อ่านเรื่องนี้แล้วรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้อ่าน
อาจารย์พรหม หรือพระวิสิทธิสังวรเถร เป็นชาวอังกฤษ เป็นลูกศิษย์หลวงปู่ชา ก่อนที่จะไปก่อตั้งวัดป่าโพธิญาณใกล้เมืองเพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย
ช่วงก่อตั้งวัดป่าโพธิญาณเมื่อปี ๒๕๒๖ พระอาจารย์พรหมเล่าว่า หลังจากซื้อที่ดินแล้ว เงินก็แทบไม่เหลือ ต้องสร้างวัดด้วยมือของตัวเอง ตั้งแต่ผสมปูน จนถึงการก่อกำแพงอิฐ
ท่านเล่าว่า ตอนที่ลงมือทำ ก็รู้สึกว่าได้ทำอย่างประณีตที่สุดจนกระทั่งกำแพงอิฐเสร็จลง แต่พอถอยออกมายืนดู ก็พบว่าก่ออิฐพลาดไป ๒ ก้อน กำแพงอิฐเรียงเรียบสวยงาม แต่มีอยู่ ๒ ก้อนที่เอียงๆ
พระอาจารย์พรหมขอเจ้าอาวาสทุบกำแพงทิ้งเพื่อก่อใหม่ แต่เจ้าอาวาสไม่ยอม จากนั้นเป็นต้นมา ทุกครั้งที่พระอาจารย์พรหมพาแขกเยี่ยมวัด ท่านจะพยายามหลีกเลี่ยงไม่พาแขกเดินผ่านกำแพงบริเวณนี้ เพราะอายที่ก่ออิฐผิดพลาดไป ๒ ก้อน
จนกระทั่งวันหนึ่ง พระอาจารย์พรหมกำลังเดินกับผู้มาเยือนวัดคนหนึ่ง เขาเห็นกำแพงอิฐนี้แล้วเปรยขึ้นมาว่า
“กำแพงนี้สวยดี”
พระอาจารย์พรหมถามด้วยอารมณ์ขันว่า
“คุณลืมแว่นสายตาไว้ในรถหรือเปล่า คุณไม่เห็นหรือว่ามีอิฐ ๒ ก้อนที่ก่อผิดพลาดจนกำแพงดูไม่ดี”
แต่แล้วผู้มาเยือนคนนี้ก็เอ่ยประโยคที่ทำให้พระอาจารย์พรหมเปลี่ยนแปลงทัศนคติทั้งหมดที่เคยมีต่อกำแพงนี้
“ผมเห็นอิฐที่วางไม่ดีสองก้อนนั้น แต่ผมก็ได้เห็นด้วยว่ามีอิฐอีก ๙๙๘ ก้อนที่ก่อไว้อย่างสวยงาม”
“นับเป็นครั้งแรกในรอบ ๓ เดือน ที่อาตมาสามารถมองเห็นอิฐก้อนอื่น ๆ บนกำแพงนั้น นอกเหนือจากเจ้า ๒ ก้อนที่เป็นปัญหา ไม่ว่าจะเป็นอิฐที่อยู่ด้านบน ด้านล่าง ด้านซ้าย และด้านขวาของเจ้าอิฐ ๒ ก้อนนั้นล้วนแต่เป็นอิฐที่ก่อไว้อย่างดีไม่มีที่ติ ยิ่งไปกว่านั้นจำนวนอิฐที่ดี มีมากกว่า เจ้าอิฐไม่ดี ๒ ก้อนนั้น”
ช่วง ๓ เดือนที่ผ่านมา สายตาของพระอาจารย์พรหมเฝ้ามองแต่อิฐ ๒ ก้อนนั้น ท่านยอมรับว่าสายตาของท่าน มืดบอดต่อสิ่งอื่น ๆ ท่านอยากทลายกำแพง เพราะมองเห็นแต่อิฐ ๒ ก้อนที่ผิดพลาด
แต่ทันทีที่ความรู้สึกเปิดกว้าง มองเห็นอิฐก้อนดี ๆ จำนวนมากบนกำแพงนี้ กำแพงเดิมที่อยากทลาย ก็กลับงดงามขึ้นมาทันที
“ใช่ กำแพงนี้สวยดี” พระอาจารย์พรหมหันไปบอกกับผู้มาเยี่ยมคนนั้น
จนถึงวันนี้ พระอาจารย์พรหมก็นึกไม่ออกแล้วว่า อิฐก้อนที่ผิดพลาด ๒ ก้อนนั้นอยู่ตรงไหนของกำแพง
“ทัศนคติ” ในการมองโลกที่เปลี่ยนแปลง ทำให้อิฐ ๒ ก้อนนั้นเลือนหายจากความทรงจำ
พระอาจารย์พรหมเปรียบเปรยว่า คู่ชีวิตที่ตัดสัมพันธ์ หรือหย่าร้างกันก็เพราะทั้งคู่เพ่งมองแต่ “อิฐที่ไม่ดี ๒ ก้อน” ในตัวคู่ชีวิตของเขา
คนที่คิดท้อแท้ อยากฆ่าตัวตายก็เพราะเรามองเห็นแต่ “อิฐ ๒ ก้อน” ในตัวเราเอง
ทั้งที่ในความเป็นจริง นอกจาก “อิฐ ๒ ก้อน” ที่ผิดพลาดแล้ว ยังมี “อิฐก้อนที่ดี” และ “อิฐก้อนที่ดีจนไม่มีที่ติ” มากมายอยู่ในตัวเรา เพียงแต่เรามองไม่เห็นเท่านั้น
วันนี้เราเห็นอิฐก้อนที่ดีในตัวเราแล้วหรือยังครับ
*****
Cr.Fwd line
วันอังคารที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2562
เก็บมาฝาก จาก Line
หลวงปู่เทสก์ ..
#เล่าเรื่องพระอาจารย์มั่น
หลวงปู่เทสก์ ..เล่าให้
อาตมา (พระครูอุดมสังวรญาณ)
ฟังว่า ..
มีโยมนำแตงโมมาถวาย
ท่านพระอาจารย์มั่น ..
ท่านบอกเขาว่า “ท่านไม่รับ”
โยมก็ ..
คะยั้นคะยอ “ทำไมถึงไม่รับ”
ท่านพระอาจารย์มั่นบอกว่า ..
“ของไม่บริสุทธิ์”
โยมเขาก็ชักสงสัยที่ ..ท่านพูด
อย่างนั้นว่าของไม่บริสุทธิ์ ก็เรา
เก็บมาจากไร่ของเราเอง
#ผลที่สุดจึงได้ไปดูที่ไร่ของตน
ปรากฏว่าเถาแตงโมมันเลื้อยมา
จากไร่ของคนอื่น ....
นี้คือประสบการณ์ ..
ที่หลวงปู่เทสก์เล่าให้ฟัง
หลวงปู่เทสก์ไปอยู่เชียงใหม่
กับท่านพระอาจารย์มั่นนี้ ...
#หลวงปู่เทสก์เล่าอีกเรื่องว่า ..
ท่านพระอาจารย์มั่น ... มาพัก
ปฏิบัติธรรมแถวเชียงใหม่
มีชาวเขาเผ่าอะไรไม่ทราบ ...
ขณะที่ท่านเดินจงกรมไปมาอยู่นั้น
พวกชาวเขามาเห็นพระอาจารย์มั่น
แล้วถามท่านว่า “ตุ๊เจ้าหาอะไร”
ท่านตอบเขาว่าหา “พุทโธ”
เขาบอกท่านว่า
“จะช่วยท่านหาพุทโธ”
#ท่านก็เลยแนะนำอย่างนี้ๆ ..
ชาวเขาผู้นั้นเป็นผู้ใหญ่บ้าน
ของเผ่านั้นๆ พอมาหาพุทโธ
ปรากฏว่า ..
#ผู้ใหญ่คนนั้นเกิดความสงบ
#มีความสว่างไปทั่วป่า ...
เขาเห็นพุทโธ ..
ได้พุทโธแล้วก็ดีอกดีใจ
#ชวนลูกบ้านในเผ่ามาหาพุทโธ
ซึ่งไม่รู้ภาษากันน่ะ ....
แต่ ..
ท่านพระอาจารย์มั่นก็สามารถ
ให้ชาวเขาเผ่านั้นรู้จักธรรมได้
อีกเรื่องหนึ่ง ..
ที่หลวงปู่เทสก์ท่านเล่า
เป็นเรื่องที่ ...เกิดขึ้นที่
จังหวัดเชียงใหม่เหมือนกัน
แต่ท่านไม่ทราบสถานที่ใด
ท่านพระอาจารย์มั่นเล่าว่า
“ตรงนั้นภาวนาดีเหลือเกิน จะนั่ง
จะพิจารณาอะไรก็ดูสว่างไสวไปหมด”
#แล้วท่านก็พิจารณา ..
“สถานที่นี้เกี่ยวข้องอะไรกับเรา”
ก็ปรากฏขึ้นมาในจิต ..
ท่านเล่าให้หลวงปู่เทสก์ฟังว่า
“แต่ก่อนเราเคยเป็นหมูป่าเป็น
หมูป่าถูกนายพรานยิงและก็มาตายตรงนี้”
#หลวงปู่เทสก์ท่านก็ช่างจำ
ได้กราบเรียนถาม ...
ท่านพระอาจารย์มั่นหลายเรื่อง
ท่านก็จะเล่าให้หลวงปู่เทสก์ฟังเสมอ
มีสามเณรองค์หนึ่ง ...มาจาก
อุบลราชธานี จำชื่อสามเณรไม่ได้
ตั้งใจ ..
มาปฏิบัติ ..ได้ยินข่าวว่าท่าน
พระอาจารย์มั่นเป็นพระอรหันต์
#อยากไปปฏิบัติกับท่าน
พอไปถึงแล้ว ..
ท่านพระอาจารย์มั่นคงรู้ในจิต
ท่านก็เลยรับสามเณรไว้
คราวนี้สามเณรได้ไป ..
ปฏิบัติไปนวดท่านพระอาจารย์มั่น
ท่านก็หลับไป ...
สามเณรก็คิดไปว่า
“เอ! พระอรหันต์ ...
ทำไมนวดอยู่ก็ยังหลับ”
ท่านก็สวนขึ้นทันที
“เออ เณร พระอรหันต์ไม่หลับหรอก”
#แสดงว่าท่านรู้วาระจิตสามเณร
“พระอรหันต์ไม่หลับหรอก
หลับแต่ธาตุขันธ์เท่านั้นเอง”
ตอนนั้น ...
หลวงปู่เทสก์มีความรู้สึกว่า
“อยากเป็นพระอรหันต์บ้าง ได้
มาปฏิบัติกับท่านพระอาจารย์มั่น
เราคิดอะไร ท่านก็รู้ แล้วนำมา
เทศน์ และก็ตรงกับที่เราคิดทุกครั้ง”
อย่างเรื่อง ...เจ้าคุณพระอุบาลี
คุณูปมาจารย์ที่วัดบรมนิวาส
ซึ่งท่านพระอาจารย์มั่นมีความ
เคารพท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ มาก
คราวหนึ่ง ท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ
#คิดเรื่องข้อธรรม ...
อตฺตาหิ อตฺตโน นาโถ
ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน
#และคิดเรื่องอนัตตา
ท่านคิดพิจารณาอยู่ตั้งดึก ..
คิดแล้วท่านก็ค้นหนังสือคำที่ว่านี้
ท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ ค้นหนังสือ
และคิดอยู่ที่วัดบรมนิวาส ...
ต่อมาเมื่อท่านพระอาจารย์มั่น
ลงมาที่วัดพระบรมนิวาส ...
ได้เรียนถามเจ้าคุณอุบาลีฯ ว่า
“ท่านเจ้าคุณสงสัยเรื่องอะไร?
เมื่อคืนนั้น... ท่านเจ้าคุณ
ค้นเรื่องนั้นๆ... หน้านั้นๆ... ใช่ไหม?”
ท่านเจ้าคุณอุบาลีฯตอบว่า ...
“ท่านมั่นนี้แน่จริงๆ นะ”
#นี้คือเรื่องที่หลวงปู่เทสก์ ...
เล่าให้อาตมาฟังต่อว่า
“ผู้ใหญ่ท่านคุยกัน ...
ปราชญ์ท่านคุยกันอย่างนี้แหละ”
นอกจากนี้ ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง
#ซึ่งหลวงปู่เทสก์เท่านั้น ...
ที่บางเรื่อง ..
ท่านสามารถแย้งความเห็น
กับท่านพระอาจารย์มั่นได้
#ท่านมีความเห็นอะไร ...
ท่านก็พูดตรงๆ
ท่านพระอาจารย์มั่นบอกว่า ...
“ท่านเทสก์น่ะดื้อ เพราะเคยเป็น
หลานท่านมาก่อน (ในอดีตชาติ)
เคยเป็นทหาร ไม่ยอมใครง่ายๆ”
#ที่มา บูรพาจารย์
#เล่าเรื่องพระอาจารย์มั่น
หลวงปู่เทสก์ ..เล่าให้
อาตมา (พระครูอุดมสังวรญาณ)
ฟังว่า ..
มีโยมนำแตงโมมาถวาย
ท่านพระอาจารย์มั่น ..
ท่านบอกเขาว่า “ท่านไม่รับ”
โยมก็ ..
คะยั้นคะยอ “ทำไมถึงไม่รับ”
ท่านพระอาจารย์มั่นบอกว่า ..
“ของไม่บริสุทธิ์”
โยมเขาก็ชักสงสัยที่ ..ท่านพูด
อย่างนั้นว่าของไม่บริสุทธิ์ ก็เรา
เก็บมาจากไร่ของเราเอง
#ผลที่สุดจึงได้ไปดูที่ไร่ของตน
ปรากฏว่าเถาแตงโมมันเลื้อยมา
จากไร่ของคนอื่น ....
นี้คือประสบการณ์ ..
ที่หลวงปู่เทสก์เล่าให้ฟัง
หลวงปู่เทสก์ไปอยู่เชียงใหม่
กับท่านพระอาจารย์มั่นนี้ ...
#หลวงปู่เทสก์เล่าอีกเรื่องว่า ..
ท่านพระอาจารย์มั่น ... มาพัก
ปฏิบัติธรรมแถวเชียงใหม่
มีชาวเขาเผ่าอะไรไม่ทราบ ...
ขณะที่ท่านเดินจงกรมไปมาอยู่นั้น
พวกชาวเขามาเห็นพระอาจารย์มั่น
แล้วถามท่านว่า “ตุ๊เจ้าหาอะไร”
ท่านตอบเขาว่าหา “พุทโธ”
เขาบอกท่านว่า
“จะช่วยท่านหาพุทโธ”
#ท่านก็เลยแนะนำอย่างนี้ๆ ..
ชาวเขาผู้นั้นเป็นผู้ใหญ่บ้าน
ของเผ่านั้นๆ พอมาหาพุทโธ
ปรากฏว่า ..
#ผู้ใหญ่คนนั้นเกิดความสงบ
#มีความสว่างไปทั่วป่า ...
เขาเห็นพุทโธ ..
ได้พุทโธแล้วก็ดีอกดีใจ
#ชวนลูกบ้านในเผ่ามาหาพุทโธ
ซึ่งไม่รู้ภาษากันน่ะ ....
แต่ ..
ท่านพระอาจารย์มั่นก็สามารถ
ให้ชาวเขาเผ่านั้นรู้จักธรรมได้
อีกเรื่องหนึ่ง ..
ที่หลวงปู่เทสก์ท่านเล่า
เป็นเรื่องที่ ...เกิดขึ้นที่
จังหวัดเชียงใหม่เหมือนกัน
แต่ท่านไม่ทราบสถานที่ใด
ท่านพระอาจารย์มั่นเล่าว่า
“ตรงนั้นภาวนาดีเหลือเกิน จะนั่ง
จะพิจารณาอะไรก็ดูสว่างไสวไปหมด”
#แล้วท่านก็พิจารณา ..
“สถานที่นี้เกี่ยวข้องอะไรกับเรา”
ก็ปรากฏขึ้นมาในจิต ..
ท่านเล่าให้หลวงปู่เทสก์ฟังว่า
“แต่ก่อนเราเคยเป็นหมูป่าเป็น
หมูป่าถูกนายพรานยิงและก็มาตายตรงนี้”
#หลวงปู่เทสก์ท่านก็ช่างจำ
ได้กราบเรียนถาม ...
ท่านพระอาจารย์มั่นหลายเรื่อง
ท่านก็จะเล่าให้หลวงปู่เทสก์ฟังเสมอ
มีสามเณรองค์หนึ่ง ...มาจาก
อุบลราชธานี จำชื่อสามเณรไม่ได้
ตั้งใจ ..
มาปฏิบัติ ..ได้ยินข่าวว่าท่าน
พระอาจารย์มั่นเป็นพระอรหันต์
#อยากไปปฏิบัติกับท่าน
พอไปถึงแล้ว ..
ท่านพระอาจารย์มั่นคงรู้ในจิต
ท่านก็เลยรับสามเณรไว้
คราวนี้สามเณรได้ไป ..
ปฏิบัติไปนวดท่านพระอาจารย์มั่น
ท่านก็หลับไป ...
สามเณรก็คิดไปว่า
“เอ! พระอรหันต์ ...
ทำไมนวดอยู่ก็ยังหลับ”
ท่านก็สวนขึ้นทันที
“เออ เณร พระอรหันต์ไม่หลับหรอก”
#แสดงว่าท่านรู้วาระจิตสามเณร
“พระอรหันต์ไม่หลับหรอก
หลับแต่ธาตุขันธ์เท่านั้นเอง”
ตอนนั้น ...
หลวงปู่เทสก์มีความรู้สึกว่า
“อยากเป็นพระอรหันต์บ้าง ได้
มาปฏิบัติกับท่านพระอาจารย์มั่น
เราคิดอะไร ท่านก็รู้ แล้วนำมา
เทศน์ และก็ตรงกับที่เราคิดทุกครั้ง”
อย่างเรื่อง ...เจ้าคุณพระอุบาลี
คุณูปมาจารย์ที่วัดบรมนิวาส
ซึ่งท่านพระอาจารย์มั่นมีความ
เคารพท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ มาก
คราวหนึ่ง ท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ
#คิดเรื่องข้อธรรม ...
อตฺตาหิ อตฺตโน นาโถ
ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน
#และคิดเรื่องอนัตตา
ท่านคิดพิจารณาอยู่ตั้งดึก ..
คิดแล้วท่านก็ค้นหนังสือคำที่ว่านี้
ท่านเจ้าคุณอุบาลีฯ ค้นหนังสือ
และคิดอยู่ที่วัดบรมนิวาส ...
ต่อมาเมื่อท่านพระอาจารย์มั่น
ลงมาที่วัดพระบรมนิวาส ...
ได้เรียนถามเจ้าคุณอุบาลีฯ ว่า
“ท่านเจ้าคุณสงสัยเรื่องอะไร?
เมื่อคืนนั้น... ท่านเจ้าคุณ
ค้นเรื่องนั้นๆ... หน้านั้นๆ... ใช่ไหม?”
ท่านเจ้าคุณอุบาลีฯตอบว่า ...
“ท่านมั่นนี้แน่จริงๆ นะ”
#นี้คือเรื่องที่หลวงปู่เทสก์ ...
เล่าให้อาตมาฟังต่อว่า
“ผู้ใหญ่ท่านคุยกัน ...
ปราชญ์ท่านคุยกันอย่างนี้แหละ”
นอกจากนี้ ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง
#ซึ่งหลวงปู่เทสก์เท่านั้น ...
ที่บางเรื่อง ..
ท่านสามารถแย้งความเห็น
กับท่านพระอาจารย์มั่นได้
#ท่านมีความเห็นอะไร ...
ท่านก็พูดตรงๆ
ท่านพระอาจารย์มั่นบอกว่า ...
“ท่านเทสก์น่ะดื้อ เพราะเคยเป็น
หลานท่านมาก่อน (ในอดีตชาติ)
เคยเป็นทหาร ไม่ยอมใครง่ายๆ”
#ที่มา บูรพาจารย์
วันพุธที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
ปริศนาธรรม
ปริศนา
สิ่งดีๆมาแบ่งปัน
♥ถอดความปริศนาธรรม
1.ทองแท่ง...........จะไร้ค่า
2.พระปฏิมา....เป็นกากปูน
3.กลากเกลื้อน..จะเพิ่มพูน
4.พระพิรุณ........จะซบเซา
5.ผ้าเหลือง.......จะโดนย่ำ
6.ตะกวดดำ......จะเป็นเจ้า
7.ดอกตูม........โรยแต่เช้า
8.หมาหัวเน่า....ผึ้งจะตอม
9.บุปผา..........จะเป็นหมัน
10.คืนและวัน.....จะสั้นเข้า
11.นกน้อย......จะลืมเหย้า
12.โคถึกเฒ่า......จะวังเวง
...........................................
1.ทองแท่ง..จะไร้ค่า
หมายถึง...พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าจะมีคนสนใจศึกษาน้อยลงเพราะมองไม่เห็นคุณค่า
2.พระปฏิมา..เป็นกากปูน
หมายถึง...คนจะเริ่มเคารพพระพุทธเจ้าหรือพระพุทธรูปน้อยลงหรือเสื่อมศรัทธาในพุทธศาสนานั่นเอง
3.กลากเกลื้อน..จะเพิ่มพูน
หมายถึง...ความชั่วร้ายและมิจฉาทิฏฐิจะเริ่มลุกลามแผ่ขยายมากขึ้น
4.พระพิรุณ..จะซบเซา
หมายถึง...น้ำใจของผู้คนในสังคมจะเริ่มมีน้อยลงแต่ความเห็นแก่ตัวกลับมีมากขึ้น
5.ผ้าเหลือง..จะโดนย่ำ
หมายถึง...คนจะไม่กลัวบาปเมามันกับการติเตียนดูหมิ่นดูแคลนพระสงฆ์
6.ตะกวดดำ..จะเป็นเจ้า
หมายถึง...คนชั่วมีพวกพ้องบริวารมากจะได้เป็นใหญ่เรืองอำนาจ
7.ดอกตูม..โรยแต่เช้า
หมายถึง...เด็กผู้หญิงจะมีผัวตั้งแต่อายุน้อยยังไม่โตเป็นสาว
8.หมาหัวเน่า..ผึ้งจะตอม
หมายถึง...คนไม่ดีคนเนรคุณสังคมจะยกย่องว่าเก่งกล้า
9.บุปผา..จะเป็นหมัน
หมายถึง...ความดีเหมือนเป็นหมันเพราะคนทำความดีสังคมจะไม่เห็นคุณค่าไม่ยกย่องแต่กลับยกย่องคนมีเงินมีอำนาจ
10.คืนและวัน..จะสั้นเข้า
หมายถึง...คนจะยุ่งกับภารกิจหาเงินมาเลี้ยงตัวเองครอบครัวและเลี้ยงกิเลสจนลืมวันและเวลา
11.นกน้อย..จะลืมเหย้า
หมายถึง...ลูกจะลืมพ่อแม่และบ้านเกิดเมืองนอนของตน
12.โคถึกเฒ่า..จะวังเวง
หมายถึง...พ่อแม่จะถูกทอดทิ้งให้อยู่ลำพังขาดลูกหลานดูแล
#ถ้าเราพิจารณาให้ดีจะพบว่าความเสื่อมเกิดขึ้นโดยลำดับตั้งแต่คนเสื่อมในพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าผลกระทบจึงตกอยู่กับสังคมในภาพรวมและที่สุดก็ตกอยู่กับบุคคลผู้ที่เสื่อมจากศีลธรรมเอง
#ฟังเสียงหัวใจผู้อื่นบ้างอย่าดูแต่ความคิดตนเอง
******
ขอบคุณข้อมูล จาก Fwd.line
วันอังคารที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
อาหารเช้าบำรุงไต
ใครมีคนที่รักแชร์ต่อไปนะคับ ผมไปเจอมาอาจจะช่วยคนที่คุณรักและคนที่คุณรู้จักได้นะคับ
อาหารเช้าบำรุงสุขภาพไต น้ำข้าวร้อนๆชงกับไข่ขาวดิบ ง่ายๆ ราคาถูก สูตรชาวบ้านบอกต่อๆกันมา ได้ผลดีจริงสำหรับผู้ป่วยโรคไต คุณแม่ผม (แม่จวน ไพรชาญจิตร์) อายุ ๙๑ ปี ไตเสื่อมสภาพถึงขั้นที่แพทย์ รพ. ธรรมศาสตร์นัดเจาะช่องท้องเพื่อฟอกไตเมื่อเดือนเมษายน ๒๕๖๐ ระหว่างรอพบแพทย์เพื่อดำเนินการ พี่สาว (บรรจง มีสัตย์ธรรม) ได้สูตรอาหารบำรุงไต "น้ำข้าวร้อนๆชงกับไข่ขาวดิบ" จากญาติๆ ทำให้แม่กินวันละ ๔ ฟอง เช้าสองฟอง เย็นสองฟอง ประมาณสิบกว่าวัน พอถึงเวลาไปพบแพทย์ ตรวจค่าไต แพทย์บอกว่าค่าไตดีขึ้นมาก ยังไม่จำป็นต้องฟอกไต จนกระทั่งทุกวันนี้ สุขภาพแม่ดีขึ้นมาก เดินคล่อง ผิวพรรณดูสดใสขึ้นมาก ยังกินน้ำข้าว+ไข่ขาวดิบ ต่อเนื่องทุกวัน ตัวผมลองเอาสูตรนี้มาทำกินเองบ้าง วันละ ๒ มื้อๆละ ๑ ฟอง กินมาแล้ว ๒ สัปดาห์ รู้สึกได้ว่าร่างกายกระฉับกระเฉงขึ้นมาก ที่เคยเพลียๆง่วงเหงาหาวนอนตอนเช้าตอนบ่ายก็หายไป ปัสสาวะก็มีสีและกลิ่นดีขึ้นมาก วิธีทำก็แสนง่าย ราคาก็ไมแพง ลองทำกินกันดูนะครับ น้ำข้าวร้อนๆก็เอาจากหม้อหุงข้าวไฟฟ้านั่นแหละ เวลาหุงข้าวก็ใส่น้ำมากๆหน่อย พอเดือดก็ตักน้ำข้าวออกมาชงกับไข่ขาวดิบ ไม่ต้องเติมเค็ม ไม่ต้องเติมหวานที่เป็นอันตรายต่อไต กินตอนที่ยังร้อนอยู่นะครับ กรุณาเเชร์เพื่อบอกบุญครับ
****
ขอบคุณข้อมูลจาก Fwd.Line
อาหารเช้าบำรุงสุขภาพไต น้ำข้าวร้อนๆชงกับไข่ขาวดิบ ง่ายๆ ราคาถูก สูตรชาวบ้านบอกต่อๆกันมา ได้ผลดีจริงสำหรับผู้ป่วยโรคไต คุณแม่ผม (แม่จวน ไพรชาญจิตร์) อายุ ๙๑ ปี ไตเสื่อมสภาพถึงขั้นที่แพทย์ รพ. ธรรมศาสตร์นัดเจาะช่องท้องเพื่อฟอกไตเมื่อเดือนเมษายน ๒๕๖๐ ระหว่างรอพบแพทย์เพื่อดำเนินการ พี่สาว (บรรจง มีสัตย์ธรรม) ได้สูตรอาหารบำรุงไต "น้ำข้าวร้อนๆชงกับไข่ขาวดิบ" จากญาติๆ ทำให้แม่กินวันละ ๔ ฟอง เช้าสองฟอง เย็นสองฟอง ประมาณสิบกว่าวัน พอถึงเวลาไปพบแพทย์ ตรวจค่าไต แพทย์บอกว่าค่าไตดีขึ้นมาก ยังไม่จำป็นต้องฟอกไต จนกระทั่งทุกวันนี้ สุขภาพแม่ดีขึ้นมาก เดินคล่อง ผิวพรรณดูสดใสขึ้นมาก ยังกินน้ำข้าว+ไข่ขาวดิบ ต่อเนื่องทุกวัน ตัวผมลองเอาสูตรนี้มาทำกินเองบ้าง วันละ ๒ มื้อๆละ ๑ ฟอง กินมาแล้ว ๒ สัปดาห์ รู้สึกได้ว่าร่างกายกระฉับกระเฉงขึ้นมาก ที่เคยเพลียๆง่วงเหงาหาวนอนตอนเช้าตอนบ่ายก็หายไป ปัสสาวะก็มีสีและกลิ่นดีขึ้นมาก วิธีทำก็แสนง่าย ราคาก็ไมแพง ลองทำกินกันดูนะครับ น้ำข้าวร้อนๆก็เอาจากหม้อหุงข้าวไฟฟ้านั่นแหละ เวลาหุงข้าวก็ใส่น้ำมากๆหน่อย พอเดือดก็ตักน้ำข้าวออกมาชงกับไข่ขาวดิบ ไม่ต้องเติมเค็ม ไม่ต้องเติมหวานที่เป็นอันตรายต่อไต กินตอนที่ยังร้อนอยู่นะครับ กรุณาเเชร์เพื่อบอกบุญครับ
****
ขอบคุณข้อมูลจาก Fwd.Line
วันอาทิตย์ที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562
สังสรรค์ ๕๓ ปี นาวี ๐๙
...ผ่านไปเรียบร้อยแล้วครับ...
...งานพบปะสังสรรค์ ประจำปี ๒๕๖๒ "สังสรรค์ ๕๓ ปี นาวี ๐๙"......
มีเพื่อน ๆ มาร่วมงาน อบอุ่นดีมากครับ...หลายท่านที่ห่างหายไป ได้กลับมาพบกันอีกครั้ง...
ปีนี้ครบรอบวาระที่ต้องเลือกประธานรุ่นคนใหม่ ซึ่ง ได้แก่ น.ท.ชาญณรงค์ ไวทยะพัธน์ จาก นย.๑๑ กิจกรรมต่าง ๆ คงเข้มข้นเหมือนเดิม....
สำหรับปีนี้มีของฝากจากรุ่น ครับ...."เข็มขัด" สวยๆ ... เพื่อน ๆที่สนใจ ติดต่อได้ครับ ที่ วิจิตร อ. ฝากบอกมา..
"ขาประจำ" ทุกวันพุธสุดท้ายของเดือนคงจะได้ต้อนรับเพื่อน ๆ เหมือนเดิม...อย่าลืมไปพบกันนะครับ..
***********
รวมภาพงานเลี้ยงรุ่น
..******************
งานเลี้ยงรุ่นที่ผ่านมา (คลิก)
******************
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)

