได้.....
...................................

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ

















วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2555

วัดโคกพระยา



           บันทึกนี้ขอนำไปเที่ยววัดร้างอีกวัดหนึ่งอยู่ใกล้กับวัดหัสดาวาสและวัดหน้าพระเมรุ ที่เคยกล่าวถึงใน บันทึกอยุธยาเมืองเก่าของเราแต่ก่อน....วัดโคกพระยา ครับ..
          วัดโคกพระยา เป็นวัดสำคัญวัดหนึ่งในสมัยกรุงศรีอยุธยา ตามพงศาวดารกล่าวว่า ใช้เป็นสถานที่สำเร็จโทษพระเจ้าแผ่นดินและพระบรมศานุวงศ์ มาตั้งแต่กรุงศรีอยุธยาตอนต้น เช่น

      พระเจ้าทองลัน พระมหากษัตริย์ลำดับที่ ๔ แห่งราชวงศ์อู่ทอง พ.ศ.๑๙๓๑

       สมเด็จพระยอดฟ้า   พระมหากษัตริย์ลำดับที่ ๙ แห่งราชวงศ์สุพรรณภูมิ พ.ศ.๒๐๙๑  

       พระศรีเสาวภาคย์ พระมหากษัตริย์ลำดับที่ ๔ แห่งราชวงศ์สุโขทัย พ.ศ.๒๑๕๓  

      พระอาทิตย์วงศ์ พระมหากษัตริย์ลำดับที่ ๗ แห่งราชวงศ์สุโขทัย    

      สมเด็จเจ้าฟ้าไชย พระมหากษัตริย์ลำดับที่ ๒ แห่งราชวงศ์ปราสาททอง พ.ศ.๒๑๙๙    

      สมเด็จพระศรีสุธรรมราชา พระมหากษัตริย์ลำดับที่ ๓ แห่งราชวงศ์ปราสาททอง พ.ศ.๒๑๙๙

      เจ้าพระขวัญ พระราชโอรสสมเด็จพระเพทราชา แห่งราชวงศ์บ้านพลูหลวง                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                                 




      




(คลิกบนแผนที่เพื่อดูภาพขยายใหญ่ขึ้น)

   ปัจจุบันวัดโคกพระยา เป็นวัดร้าง ยังคงเหลือซากปรักหักพังที่ได้รับการบูรณะแล้ว ล้อมรอบด้วยบ้านเรือน ไม่ค่อยน่ากลัวเหมือนกับเรื่องราวความเป็นมาในอดีต..
       หากท่านมีโอกาสไปอยุธยา ไปไหว้พระที่วัดหน้าพระเมรุ อย่าลืมแวะไปที่ว้ดโคกพระยานะครับ..


ไปดู(คนเชียร์)บอล...


...เพื่อความเพลิดเพลิน และสนุกสนานเท่านั้น..:)


ขอบคุณข้อมูล/ภาพ จากอินเตอร์เนต...