วันอังคารที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2566

"สะบายดี"..หลวงพระบาง

 

 

   "ปีนี้ไปฉลองวันเกิดพ่อที่หลวงพระบางนะพ่อ...."...แล้วอาจารย์ป้อมก็ดำเนินการให้หมดทุกอย่างสรุปว่า ๕ วัน ๔ คืน...ก็เตรียมการหาข้อมูลไว้คร่าวๆ เพื่อจะได้อินไปกับการเดินทาง...ซึ่งพอจะสรุปได้ว่าเมืองหลวงพระบางเป็นเมืองที่มีมาแต่โบราณของอาณาจักรล้านช้าง


แผนที่อุษาคเนย์ประมาณคริสต์ศตวรรษที่ 15: สีม่วงน้ำเงิน: อยุธยา สีเขียวเข้ม: ล้านช้าง สีม่วง: ล้านนา สีส้ม: สุโขทัย สีชมพู: หงสาวดี สีม่วงอ่อน: อังวะ สีแดง: จักรวรรดิขะแมร์ สีเหลือง: จามปา สีน้ำเงิน: ได่เวียด สีเขียวอ่อน: มัชปาหิต(ข้อมูลจากวิกิพีเดีย)
********
       ขุนลอ ได้ชื่อว่าเป็นผู้ก่อตั้งเมืองซาว(หลวงพระบาง)เป็นราชธานีครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.๑๓๐๐ และได้เปลี่ยนนนามใหม่ว่า เมืองเชียงทอง  กษัตริย์องค์ที่สำคัญคือเจ้าฟ้างุ้มมหาราช (พ.ศ.๑๘๙๖ - ๑๙๑๕) ผู้รวบรวมบ้านเมืองเป็นอาณาจักรเดียวกันเป็น"กรุงศรีสัตนาคนหุตล้านช้างร่มขาว"มีศูนย์กลางอยู่ที่เมืองเชียงดง-เชียงทอง 
       ในสมัยพระเจ้าวิชุลละราช (พ.ศ.๒๐๔๔ - ๒๐๖๓) พระองค์ทรงโปรดให้สร้างวัดวิชุลราชแล้วอัญเชิญพระบางมาประดิษฐานดังนั้นเมืองเชียงทองจึงได้ชื่อว่าเมืองหลวงพระบางตั้งแต่นั้นมา
        เมืองหลวงพระบาง ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อ เดือนธันวาคม พ.ศ.๒๕๓๘ เมืองหลวงพระบางทั้งเมืองได้รับการยกย่องว่าเป็นเมืองที่ได้รับการอนุรักษ์รักษาไว้อย่างดีที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียใต้ คือมีวัดวาอารามเก่าแก่มากมาย มีบ้านเรือนเป็นเอกลักษณ์ ตัวเมืองตั้งอยู่ระหว่างริมแม่น้ำโขงและแม่น้ำคาน ท่ามกลางธรรมชาติอันงดงาม ชาวหลวงพระบางมีบุคคลิกที่ยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นมิตรและมีขนบธรรมเนียมอันงดงาม......
          เราเดินทางถึงหลวงพระบางในตอนเช้า ราวเก้าโมง นำสัมภาระไปฝากที่ที่พักก่อนที่จะเช็คอินในตอนบ่าย มีเวลาช่วงนี้ก็เลยเดินชมเมืองกันเลย...พื้นที่ประวัติศาสตร์ที่สำคัญของเมืองหลวงพระบาง มีราว ๓ ตารางกิโลเมตร ถือว่าเป็นพื้นที่สำคัญที่ทำให้ได้รับการยกย่องว่าเป็นมรดกโลก....เราสามารถเดินชมได้แบบสบายๆ ระยะทางราว ๓ กม. จากวัดเชียงทอง ไปวัดพระบาทใต้..คงจะใช้เวลาราว ๓ วันครับ..


       เราเริ่มจากพื้นที่ทางทิศเหนือ บริเวณที่แม่น้ำคานไหลมาบรรจบกับแม่น้ำโขง ในย่านเมืองเก่านี้จะมีถนนสายหลักตรงกลาง และมีถนนเลาะริมแม่น้ำโขงและแม่น้ำคาน .
.

        วันแรกนี้เราเริ่มจากวัดเชียงทอง..ก่อนเข้าวัดแวะไปชมบริเวณปากน้ำคานมาบรรจบกับแม่น้ำโขง จะเห็นสายน้ำสองสี หรือหากจะเดินข้ามสะพานไม่ไผ่ข้ามไปอีกฝากหนึ่งก็ได้ ค่าบริการไป-กลับ ๑ US ดอลล่าห์  ที่หลวงพระบางนี้เราสามารถใช้เงินบาท ดอลล่าห์ และเงินกีบได้เลย..อัตราแลกเปลี่ยนที่สนามบิน ๕๐๐ กีบ:๑ บาท แต่ถ้ามาแลกในเมือง ก็ราว ๔๗๕ - ๔๙๕ กีบ:๑ บาท  ลาวไม่ใช้เหรียญมีแต่ธนบัตร..จากประสบการณ์แลกเงินกีบไปใช้เราจะไม่เสียเปรียบในคิดอัตราแลกเปลี่ยนเวลาซื้อสินค้า


สายน้ำสองสี บริเวณปากน้ำคานบรรจบกับน้ำโขง
(สีเขียวคือปากน้ำคาน สีขุ่นคือน้ำโขง)




สะพานไม้ไผ่ข้ามแม่น้ำคาน
                                           

    เราจองที่พักในย่านนี้ ซึ่งระยะทางเดินเท้าใกล้ๆ วัดแต่วัดไม่ห่างกันมาก บางวัดรั้วติดกันเลย..เดินชมวัดกันแบบสบายๆ...


       ย่านนี้มีวัดที่สำคัญคือวัดเชียงทอง ถือว่าเป็นยอดศิลปกรรมแห่งล้านช้าง วัดเชียงทองสร้างระหว่าง พ.ศ.๒๑๐๒ - ๒๑๐๓ ในรัชสมัยพระเจ้าไชยเชษฐาธิราช ถือเป็นวัดที่สุดในแผ่นดินลาวและสมบูรณ์ที่สุดในตระกูลช่างล้านช้าง เมื่อปี พ.ศ.๒๔๒๘ พวกฮ่อบุกปล้นเมืองหลวงพระบางทัพฮ่อนำโดยคำฮุมลูกเจ้าเมืองไล ได้ตั้งค่ายอยู่ที่วัดเชียงทอง คำฮุมเคยบวชอยู่ที่วัดนี้ ดังนั้นจึงรู้จักพื้นที่ในเมืองหลวงพระบางเป็นอย่างดี วัดเชียงทองเป็นวัดสำคัญเพียงแห่งเดียวที่ไม่ถูกทำลาย ชาวลาวกล่าวกันว่าเพราะคำฮุมรู้บุญคุณของวัดเชียงทองสมัยมาบวชเรียนจึงไม่ทำลายวัดนี้....เข้าวัดนี้เสียค่าเข้าชม ในบัตร บอกราคา ๒๐,๐๐๐ กีบ แต่เราจ่ายเป็นเงินไทยคนขายตั๋วบอกว่าคนละ ๕๐ บาท



บัตรเข้าชมวัดเชียงทอง




สิมวัดเชียงทอง





โรงเมี้ยนโกศ เป็นที่เก็บพระโกศของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์
สร้างในปี พ.ศ.๒๕๐๔








หอพระม่าน 
พระม่านถือเป็นพระพุทธรูปที่สำคัญองค์หนึ่งของหลวงพระบาง
ปกติหอพระม่านนี้จะปิดไม่ได้เปิดให้เข้าชม



หอพระพุทธไสยาสน์ 
พระพุทธไสยาสน์อายุราว ๔๐๐ ปี





ลายประดับหอพุทธไสยาสน์"ลายประดับดอกดวง"
กระจกสีตัดเป็นชิ้นเล็กๆ เป็นภาพนิทานพื้นบ้าน วิถีชีวิตชาวหลวงพระบาง
สัญญลักษณ์อย่างหนึ่งของหลวงพระบาง


อุบมุง ที่เก็บพระพุทธรูป







เรือยาวของวัด



...เสี่ยงเซียมซี ก็จะมีเกือบทุกวัดครับ...
....จากวัดเชียงทอง ก็จะมีอีก ๗ วัด ห่างกันไม่มาก บางวัดรั้วติดกันเลย บางวัดอยู่คนละฝากถนน...มีวัดปากคาน  วัดสุวรรณคีรี วัดสีบุญเรือน วัดสิริไชยกุล ฯ วัดสิบสิกขาราม  วัดแสนฯ วัดหนองศรีคูณเมือง รวม ๘ วัด











ดอกบัวจะมีอยู่ที่รอบสิมน่าจะเป็นเครื่องหมายคล้ายใบเสมา


วัดปากคาน


บริเวณปากน้ำคานบรรจบกับน้ำโขง
น้ำคานสีเขียวน้ำโขงสีขุ่น


ออกจากวัดปากคาน ก็ถึงวัดสุวรรณคีรี
















บนหลังคาสิมเรียกว่าช่อฟ้าครับ...






ป้ายบอกตำแหน่งอาคารที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในย่านนี้












ยามเช้าตรู่บริเวณวัดแสนฯจะมีผู้มารอใส่บาตร




   วัดหนองศรีคูณเมือง จะเป็นวัดสุดท้ายที่อยู่ในย่านเดียวกับวัดเชียงทอง



สิมวัดหนองคูณเมืองได้รับการบูรณะขึ้นใหม่แบบศิลปเวียงจันทร์






พระประธานภายในสิมวัดหนองคูณเมือง


ชาวหลวงพระบางตักบาตรที่หน้าวัดหนองคูณเมือง
.................

วันนี้เราเดินชมย่านวัดเชียงทอง ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของพื้นที่
มีวัดทั้งหมด ๘ วัด ตอนเช้า พระจะออกบิณฑบาตรในเส้นทางเดียวกันทั้งหมด
เป็นวงกลมจากถนนหลักเส้นกลางวนขวามาทางทิศตะวันตกเข้าถนนเส้นใน
เพื่อเดินกลับวัดแต่ละวัด


ชาวหลวงพระบางบอกว่าเส้นทางนี้ทุกเช้าจะมีพระบิณฑบาตร ราว ๑๓๐ รูป


ขอความสุขสวัสดี
จงมีแด่ทุกท่านเทอญ



************
ขอบคุณที่เข้ามาชมครับ...











































































        



วันจันทร์ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2566

กำลังใจ

 


10 TOTALLY EMPOWERING QUOTES THAT'LL INSPIRE YOU TO NEVER GIVE UP


1. “If you believe it will work out, you’ll see opportunities. If you believe it won’t, you will see obstacles.” – Wayne Dyer


2. “No one has the power to shatter your dreams unless you give it to them.” – Maeve Greyson


3. “People are always blaming their circumstances for what they are. I don’t believe in circumstances. The people who get on in this world are the people who get up and look for the circumstances they want, and if they can’t find them, make them.” – George Bernard Shaw


4. “What makes you different or weird, that’s your strength.” – Meryl Streep


5. “Stop saying those things that make you weak and ashamed. Say only those things that make you strong. Do only those things that you could speak of with honor.” – Jordan Peterson


6. “There is something you must always remember. You are braver than you believe, stronger than you seem, and smarter than you think.” – A.A. Milne


7. “Strength isn’t always shown in what you can hold on to, sometimes it’s shown in what you can let go of.” - Drake


8. “A ship is always safe a shore but that is not what it’s built for.” – Albert Einstein


9.  “Don’t be afraid to be ambitious about your goals. Hard work never stops. Neither should your dreams.” – Dwayne Johnson


10. "The level of effort you tolerate from yourself will define your life." - Tom Bilyeu


Keep shining and keep smiling! Have a super powerful day! ❤

******

Cr.facebook

วันอาทิตย์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2566

พรปีใหม่


 ปีใหม่ก็วิ่งเข้ามาหาเราอีกแล้ว อายุมากขึ้น มันก็เร็วมากขึ้นๆ ทำให้นึกถึงคำสอนพระพุทธองค์ว่า “วันคืนล่วงไปๆ เรากำลังทำอะไรอยู่”


ปี ๖๖ ที่จะถึงนี้จะเป็นอย่างไร เราก็รู้ได้อย่างเดียวว่า จะไม่เหมือนที่เราคิด ทีนี้เราทุกคนก็มีความคิดอยู่ในใจ พุทธองค์ให้เรารู้เท่าทันความคิด อย่างในเรื่องของการภาวนา คนมักจะเข้าใจว่าต้องทำจิตให้นิ่ง แต่ความนิ่งไม่ใช่เป้าหมายของการภาวนา เราต้องการความนิ่งเป็นฐานเพื่อรู้สิ่งทั้งหลายที่ไม่นิ่ง สิ่งทั้งหลายที่ไม่เที่ยง สิ่งทั้งหลายที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา


ในปีใหม่นี้ ต้องพยายามให้อยู่ในปัจจุบันให้มาก อยู่ในปัจจุบันเราไม่ได้ทิ้งอดีต อนาคต เพราะอดีตคือความทรงจำ อนาคตคือความคิด แต่ให้รู้อย่างผู้รู้เท่าทัน นี่คือสิ่งที่เป็นหลักของการปฏิบัติ การรู้เท่าทัน รู้เท่าทันอดีตว่าสักแต่ว่าความจำ ไม่แน่ไม่นอน รู้เท่าทันความคิดว่าเป็นของไม่แน่ไม่นอน รู้เท่าทันทุกสิ่งทุกอย่าง ให้รู้เท่า ให้รู้ทัน รู้เท่าต้องรอบคอบ รู้ทันก็ต้องมีสติตั้งไว้อยู่อย่างดี สติเป็นเงื่อนไขของการใช้ปัญญา ถ้าขาดสติ ปัญญาวิ่งมาไม่ทันเหตุการณ์ รู้ว่าอะไรควร อะไรไม่ควรก่อนที่จะทำ รู้หลังแต่ขณะที่ทำ ขณะที่พูดไม่รู้ก็ขาดสติ 


ปีใหม่นี้ก็ขอให้เรารู้เท่าทันทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น ถ้าไม่รู้เท่าทันจิตก็ตกร่อง วิตกกังวลว่าถ้าเป็นอย่างนั้นเป็นอย่างนี้ เรื่องวิตกกังวลไม่มีที่สิ้นสุดหรอก แต่ถ้าเรารู้เท่าทัน ตัวกังวลเนอะ กำลังกังวล จิตใจเหมือนท้องฟ้า ความวิตกกังวลเหมือนเมฆที่ลอยไปๆ ในฟ้า เป็นเรื่องความกังวลมาอีกแล้ว อย่าไปยุ่งกับมัน อย่าไปหลงใหลกับมัน ความกลัว ความตื่นเต้น ความรู้สึกทุกอย่าง เราก็รู้เท่าทันอยู่


ฝึกตนเอง ฝึกกาย ฝึกวาจา ฝึกใจ ให้สิ่งเศร้าหมองในจิตใจลดน้อยลงเท่าที่จะเป็นได้ ทำให้สิ่งดีงามเพิ่มมากขึ้นเท่าที่จะเป็นได้ จิตใจก็ได้กำไรทุกวัน ไม่ว่าในสุขภาพ ในคุณภาพ ในสมรรถภาพ พุทธศาสนาสอนให้เรารับผิดชอบชีวิตในส่วนที่รับผิดชอบได้ สิ่งแวดล้อมเรามีอำนาจที่จะบังคับบัญชาจะควบคุมให้เป็นตามใจเราน้อยมาก แต่สิ่งที่เรารับผิดชอบได้ คือจิตใจของเราเอง 


ฉะนั้นก็ขอให้เราทุกคน ตั้งสติเรื่องกาย ให้เริ่มต้น ให้กินให้พอดี พักผ่อนให้พอดี ออกกำลังกายให้พอดี ดูแลวาจาของเรา พูดแต่เรื่องจริงที่เป็นประโยชน์ ถูกกาลเทศะ ด้วยความหวังดี ด้วยความสุภาพอ่อนน้อม ฝึกจิตใจให้ชำระจิตใจด้วยการทำวัตรสวดมนต์ นั่งสมาธิ ทุกเช้าเย็น ชีวิตประจำวันดูกาย ดูใจ รู้เท่าทัน 


ขอให้ทุกคนมีแต่ความสุข ความเจริญ ทั้งทางกายทางใจตลอดกาลนาน


พระอาจารย์ชยสาโร

*****

Cr.https://fb.watch/hN73zQiJbZ/

******