วันศุกร์ที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2565

พระอาจารย์สิริปัญโญ

 


สำหรับเจ้าอาวาสสำนักสงฆ์เต่าดำ องค์ปัจจุบัน คือ พระสงฆ์ชาวมาเลเซีย ชื่อ "พระอาจารย์ สิริปันโน" เมื่อวันที่  26 เมษายน 2556 เฟซบุ๊ก สาขาวัดหนองป่าพง ได้เผยแพร่ข้อมูลของ พระอาจารย์สิริปันโน ท่านจำพรรษาอยู่ที่สำนักสงฆ์เต่าดำ จ.กาญจนบุรี อันเป็นสาขาของวัดป่านานาชาติ



ท่านสิริปัญโญกับโยมแม่


พระอาจารย์สิริปันโน (Ajahn Siripanyo)

าจารย์สิริปันโน (Ajahn Siripanno) หรือชื่อเดิมคือ เว็น สิริปัญโญ (Ven Siripanyo) เป็นลูกชายคนเดียวของมหาเศรษฐี ที. อนันดา กริชนัน (Tan Sri Ananda Krishnan) เป็นมหาเศรษฐีผู้ใจบุญสุนทานชาวศรีลังกา เชื้อสายทมิฬ ซึ่งนิตยสาร Forbes จัดอันดับความร่ำรวยเป็นอันดับ 2 ของมาเลเซีย และอันดับ 4 ในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ และอันดับที่ 93 ของโลก (2nd richest man in Malaysia, 4th in Southeast Asia and 93th in the world according to Forbes in 2012) และ ม.ร.ว.สุพินดา จักรพันธุ์ (คุณหญิงใหญ่) มารดาซึ่งเป็นคนไทย

ครอบครัวนี้มีลูกสาว 2 คน และมีลูกชายเพียง 1 คน คือ อาจารย์สิริปันโน ท่านจบการศึกษาจากประเทศอังกฤษ และสามารถพูดได้ถึง 8 ภาษา ท่านสิริปันโน เคยมาศึกษาธรรมกับ อาจารย์ชยสาโร ที่วัดป่านานาชาติอยู่ 3 เดือน จนเมื่อท่านเรียนจบและทำงานได้ราวหนึ่งปี ก็ตัดสินใจบวชอีกครั้งและไม่สึกตลอดชีวิต

ท่านได้เลือกที่จะอุปสมบทเป็นพระภิกษุเมื่อ 24 ปีที่แล้ว (นับถึงปี พ.ศ. 2561) โดยเป็นลูกศิษย์สาย พระโพธิญาณเถร (หลวงพ่อชา สุภัทโท) แห่งวัดหนองป่าพง ตำบลโนนผึ้ง อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี และท่านไม่เคยมองย้อนกลับไป อยากใช้ชีวิตฆราวาสอีก

ท่านปฏิเสธโอกาสที่จะทำงาน เพื่อเข้ามาดูแลและขยายอาณาจักรธุรกิจของบิดา รวมทั้งปฏิเสธที่จะรับมรดกของครอบครัว ซึ่งมีมูลค่าราว 9.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ ($9.5 billion -2011) แต่กลับเลือกที่เดินบนเส้นทางของการเจริญสมาธิภาวนา ตามแนวปฏิบัติสายพระป่าแห่งวัดหนองป่าพงตลอดชีวิต

พวกเราชาวพุทธ ไม่ควรพูดถึงพระด้วยการเน้นชูพื้นเพชีวิตของท่านก่อนบวช (ว่าเรียนจบอะไร, ครอบครัวทำอะไร เป็นต้น) เพราะนั่นไม่สำคัญ ไม่ว่าใครจะเรียนจบอะไร พ่อแม่ทำอาชีพอะไร อยู่ในสังคมแบบไหน ก็ไม่สำคัญ เพราะว่าเมื่อ “...วรรณะ ๔ จำพวก คือ กษัตริย์ พราหมณ์ แพศย์ ศูทร ออกบวชเป็นบรรพชิตในธรรมวินัยที่ตถาคตประกาศแล้ว ย่อมละชื่อและโคตรเดิม ถึงการนับว่าพระสมณศากยบุตรทั้งนั้น เปรียบเหมือนแม่น้ำใหญ่ๆ คือ แม่น้ำคงคา ยมุนา อจิรวดี สรภู มหี แม่น้ำเหล่านั้นไหลไปถึงมหาสมุทรแล้ว ย่อมละชื่อและโคตรเดิมหมด ถึงการนับว่ามหาสมุทรนั่นเองฉะนั้น...” พวกเราจึงควรจะพูดถึงท่านที่ธรรมะและปฏิปทามากกว่า


*************
Cr.https://www.isangate.com/new/firstpage/9-word/769-farang-monk-3.html

โลกคืออารมณ์

 



บางคนบอกว่า “โลกนี้วุ่นวายเหลือเกิน ไม่อยากกลับมาเกิด ฉันพอ พอแล้ว” ความคิดอย่างนี้ดีไหม? ขอตอบว่า แล้วแต่เจตนา
ความปรารถนาที่จะออกจากวัฏสงสารมีสองประเภท หนึ่ง ปรารถนาเพราะเห็นโทษในการเวียนว่ายตายเกิดตามความเป็นจริง สอง ปรารถนาเพราะเบื่อหน่าย
ประเภทที่สองเป็นอาการของ วิภวตัณหา คือ ไม่อยากมีไม่อยากเป็น ความปรารถนาอย่างนี้ไม่เกิดผลที่ต้องการ เพราะตัณหาย่อมเพิ่มความผูกพันอยู่เสมอ ไม่สามารถนำไปสู่การหลุดพ้นได้ ข้อนี้สำคัญมาก นักปฏิบัติควรสังเกตว่าถ้ายึดไว้ซึ่งอารมณ์ไม่ชอบ รังเกียจ เบื่อหน่ายสิ่งใดแล้ว แม้แต่สิ่งนั้นไม่ดีก็ตาม นั่นคืออาการของกิเลส ไม่ใช่ทางออกจากทุกข์
หลวงพ่อชาเคยสอนว่า โลกคืออารมณ์ หลงโลกคือหลงอารมณ์ จะออกจากโลก ต้องออกจากอารมณ์ การไม่เกิดที่ควรสนใจศึกษาจึงอยู่ที่การฝึกให้รู้จักวิธีไม่เกิดเป็นเจ้าของอารมณ์
พระอาจารย์ชยสาโร

*******************
Cr.https://www.facebook.com/jayasaro.panyaprateep.org/posts/4546605712114746

วันพุธที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2565

เกิดมาทำไม

 


Cr. เพลง วิปัสสนาพาพ้นทุกข์ https://youtu.be/sLpRex74mz8
ภาพ เพจกลุ่มธรรมะวัดมเหยงคณ์

วันอาทิตย์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2565

โรคอัลไซเมอร์


โรคอัลไซเมอร์ ไม่ใช่แค่โรคที่จำอะไรไม่ได้ แต่ยังเป็นโรคที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

เราควรเริ่มดูแลผู้สูงอายุ

ตั้งแต่ก่อนมีอาการ เพราะโรคอัลไซเมอร์นอกจาก

จะไม่สามารถป้องกันได้ 100% แล้ว เมื่อเป็นแล้ว ยังไม่สามารถรักษาให้หายได้อีกด้วย แต่เราสามารถ “ชะลอ” ได้


เสาหลักแห่งการป้องกันอัลไซเมอร์


1.ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ประมาณ 2-3 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ จะป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้ 50% เพราะสมองทานออกซิเจน

เป็นอาหาร โดยมีเลือดเป็นตัวส่ง ดังนั้นเราต้องทำให้หัวใจเต้นแรงด้วยการออกกำลัง เพื่อให้เลือดสูบฉีดไหลเวียน .. แต่สำหรับผู้สูงอายุ การทำงานบ้าน ทำสวนดูแลสวน หรือการขยับร่างกาย

อย่างสม่ำเสมอ ก็เป็นการออกกำลังกายที่ดี

และเหมาะสมแล้ว


2.อ่านหนังสือและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ใช้สมองให้มากขึ้น เพราะสมอง เมื่อเราไม่ใช้ เราจะเสียมันไป


3.ทานผักและอาหารสด

ต้องเยอะ น้ำมันปลา (fish oil) เป็นอาหารเสริมที่ดี


4.นอนวันละ 7-8 ชั่วโมง เพราะการนอนน้อย เป็นการสั่งสมอง ให้ทำลายตัวเอง .. 


ผู้สูงอายุควรนอนกลางวันด้วย เพราะสมองของผู้สูงอายุ ต้องการการพักผ่อนมากกว่าวัยรุ่นหรือวัยทำงาน


5.เมื่อเราเครียด เซลล์สมองจะทำลายตัวเองเร็วมาก มากกว่าการไม่นอน ดังนั้น พยายามทำให้ตัวเอง

อยู่ในสภาวะที่เครียดน้อยที่สุด 


6.อยู่กับคน เพราะสมองถูกสร้างมา ให้อยู่ร่วมกับผู้อื่น เมื่อไหร่ที่เราไม่ได้เข้าสังคม หรือขาดการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นบ่อยๆ จะทำให้สมองฝ่อ .. ไม่จำเป็นต้องมีเพื่อนเยอะ แต่จำเป็นต้องมีเพื่อน ที่มีคุณภาพ


การปฏิบัติตาม 6 ข้อข้างต้น สามารถชะลอ การเกิดโรคอัลไซเมอร์ได้ หรือหากเป็นแล้วก็จะช่วยให้ใช้ชีวิตไปจนเสียชีวิตได้ โดยที่ลูกหลานไม่เป็นทุกข์ หรือหากดีที่สุด ก็คือ ไม่เป็นโรคอัลไซเมอร์เลย

“กันไว้ ดีกว่าแก้”


ข้อมูลจาก : คุณขุนเขา สินธุเสน เขจรบุตร นักจิตวิทยาด้านสมอง