วันเสาร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

อาลัยเพือนที่จากไป พล.ร.ท.จำรัส เผือกประพันธ์


พิธีพระราชทานเพลิงศพ พล.ร.ท.จำรัส  เผือกประพันธ์
ณ ฌาปนสถานกองทัพเรือ  สัตหีบ
๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๒







 ขอขอบคุณภาพจาก นย.๑๑


วันพฤหัสบดีที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

รู้หลัก จักไม่หลง

รู้หลัก จะไม่หลง
จะไม่ยึดซ้อนยึด
.........

อย่าเอาความไม่ยึดมั่น
หรือความปล่อยวาง
มาเป็นข้ออ้างที่จะปล่อยปละละเลย
...

ที่เห็นง่ายๆ ก็คือ
คนที่เอาความไม่ยึดมั่นขึ้นมายึดไว้
แล้วไม่ทำอะไร ไม่เอาอะไร
แล้วก็บอกว่าฉันไม่ยึดมั่น

แต่เขาไม่รู้ตัวว่าเขาทำไป
ตามความไม่ยึดมั่นที่เอามายึดไว้

คือเป็นเพียงความยึดมั่น
ในความไม่ยึดมั่นเท่านั้น
เป็นความยึดมั่นซ้อนเข้าไปอีก

ความไม่ยึดมั่นที่แท้นั้น
เป็นไปเองด้วยปัญญา
ไม่ต้องเอาความไม่ยึดมั่นขึ้นมายึดไว้
...
เพราะฉะนั้น
อย่าปล่อยวางเพียง
ด้วยความไม่ยึดมั่นที่ยึดถือเอาไว้
และอย่าเอาความปล่อยวาง
มาเป็นข้ออ้างที่จะปล่อยปละละเลย

เพราะอันนั้นไม่ใช่
ความปล่อยวางอะไรเลย
แต่เป็นความประมาทแท้ๆ

จากหนังสือเรื่อง
คนไทยไม่ใจแคบ
แต่ระวังไว้: อย่าให้ปัญญาแคบ
โดย สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์
(ป. อ. ปยุตฺโต)
พิมพ์ครั้งที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๔๕
หน้า ๕๐ – ๕๒

สามารถอ่านหนังสือเพิ่มเติมได้ที่
http//book.watnyanaves.net/index.php?floor=case-study

วันอังคารที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2562

คติธรรม

เนื่องในวันอาสาฬหบูชา วันอังคาร ที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๒ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระคติธรรม ความว่า

“ดิถีเพ็ญเดือนอาสาฬหะ ได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่งแล้ว พุทธบริษัททุกหมู่เหล่าพึงระลึกถึงและกระทำสักการบูชาพระรัตนตรัยเป็นกรณีพิเศษ เนื่องด้วยเป็นวันคล้ายวันประกาศพระศาสนาของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงแสดงธัมมจักกัปวัตนสูตรเป็นพระปฐมเทศนาโปรดปัญจวัคคีย์ กระทั่งมีผู้ได้ดวงตาเห็นธรรม ขอประทานอุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระบวรพุทธศาสนา จึงบังเกิดพระรัตนตรัยครบองค์ ๓

ธัมมจักกัปปวัตนสูตร มีเนื้อหาแสดงการปฏิเสธส่วนที่สุดโต่งสองทาง คือการประกอบตัวให้พัวพันด้วยกามสุขทั้งหลายทางหนึ่ง และการฝืนตนให้ได้รับความทุกข์ทรมานอีกทางหนึ่ง พร้อมกำหนดแนวทางดำเนินชีวิตโดยทางสายกลาง แสดงถึงขั้นตอนและแนวทางในการปฏิบัติเพื่อบรรลุถึงความดับทุกข์ คืออริยมรรคมีองค์ ๘

ในอริยอัฏฐังคิกมรรคดังกล่าวนั้น มีข้อปฏิบัติสำคัญเพื่อความพ้นทุกข์ประการหนึ่ง ซึ่งเราทั้งหลายพึงพินิจพิจารณาให้ถ้วนถี่ พร้อมน้อมนำมาเป็นวิถีปฏิบัติประจำชีวิต ได้แก่ ‘สัมมาวาจา’ ที่แปลว่า การเจรจาชอบ

ในสังคมที่มีบุคคลหลายหมู่คณะอยู่ร่วมกัน มีผู้คนเจรจาติดต่อกันผ่านอุปกรณ์การสื่อสารอันรวดเร็ว และง่ายดายขึ้นนั้น ย่อมทำให้ ‘วจีทุจริต’ หรือการประพฤติชั่วทางวาจาปรากฏขึ้นอย่างกว้างขวาง ทั้งนี้ คำเท็จ คำหยาบ คำส่อเสียด และคำเพ้อเจ้อเหลวไหล ล้วนเป็นต้นเหตุใหญ่ของความวิวาทบาดหมาง ความขุ่นเคือง และความคลางแคลงใจกัน

เพราะฉะนั้นจึงขอสาธุชนทุกท่าน อาศัยดิถีอาสาฬหบูชาและเข้าพรรษาที่มาบรรจบถึง เป็นโอกาสทบทวนจิตใจและตั้งปณิธานว่าจะดำเนินชีวิตด้วย ‘ปิยวาจา’ พูดจาด้วยถ้อยคำที่ไพเราะอ่อนหวาน จริงใจ ไม่พูดหยาบคายก้าวร้าว พูดแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ เหมาะสำหรับกาลเทศะ เพื่อความผาสุกร่มเย็นของตนเอง ครอบครัว ชุมชน และสังคมประเทศชาติสืบไป

ขออานุภาพแห่งคุณความดีที่ท่านทั้งหลายร่วมกันบำเพ็ญ จงเป็นเครื่องกางกั้นสรรพพิบัติภัย อันอาจก่อให้เกิดความแตกแยกร้าวฉาน ขอคุณธรรมประจำใจสาธุชน จงดลบันดาลความสมัครสมานสามัคคีให้บังเกิดในบ้านเมืองไทย เพื่อความร่มเย็นสถาพรภายใต้ร่มเงาแห่งพระพุทธศาสนาสืบไป ตลอดกาลนาน เทอญ.”

วันอาทิตย์ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2562

เก็บมาฝาก

  เรื่องนี้ประทับใจ...

ช่วงเทศกาลปีใหม่ของวันหนึ่ง

เด็กชายอายุประมาณ 9-10 ขวบคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้านขายปลาในตลาด เถ้าแก่สังเกตสีหน้าของเด็กน้อย ท่าทางจะมีความกังวลอะไรอยู่บางอย่าง

“เถ้าแก่ครับ ขอปลาจาระเม็ดให้ผม 2 ตัวครับ”

เถ้าแก่มองหน้าเด็กชายครู่หนึ่ง
จากนั้นก็เดินไปหยิบปลาใส่ถุงขึ้นชั่ง
เด็กชายเอามือล้วงกระเป๋าเป็นเวลานานสองนาน
จากนั้นจึงหยิบแบงค์ 500 ออกมาจากกระเป๋ากางเกงของตัวเอง

“เงินอั่งเปาละสิท่า เสียดายใช่ไหมละอาตี๋”

เถ้าแก่ถามแบบหยอกๆ
เด็กชายได้แต่ยิ้มหน้าเย๋ๆ
“ 180 บาท” เถ้าแก่บอกพร้อมกับหยิบเงินจากมือของเขาไป จากนั้นก็หยิบเงินทอนให้แก่เขา 320 บาท
เมื่อเด็กน้อยรับเงินเสร็จก็กล่าวคำขอบคุณ จากนั้นก็เดินออกจากร้านไปด้วยอาการเหมือนร้อนรน

2 วันให้หลัง เด็กชายคนเดิมเดินเข้ามาที่ร้านของเถ้าแก่อีกครั้ง
“วันนี้แม่ของผมต้องไปโรงพยาบาล” เด็กน้อยเอ่ยขึ้น
เถ้าแก่รู้สึกตกใจไปกับเด็กน้อยด้วย

“แม่ของผมป่วยหนัก วันนี้ต้องรีบผ่าตัด เมื่อวานซืนผมมาซื้อปลาจาระเม็ดที่แม่ชอบกิน จากนี้ไปแม่ของผมคงไม่ได้กินอีกแล้ว”

เด็กน้อยพูดออกไปด้วยเสียงสะอื้น

“แต่หลังจากแม่กินปลาจาระเม็ดเสร็จ แม่ก็พูดกับผมประโยคหนึ่งว่า อย่าโลภในกำไรเพียงเล็กน้อยจนสูญเสียมโนธรรมสำนึก มันไม่คุ้มค่า!”

จากนั้นเด็กน้อยก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง จากนั้นก็หยิบธนบัตรแบงค์ 500 ออกมา 1 ใบ แล้วก็ยื่นให้เถ้าแก่เจ้าของร้านขายปลา

“เถ้าแก่ครับ ผมขอโทษครับ เมื่อวานซืนผมเอาแบงค์ปลอมให้เถ้าแก่ ใบนี้ต่างหากที่เป็นของจริงครับ!”

เถ้าแก่ต้องตกใจเป็นครั้งที่2 ไม่คิดว่าเรื่องมันจะเป็นอย่างนี้
เขาคิดถึงสีหน้าของเด็กน้อยเมื่อวันก่อน ไม่น่าเชื่อว่าเด็กน้อยหน้าตาซื่อๆ จะกล้าเอาแบงค์ปลอมมาซื้อของได้ มันเป็นไปได้ยังไง?
เด็กน้อยมองเถ้าแก่ด้วยสายตาละอาย

“ขอบคุณครับคุณลุง แบงค์ปลอมใบนี้มีลูกค้าเอามาซื้อของที่ร้านผมครับ แม่เก็บมันไว้ตั้งนานไม่ยอมใช้ เพราะกลัวว่าคนอื่นได้ไปจะเสียใจเหมือนแม่ แต่ช่วงนี้แม่ของผมไม่สบาย เงินทองที่มีอยู่ก็ใช้ไปเกือบหมด ไม่ได้เปิดร้านมาหลายเดือนแล้วครับ ผมก็เลยแอบเอามาซื้อปลาที่ร้านคุณลุง จนแม่ผมจับได้ ขอบคุณคุณลุงมากครับที่ไม่เอาเรื่องผม”

เถ้าแก่ไม่รู้จะพูดอะไร ได้แต่เดินไปที่เก๊ะเงิน จากนั้นก็หยิบเอาแบงค์ 500 ใบที่เด็กน้อยนำมาซื้อของเมื่อวันก่อนออกมาคืนให้กับเด็กน้อย ความรู้สึกของเขามันบรรยายไม่ถูก ไม่รู้ว่าเสียใจหรือดีใจดี

เด็กน้อยเมื่อรับแบงค์ปลอมคืนมา ก็ยกมือไหว้และก็เดินจากไป
เถ้าแก่มองตามหลังของเด็กน้อยเป็นนานสองนาน

บ่ายของวันนั้น ตอนที่เก็บร้าน เถ้าแก่ก็ได้นำเอาปลาจาระเม็ดที่แช่ฟอร์มาลินมาอาทิตย์กว่าๆในแผงทิ้งลงถุงขยะสีดำ ไม่กล้าที่จะขายให้ใครอีกต่อไป

จากนั้นมาไม่นาน เถ้าแก่ก็ได้ข่าวว่า แม่ของเด็กชายคนนั้นได้เสียชีวิตลง ส่วนเด็กชายก็กลับไปอยู่ต่างจังหวัดพร้อมกับตายาย
แต่คำพูดของแม่เด็กชายคนนั้นและการกระทำของเด็กชายในวันนั้น เมื่อเขาคิดขึ้นมาเมื่อใด ก็รู้สึกร้อนผ่าวบนใบหน้า เขาต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอโทษเด็กชายคนนั้น!
===========================
หิริโอตัปปะ ความละอายเกรงกลัวต่อบาป ความละอายใจตัวเองต่อการทำความชั่วความผิด ความละอายต่อการประพฤติทุจริตทั้งหลาย ถือว่าเป็นธรรมะสำคัญต่อการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันของคนในสังคม

ไม่เบียดเบียนกัน...ถือเป็นสุขอย่างยิ่ง

ขอคารวะแม่ผู้ยิ่งใหญ่ แม้เธอจะไม่ได้ร่ำรวย
แต่เธอกลับไม่เคยจนในปัญญา
คำที่เธอสอนลูกชาย ไม่เพียงแต่ทำให้ลูกชายรู้สึกละอาย แต่กลับยังสะเทือนให้ใจของเถ้าแก่รู้สึกละอายมากยิ่งกว่า !!

ฝากกดไลค์กดแชร์เพจ มูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร ในพระบรมราชูปถัมภ์
ที่ facebook  https://m.facebook.com/Somdetphranyanasangvarasomdetphrasangharaj/

วันศุกร์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2562

เก็บมาฝาก..ธรรมะจากหลวงปู่..

"..ทุกวันนี้ ญาติโยม..ไหว้พระ
ก็..ไปวุ่นวาย
แต่กับ..ดอกไม้ ธูป เทียน
...ไม่รู้ว่า ทำไมต้องวุ่นวาย กับของพวกนี้
ไม่มี..ดอกไม้
ไม่มี..ธูป มีเทียน
ก็..ไหว้ได้
กราบ..ได้
...ไหว้พระ...
...กราบพระ...
ไหว้..ที่ใจ
กราบ..ที่ใจ
...เคารพใน..คุณงาม ความดี
ของ.. พระพุทธเจ้าของ..เรา
.
พระพุทธเจ้าท่าน..ได้สอนไหม
ว่า..ไหว้พระ ต้องมีดอกไม้ ทุก..ครั้ง

ในพระไตรปิฎกก็..ไม่มี
..ไปเสียเงิน เสียทองซื้อมา.. ทำไม
...อย่าว่า แต่ญาติโยม..เลย พระ..นี้ละ
ตัว..สำคัญ
..สำคัญ อย่างไง ทุก..วันนี้
พระก็จัดดอกไม้ เป็นบ้า กับ..
-การทำบายศรี
-จับผ้า
-ตกแต่งสถานที่ให้มัน..สวยงาม
...หลง..ในความงาม
..หลง..ในความสวย
.
พระพุทธเจ้าท่านพา..ให้ละ ท่านพา..ให้อยู่อย่างสงบ
ดู..ใจตัวเอง

ในพระไตรปิฎกก็ไม่มี..ให้ทำ ท่านพา..อยู่ป่า อยู่..ที่สงบ
..อันนี้..ไม่ละ
มันเป็นบ้า..อะไรกับ..ของพวกนี้
.
บาง..วัด
เอาบายศรี ไปตั้ง..ข้างพระประธาน
...เอาไปตั้ง สูงกว่าพระพุทธรูปเสีย..อีก
..ตกแต่ง ให้..สวยงาม
มันทำ..เอาอะไร เอา..มรรคผล นิพพาน..ไหม
...พระพุทธเจ้าท่าน..สั่ง
ท่าน..สอน..มั๊ย ...ต้องทำบายศรีใหญ่ๆ
ทำ..กี่ชั้น
ถึงได้..เห็นมรรคผล นิพพาน
..ในพระวินัย ก็ไม่ได้..สั่งสอนให้พระ..ทำบายศรี จัดดอกไม้
..มันบวชมา.. ปรุงแต่ง
..มันบวชมา
เอา..กิเลส
...หลวงปู่ขาว ท่านก็..ไม่ได้สอน..นะ ว่า..ให้พระ..ทำบายศรี จัด..ดอกไม้ แทน..การภาวนา
.
หลวงปู่ฝั้น..
ท่านก็..ไม่สอน ท่านสอน..ให้ภาวนา รักษาศีล แต่..ทุกวันนี้เรื่อง..การบวชเข้ามา เพื่อ..การปฏิบัติ ตาม.. ปฏิปทาพ่อแม่ครูอาจารย์
...มันไม่มี
บอกให้..ภาวนาเหมือน..คุยกับหมา
...คุยกับหมาบางที..ยังรู้เรื่องกว่า
...หลวงปู่สอนว่า ให้ตื่น..ตี3
มา..ภาวนา
เดิน..ก็ได้
นั่ง..ก็ได้
พอ..ตี5..6โมงให้เตรียม.. บิณฑบาต
..เสร็จจาก..ฉันอาหาร
ให้..เดินจงกลมหรือ..นั่งภาวนาจนถึง..11โมงแล้วถึง..ขึ้นไปพัก
..บ่าย3 ให้ออกมา..ทำข้อวัตร
..กลางคืน ให้.. ภาวนา ถึงเที่ยงคืน หรือ สว่าง ตามแต่..กำลัง อันนี้..ไม่ ..ละ
.
ตื่น ก็..ตื่นสาย
ฉัน..เสร็จ
ก็ไปหา..พักผ่อน นอนเล่น.. โทรศัพท์
..พวกนี้ ไปอยู่กับ..หลวงปู่บัว วัดป่าหนองแซงไม่ได้..หรอก
..มันบวชมาหา..ความสบาย ไม่ได้บวชมา.. ปฏิบัติ ขัดเกลากิเลส
ไม่ได้บวชมา.. เพื่อพ้นทุกข์ในวัฏสงสาร
..เอาแต่..กิเลสตัวเอง จะ..ทำไป
.
📍พระพุทธเจ้าท่านบรรลุธรรม
ก็ด้วย..
-การปฏิบัติ
-การภาวนา
-การดูตัวเอง -ดูใจตัวเอง
...ไม่ได้บรรลุด้วย..โทรศัพท์
..ไม่ได้บรรลุ
ด้วย..การหลอกขอเงิน ญาติโยม จี้ ปล้น ญาติโยม
.
บาง..วัด
สอนให้ญาติโยม หลง..ในบุญ หลง..ในความรวย
..ขนาด ตั้งชื่อพระพุทธรูป
ก็..เอากิเลสตัวเอง..มาตั้ง
อย่าง..
-หลวงพ่อรวย
-หลวงพ่อทันใจ
-หลวงพ่อพันล้าน
..มันเอากิเลสตัวเอง..มาตั้ง
ถ้ามัน..เอากิเลสตัวเอง..มาตั้งขนาด..นี้
..ทำไม มันไม่ตั้งว่า..หลวงพ่อบอกหวย..ไปเลย
.
แทนที่..พระจะสอนญาติโยม
ว่า..พระพุทธรูปเป็น..สัญลักษณ์แทน ของ.. พระพุทธเจ้า เรานะ
เรา..กราบ
เรา..ไหว้
ให้..ระลึกถึงคุณงาม ความดี ของท่าน
ให้..ละชั่ว ทำดี ละอายต่อ..การทำบาป
ไม่..ละ
มัน..กลับไปสอนว่า..ไหว้ขอพร.. 'หลวงพ่อรวย' กราบไหว้ ซื้อดอกไม้ ธูปเทียนไป..ไหว้ แล้ว..รวย
...มันจะไปรวยอะไร ถ้ามัน..ไม่ทำงาน หาเงิน รู้จัก..เก็บ จัก..ใช้
คนที่..รวย
ก็.. พวก
ขาย..ดอกไม้ ธูป เทียน
.
ถ้ามัน..อยากได้บุญ..จริง
ไหว้พระ สวดมนต์..แล้ว
ไป..บริจาคทานให้..โรงพยาบาล ให้..สถานที่เด็กกำพร้า คนพิการ คนตกทุกข์ได้ยาก
นั้นละ..บุญ
ไม่ต้อง..ไปเสียเงินกับ..ของไร้ประโยชน์ อย่าง..ดอกไม้ ธูป เทียน
..จุดธูป..เยอะๆ​ ไม่ใช่..เรื่องดี นั้น..ละ
ตัว..มะเร็ง
จะ..ทำบุญ ทำทาน อะไรก็ช่างให้พากัน..มีสติ พิจารณาดู..ให้ดี ถึง..ความสมเหตุ สมผล
ให้ใช้..ปัญญาดีๆ
.
**..หลวงปู่ชนะ อุตตมลาโภ..**
วัดป่า...
..โนนหมากอื๋อ
อ.เมือง จ.มหาสารคาม
(ท่านเป็นศิษย์ ในองค์ท่านหลวงปู่วัน อุตตโม  และ..
หลวงปู่บัว สิริปุณโณ)