วันพฤหัสบดีที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2567

Dalai Lama


 Cr.https://www.facebook.com/share/r/nym6nhQmPF94wDf8/?mibextid=oFDknk



อยู่บ้านเจริญสติได้ไหม


 ธรรมะอรุณสวัสดิ์...รับวันใหม่ 

............................. 

#อยู่บ้านเจริญสติได้ไหม?  


ฐานของสติมีไหม?  


กายมีไหมอยู่บ้าน?  

ที่ตั้งของสติคือกาย 

กายยืน เดิน นั่ง นอน มีไหมอยู่ที่บ้าน? 

กายลมหายใจมีไหม? 

มี ก็เจริญสติได้ ระลึกรู้ได้ 

กายคู้ เหยียด เคลื่อนไหว มีไหมอยู่ที่บ้าน? 

ก็มีอีก ก็เจริญสติไปได้ 


เวทนามีไหมอยู่ที่บ้าน? 

เสวยความสุขบ้าง ทุกข์บ้าง เฉย ๆ บ้าง มีไหม?  


กลับไปบ้านมีจิตอยู่ด้วยไหม? 

จิตก็เป็นที่ตั้งของสติ 

ระลึกรู้จิตใจ สภาวธรรมต่าง ๆ รูปธรรมนามธรรม 

อยู่ที่บ้านก็มี 

ไปทำงานหรืออยู่ที่ไหนก็มี 

ให้ฝึกการเจริญสติขึ้นมา ระลึกรู้สึกตัวขึ้นมา 


#ถามว่าใครเป็นผู้รู้สึกตัว? กายหรือจิต? #จิต 

ฝึกให้จิตรู้สึกตัวขึ้นมา 

พยายามทำ พยายามฝึกให้เป็น 


#ถ้าเราฝึกความรู้สึกตัวที่จิตเป็น 

#เราก็จะไปใช้กับชีวิตประจำวันได้ 

#เวลามองก็มีการรู้สึกตัวขึ้นมา 

#มันก็จะกลายเป็นมองอย่างรู้สึกตัว 

จะมีตาในด้วย 


#ตาเนื้อก็มองเห็นภายนอก 

#พอรู้สึกตัว #มันก็จะมีตาใน 

#ตาในคือตาอะไร? #ตาใจ 

#ใจมันมีตารับรู้กายรับรู้ใจได้ด้วย 

#อย่างนี้มันก็จะไม่มองอย่างเตลิด 

#ไม่มองแบบจิตล่องลอย 

#ไม่มองอย่างลืมตัว 

เพราะว่ามีตาใน รู้ตัวขึ้นมา รู้กายใจ 

ใจเป็นอย่างไร ใจชอบ ใจชัง ใจเฉย ก็จะรู้ตัว 

มันก็ดูแลจิตใจตัวเองให้อยู่ในความดี ให้อยู่ในจิตที่ดีได้ 

หรือจิตไม่ดีก็รู้ทัน ละ สละ ชำระออกไปได้ 


เวลาฟังก็ฟังอย่างรู้สึกตัวขึ้นมา 

ต้องหัดทำ 

ถ้าฟังอย่างไม่รู้สึกตัว มันก็จะไปตามสิ่งที่ฟัง 

คิดนึกปรุงแต่งไปตามเรื่องตามราว 

ลืมตัว ลืมกายลืมใจ 

นี่ก็ขาดสติ 

ใจเราก็จะหวั่นไหว ลุ่มหลง 


ฉะนั้นเราต้องฝึก 

เหมือนอย่างขณะนี้ฟังอยู่ขณะนี้ 

ลองหัดรู้สึกตัว รู้สึกกายรู้สึกใจขึ้นมา 

ก็จะทำให้ใจรู้ตัว 

รักษาใจไว้อย่างให้ใจดี ใจเป็นปกติ 

หรือใจเผลอ ไม่ดี ก็รู้ทัน สละละวาง ชำระออกไป 


เวลาที่เราไปเคลื่อนไหว เดินไปไหนมาไหน 

กำลังทำอะไร ขยับกายทำกิจต่าง ๆ 

ก็ให้รู้ตัวขึ้นมา รู้สึกกายรู้สึกใจ 

นั่นคือการปฏิบัติ 


ทำได้ไหม 

ขณะที่เราทำงาน กวาดถู ล้างถ้วยล้างจาน 

ล้างหน้าแปรงฟัน ขับถ่าย นุ่งห่มเสื้อผ้า 

เดินไปไหนมาไหน 

ก็ระลึกรู้สึกตัวควบคู่กันไป 

เราก็จะเป็นคนที่มีสติ 

จิตใจตั้งมั่น มั่นคง 

ดูแลจิตใจของเราให้อยู่ในความดีงามได้เสมอ ๆ 

ใจเผลอไปรักไปชัง เราก็จะรู้ตัว 

ชำระสละละวางออกไปได้ง่ายถ้าเรารู้ตัวได้ไว 

จิตมันเกิดความขัดเคืองใจเวลาเห็นเวลาได้ยิน เราก็จะรู้ทัน 

พอรู้ทัน มันชำระ 


โดยเฉพาะเราปล่อยวางเป็น 

รู้สึกตัวแล้วก็ปล่อยวางเป็น มันจะคลายออกไป 

ใจเราก็จะเบาขึ้น 

ใจมันจะคลายจากความขัดเคืองใจ 

ใจมันจะคลายจากความฟุ้งซ่าน 

พอใจมันคลายมันเบา สมองก็คลาย มันก็หายเครียด 

ฉะนั้นคนที่มีสติสัมปชัญญะมันก็มีความสุข 

มีสุขภาพกายที่ดี สุขภาพใจที่ดี 

ไม่เคร่งเครียด 

พอจะเครียด รู้ตัวทัน ปล่อยวางละวาง มันก็คลายออก 


ถ้าเรามีสติดูแลจิตไว้เนือง ๆ 

จิตใจเราก็จะไม่ไหลไปคิดจนวุ่นวาย หรือเกิดความเศร้าหมอง เร่าร้อน วิตกกังวล 

การปฏิบัติธรรมการเจริญสติมันช่วย 

ช่วยเราดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุขสงบร่มเย็นขึ้น 


ประโยชน์ของการปฏิบัติกรรมฐาน 

ธรรมบรรยายคอร์สสั้นกรกฎาคม ๒๕๖๗ (๒๑-๗-๖๗)  

.............................

ธัมโมวาท โดยหลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี

เจ้าอาวาสวัดมเหยงคณ์ พระนครศรีอยุธยา

Cr.https://www.facebook.com/share/z9hGbFzc5XNuicS4/?mibextid=oFDknk

ความรู้ใหม่


 ทำบายพาส ด้วยการออกกำลังกาย

รักษาเส้นเลือดตีบโดยไม่ต้องทำบอลลูน


ความรู้ใหม่ จากคุณหมอ ที่ไปอบรม Anti Aging นะครับ


     ปกติ เราจะมีเส้นเลือด ไปเลี้ยงหัวใจหลักๆ 3 เส้น (บางคนมี 4 เส้น แต่เป็นคนส่วนน้อย) เวลาหลอดเลือดหัวใจตีบ ก็คือ สามเส้นนี้แหละ แต่ที่หมอไม่ค่อยบอกคือ เรามีเส้นเลือดฝอยเล็กๆ ที่ส่งไปเลี้ยงหัวใจอีก เต็มไปหมด 


     แต่เส้นเลือดฝอยเหล่านี้ มันจะเล็กเกินไป ที่จะเอาเลือดไปเลี้ยงหัวใจ ยกเว้นแต่ เรากระตุ้นให้เกิดเลือดไหลเวียน ไปทางเส้นเลือดฝอยเหล่านี้ ก็จะทำให้ขนาดเส้นเลือดโตขึ้นได้เป็น 5 เท่า ทำให้มันมีความสามารถ เพียงพอที่จะเอาไปเลี้ยงหัวใจได้ เราเรียกว่า natural bypass 


     เส้นเลือดฝอย ที่ขึ้นมาแทน เส้นเลือดหลัก ที่ตีบได้ เราเรียกว่า collateral vessel ที่ Harvard มีงานวิจัย โดยผู้ที่มีปัญหา เส้นเลือดตีบ แทนที่จะไปทำบอลลูน หรือ Bypass สามารถใช้วิธี กระตุ้นเลือด จากขาเข้าสู่หัวใจ ตามจังหวะการเต้นของหัวใจ เทคโนโลยีนี้เรียกว่า EECP (Enhanced External Counter Pu lsation) ต้องทำครั้งละ 1 ชม. อาทิตย์ละ 5 ครั้ง เป็นเวลา 7 อาทิตย์ พบว่า ผู้ป่วยจะสามารถสร้าง natural bypass นี้ได้ โดยไม่ต้องผ่าตัดเลย (ในไทย ก็มีเครื่องมือนี้นะ) แต่การกระตุ้นแบบนี้ เราสามารถทำเองได้ โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ ด้วยการวิ่งวันละ 30 นาที อาทิตย์ละ 150 นาที ก็คือ 5 วัน ถ้าเรามีเส้นเลือดตีบ ร่างกายจะสร้าง collateral vessel ได้ภายใน 2 อาทิตย์ ทั้งนี้คงต้องทำ ก่อนที่จะตีบ จนออกกำลังกายไม่ได้ 


     รู้อย่างนี้แล้ว เดิมผมออกกำลังกาย แค่อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง คงต้องเปลี่ยนเป็น ออกอาทิตย์ละ 5 ครั้ง เพื่อสร้าง collateral vessel ไว้ใช้ เผื่อเส้นเลือดหัวใจหลัก เส้นไหนตีบตัน จะได้มีเส้นเลือดสำรองไว้ใช้ได้เลย มันคงเหมือนสร้าง สายใหม่ๆไว้เสมอ เผื่อสายเก่าๆ ตีบตัน


   เรื่องนี้ ไม่ใช่แค่เรื่อง เส้นเลือดที่หัวใจครับ เป็นกับทุกอวัยวะทั่วร่างกาย ด้วยเช่นกัน ซึ่งจะเป็นผลดีกับอวัยวะ ที่มีเลือดผ่านมากๆ เช่น สมอง ตับ ไต ด้วยเช่นกัน สำหรับคนต้องการ สร้างกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่ง การมีเส้นเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อส่วนปลาย ทำให้เรามีการสร้างกล้ามเนื้อ ที่ดีขึ้น


      อีกสิ่งที่ดีมาก คือ การสร้างเส้นเลือด จากการออกกำลังกายเป็นประจำ โดยเฉพาะชนิด คาร์ดิโอ จะช่วยลดความเสี่ยงของ มะเร็ง เพราะจะนำ ออกซิเจน ที่มากพอ ไปยังส่วนเล็กๆ ของอวัยวะ อีกทั้งยังส่งเสริม การกำจัดพวกเซลล์ ที่กำลังจะเป็นมะเร็ง อีกทั้งเพิ่มการสร้าง เม็ดเลือดขาว ครับ

Cr.

https://www.salika.co/2019/07/13/eecp-knowledge-sharing/