วันเสาร์ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2564

จิตทำงานอย่างไร

 

ทำอย่างไรให้หายโกรธ

 



"เมื่อฉันโกรธ ฉันจะทำอย่างไรให้ความโกรธนั้นหายไป"
ฯลฯ
"เธอคิดว่าความโกรธของเธอมาจากภายนอกใช่ไหม?...
และตอนนั้นเธอต้องการให้มันออกไปอีกครั้ง
เธอแน่ใจนะว่าความโกรธมาจากภายนอก
นี่เป็นคำถามด้วยคำถาม
ในหมู่บ้านพลัมพวกเราเรียนรู้
ว่าจะจัดการกับความโกรธของเราอย่างไร
จะดูแลความโกรธของพวกเราอย่างไร
ความโกรธเป็นสิ่งไม่น่ารักเท่าไหร่
คล้ายกับโคลนตม
แต่หากไม่มีโคลนตมแล้ว
เราก็ไม่สามารถปลูกดอกบัวได้
ดังนั้น โคลนตมจึงมีประโยชน์ในบางกรณี
เช่นกันความโกรธของเธอก็มีประโยชน์ในบางกรณี
ดังนั้น บางกรณีเธออาจจะไม่ควรปล่อยให้ความโกรธออกมา
เธอไม่ควรจะโยนทิ้งความโกรธออกไป
ถ้าเธอรู้จักใช้ประโยชน์ จากความโกรธของเธอ
เธอสามารถปลูกดอกบัวแห่งสันติ
ดอกบัวแห่งความเบิกบาน ดอกบัวแห่งการให้อภัย
นั่นเป็นคำสอนที่ลึกซึ้งในหมู่บ้านพลัม
เราเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งนี้ตลอดมา
เมื่อมีความโกรธเกิดขึ้น
มันไม่ได้มาจากข้างนอก แต่มันมาจากข้างใน
เพราะว่าเราไม่เข้าใจ
เพราะอย่างนั้นเราจึงไม่สามารถรักได้
และเธอมองอย่างลึกซึ้งลงไป ถ้าเราฟังอย่างลึกซึ้ง
เราสามารถเข้าใจได้ และเมื่อเราเข้าใจ
ก็มีความรัก เมื่อมีความรัก ความโกรธก็จะเปลี่ยนตัวมันเอง
เธอไม่จำเป็นต้องโยนความโกรธนั้นออกไป
ในความเป็นจริง ความโกรธเป็นสิ่งที่เรานำมาใช้ได้
และถ้าเธอรักษาความโกรธนั้น
ในความเข้าใจ ในความกรุณานั้น
ความโกรธจะกลายเป็นบางอย่าง คล้ายกับความรัก
คล้ายกับความกรุณา......
หลวงปู่จะยกตัวอย่างให้ฟัง
เช้าวันนี้บางคน พูดบางอย่างที่ไม่ค่อยดีกับเธอ
เขาทำบางอย่างหรือพูดบางอย่างที่ไม่ดีกับเธอและเธอเป็นทุกข์
ความโกรธจึงเกิดขึ้นเป็นธรรมดา เมื่อเธอไม่ใช่นักปฏิบัติที่ดี
เธออยากจะชกหน้าเด็กชายหรือเด็กหญิงคนนั้น
เพื่อจะลงโทษเขา
และความโกรธนั้นอยู่ในตัวเรา นั่นคือความโกรธที่เป็นโคลนตม
จะทำให้ทุกสิ่งเลอะเปรอะเปื้อน
ดังนั้น เธอต้องตระหนักรู้ ว่า
เราต้องดูแลโคลนตมของความโกรธ
ไม่ปล่อยให้โคลนตมนั้นเลอะตัวเราและเลอะคนอื่น
ดังนั้น เธอควรจะหายใจเข้าอย่างสงบ อย่างมีสติ
และมองออกไปยังเด็กชายหรือเด็กหญิงคนนั้น
ว่าเธอเห็นอะไรในตัวเขาบ้าง
เธอจะเห็นว่ามีความรุนแรงในตัวเขา
ความโกรธในตัวเขา เป็นความทุกข์ในตัวเขาหรือตัวเรา
ถ้าเด็กผู้ชายหรือเด็กผู้หญิงคนนั้นมีความสุข
เขาหรือเธอจะไม่พูดบางอย่างที่ดูใจร้ายแบบนั้นออกมา
เธอหรือเขาจะไม่ทำบางอย่างที่รุนแรงอย่างนั้น
แต่เขาไม่มีความสุขในตัวเขา นั่นจึงทำให้เขาเป็นทุกข์
เมื่อเขาเป็นทุกเช่นนั้น เขาจึงอยากให้ความทุกข์ของเขาหายไป
โดยการพูดบางอย่างที่ใจร้ายกับเธอ 
หรือทำบางอย่างที่ไม่ดีกับเธอ
เพราะเขาคิดแบบนั้นเขาจึงทำแบบนั้น 
เพื่อที่เขาจะได้ทุกข์น้อยลง
ซึ่งนั่นไม่ฉลาดเลย
ดังนั้น เมื่อเธอมองเห็นเด็กชายคนนั้นไม่มีความสุข
มีความโกรธหรือความรุนแรงในตัวเขา
 และเขาไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไร
กับความรุนแรงในตัวเขา กับสิ่งที่ไม่มีความสุขในตัวเขา
นั่นจึงทำให้เขาเป็นทุกข์ และเมื่อเขาเป็นทุกข์เช่นนั้น
เป็นธรรมชาติมากที่เขาจะทำให้คนอื่นๆ รอบตัวเขาเป็นทุกข์กัน
เมื่อเราเห็นความโกรธของเขาและเราเข้าใจความทุกข์ของเขาแล้ว
เราจะไม่ต้องการลงโทษเขาให้มีความทุกข์เพิ่มขึ้น
เราจะช่วยให้ความทุกข์ของเขาหมดไป
เราจะยิ้มและบอกเขาว่าเราไม่โกรธเขา 
เราเข้าใจเขาว่าเขามีความทุกข์
เราจะไม่โต้ตอบด้วยความรุนแรง 
เราจะทำในสิ่งตรงข้ามคือสุภาพอ่อนโยน
ด้วยความรัก ความกรุณาและรอยยิ้มต่อเขา...
และจะทำให้เขาประหลาดใจว่าเราทำเช่นนี้ได้อย่างไร?....."
ฯลฯ



ตาทิพย์

 


Cr.Somphanas Channel

"สติเห็นการเกิดดับของขันธ์ห้าคือตาทิพย์"

❤❤❤
"..สติต่อเนื่องจะเห็นสมาธิเอง
สังขารมันเกิดแล้วดับ
ที่มันอยู่เพราะเราไปชอบมันนั่นเอง
ทุกอย่างมันจะอยู่ที่ใจ
เจริญสติจะทำลายอารมณ์พวกนี้หมด
จะเหลือเป็นขันธ์เฉยๆ..."
หลวงตาสุริยา มหาปัญโญ


Cr.Somphanas Channel






วันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2564

การปล่อยวาง


ครั้งหนึ่ง มีพราหมณ์ได้ทูลถาม

พระผู้มีพระภาคเจ้า ว่า..

ที่พระพุทธองค์ทรงแสดงธรรมไว้มาก

พระองค์แสดงธรรมไว้ที่ต่าง ๆ  


มีธรรมบทหนึ่งไหม

ที่รวมทุกสิ่งทุกอย่างในพระพุทธศาสนา ?


ท่านทั้งหลายว่า ในพระไตรปิฎก 

84,000 พระธรรมขันธ์ มีไหม ? 

บทเดียวที่รวมทั้งหมด

ของพระพุทธศาสนา 


พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า มี ก็คือ 

“ธรรมทั้งปวง ใคร ๆ ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น" 


การไม่ยึดมั่นถือมั่น

หรือการปล่อยวางนั่นเอง


พระพุทธองค์ตรัสว่า..

ผู้ที่ได้ยินได้ฟังธรรมบทนี้

"ธรรมทั้งปวง ใคร ๆ ไม่ควรยึดมั่นถือมั่น"

ชื่อว่า ได้ยิน ได้ฟังทั้งหมดของพระพุทธศาสนา


เป็นหลักธรรมเดียว

ที่รวมเนื้อหาแท้ ๆ ของพระพุทธศาสนา


ความไม่ยึดติด ความไม่ยึดมั่นถือมั่น 

ผู้ที่ได้ยินได้ฟัง ธรรมบทนี้ 

แล้วปฏิบัติตาม ธรรมบทนี้ 

คือ ความไม่ยึดมั่นถือมั่น 


ชื่อว่า ได้ปฏิบัติติตามธรรมทั้งหมด

ของพระพุทธศาสนา 


เป็นทั้งปริยัติ หลักธรรม 

เป็นทั้งภาคของการปฏิบัติ วิธีการปฏิบัติติ 

แล้วเป็นทั้งปฏิเวธ ผลของการปฏิบัติ 


ก็คือ ความไม่ยึดมั่นถือมั่น 

หรือ การปล่อยวางนั่นเอง 


นี่คือ หัวใจของพระพุทธศาสนา

.


ธรรมบรรยาย โดย พระมหาวรพรต กิตฺติวโร

6 กันยายน 2563

*****

Cr. https://www.facebook.com/707600716067818/posts/2011203342374209/

 

วันพฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2564

เพียงแค่ระลอกคลื่น

Cr.https://www.facebook.com/insideexplorer/

เอส.เอ็น.โกเอ็นก้า


"ความจริงของกายนี้ก็คือ..
แม้มันจะดูคล้ายสสารอันจับต้องได้
แต่เมื่อสำรวจลึกลงไป ๆ จะพบว่าไม่มีสิ่งใดเป็นแก่นสารเลย
โครงสร้างทางกายภาพทั้งหมดนี้เป็นเพียงการสวนสนามของ
อนุภาคขนาดเล็กกว่าอะตอม ทั้งหมดเกิดดับอย่างอย่างรวดเร็ว
โครงสร้างร่างกายทั้งหมดนี้แท้จริงแล้วเป็นเพียงคลื่น
นี่คือสิ่งที่นักวิทยาศาสตร์ยุคใหม่ได้ค้นพบ"
เอส. เอ็น. โกเอ็นก้า