วันอังคารที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2561
พุทธศาสนา
จาก Fwd.Line
พระพุทธศาสนาได้รับการโหวตให้เป็น "ศาสนาที่ดีที่สุดในโลก"
(Buddhism won the “Best Religion in the World” award.)
พระพุทธศาสนาได้รับการโหวตให้เป็น "ศาสนาที่ดีที่สุดในโลก" จากบรรดาผู้นำศาสนาทั่วโลกกว่า 200 คน ที่ไปนั่งสุมหัวประชุมกันที่นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
เลิศ!!!
คณะกรรมการเพื่อความก้าวหน้าทางศาสนาและจิตวิญญาณ -Internation Coalition for the Advancement of Religious and Spirituality (ICARUS) ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ได้ลงมติให้รางวัล "ศาสนาที่ดีที่สุดในโลก"แก่พระพุทธศาสนา
บรรดาผู้นำศาสนากว่า 200 คนจากทุกๆหน่วยงานที่เกี่ยวกับจิตวิญญาณ ได้ลงมติให้รางวัลนี้ในที่ประชุมด้วยมติเอกฉันท์
เกณฑ์ในการพิจารณาจะดูจากการที่ศาสนานั้นๆ ส่งเสริมสันติภาพ ความรัก และความรู้สึกเชื่อมโยงทั้งในระดับปัจเจกและในระดับสังคม รวมถึงสนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ไม่นิยมความรุนแรง โดยให้สมาชิกจำนวน 200 คนจากทั้ง 38 ศาสนาหลักของโลกร่วมกันโหวต
เป็นที่น่าสังเกตุว่า ผู้นำศาสนาจำนวนมากได้ลงมติให้แก่พระพุทธศาสนายิ่งกว่าศาสนาของตนเอง ทั้งที่มีชาวพุทธเป็นส่วนน้อยอยู่ในคณะกรรมการนี้
และนี่เป็นความเห็นจากคณะกรรมการบางท่าน
Johnne Hult ผู้อำนวยฝ่ายค้นคว้าของ ICARUS กล่าวว่า ....ไม่เป็นที่น่าแปลกใจที่ชาวพุทธจะได้รับรางวัลนี้ เพราะว่าชาวพุทธไม่เคยมีสงครามศาสนากับใคร ซึ่งเรื่องนี้แตกต่างจากศาสนาอื่นๆ ที่ดูเหมือนจะเก็บปืนไว้ในตู้เสื้อผ้า แต่จะหยิบมันออกมาใช้ทันทีในนามของพระผู้เป็นเจ้า เราไม่เคยเห็นกองกำลังชาวพุทธที่ตั้งขึ้นโดยอ้างศาสนา พวกเขาประพฤติตนได้ในสิ่งที่ตัวเองพร่ำสอน ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับวัฒนธรรมของศาสนาอื่น ที่กลับทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม
Ted O Shanghnessy บาทหลวงคาทอลิค
จากกรุงเบลฟาสต์ ได้กล่าวว่า..
"ถึงแม้ฉันจะรักและนับถือศาสนาคาทอลิก แต่ก็รู้สึกไม่สบายใจที่เราพร่ำสอนให้คนรักกัน แต่เมื่อถึงคราวที่จะฆ่ามนุษยชาติด้วยกัน ก็อ้างว่าเป็นเจตนารมณ์ของพระผู้เป็นเจ้า ด้วยเหตุนี้ ฉันขอลงมติให้ศาสนาพุทธ"
Tal Bin Wassad นักการศาสนาจากปากีสถานกล่าวผ่านล่ามว่า..
"แม้ข้าพเจ้าจะเป็นมุสลิมที่เคร่งครัด แต่ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมจึงต้องมีการโกรธแค้นและหลั่งเลือดในนามของศาสนา แทนที่จะมีการเจรจาตกลงกันในระดับบุคคลต่อบุคคล ซึ่งสิ่งเหล่านี้พบได้เฉพาะในกลุ่มชาวพุทธ"
Tal Bin Wassad ซึ่งเป็นสมาชิกจากปากีสถาน
ของ ICARUS ยังได้กล่าวต่อไปอีกว่า ...
"ความจริงผมมีเพื่อนซี๊เป็นชาวพุทธหลายคนด้วย"
Robbi Shmuel Wassestein จากเยรูซาเล็ม
ได้กล่าวว่า..
"แน่ละ ข้าพเจ้ารักศาสนายิว และคิดว่าเป็นศาสนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก แต่ความจริงแล้ว ข้าพเจ้าปฏิบัติวิปัสสนาทุกวันก่อนสวดมนต์ทางศาสนาตัวเองด้วยซ้ำ"
อย่างไรก็ดีมีปัญหาอยู่ข้อหนึ่งว่า ICARUS ไม่รู้ว่าจะมอบรางวัลนี้ให้แก่ผู้ใด เพราะชาวพุทธทั้งหมดตอบว่าไม่ต้องการรางวัลนั้น
เมื่อถามชาวพุทธจากพม่าว่าทำไมจึงไม่ยอมรับรางวัลนี้..พระ Bhante Ghurata Hanta จากพม่าได้กล่าวว่า..
"เราขอขอบคุณในรางวัลนี้ แต่เราถือว่ารางวัลนี้เป็นของมนุษยชาติทั้งมวล เพราะจิตพุทธะล้วนพบอยู่ในกายของพวกเราทุกคน"
ว้าว!!...คำตอบท่านได้มงกุฏ ชนะเลิศ
---------------------------------------------------
Tribune de Geneve
In advance of their annual Leading Figure award to a religious figure who has done the most to advance the cause of humanism and peace, the Geneva-based International Coalition for the Advancement of Religious and Spirituality (ICARUS) has chosen to bestow a special award this year on the Buddhist Community. “We typically prefer an under-the-radar approach for the organization, as we try to embody the spirit of modesty found in the greatest traditions,” said ICARUS director Hans Groehlichen in a phone conference Monday. “But with organized religion increasingly used as a tool to separate and inflame rather than bring together, we felt we had to take the unusual step of creating a “Best Religionin the World” award and making a bit of a stir, to inspire other religious leaders to see what is possible when you practice compassion.”
Advertisement
Groehlichen said the award was voted on by an international roundtable of more than 200 religious leaders from every part of the spiritual spectrum. “It was interesting to note that once we supplied the criteria, many religious leaders voted for Buddhism rather than their own religion,” said Groehlichen. “Buddhists actually make up a tiny minority of our membership, so it was fascinating but quite exciting that they won.”
Advertisement
Criteria included factors such as promoting personal and community peace, increasing compassion and a sense of connection, and encouraging preservation of the natural environment. Groehlichen continued
“The biggest factor for us is that ICARUS was founded by spiritual and religious people to bring the concepts of non-violence to prominence in society. One of the key questions in our voting process was which religion actually practices non-violence.”
When presenting the information to the voting members, ICARUS researched each of the 38 religions on the ballot extensively, offering background, philosophy, and the religions role in government and warfare. JonnaHult, Director of Research for ICARUS said “It wasn’t a surprise to me that Buddhism won Best Religion in the World, because we could find literally not one single instance of a war fought in the name of Buddhism, in contrast to every other religion that seems to keep a gun in the closet just in case Godmakes a mistake. We were hard pressed to even find a Buddhist that had ever been in an army. These people practice what they preach to an extent we simply could not document with any other spiritualtradition.”
Advertisement
At least one Catholic priest spoke out on behalf of Buddhism. Father Ted O’Shaughnessy said from Belfast, “As much as I love the Catholic Church, it has always bothered me to no end that we preach love in our scripture yet then claim to know God’swill when it comes to killing other humans. For that reason, I did have to cast my vote for the Buddhists.”
And Muslim Cleric Tal Bin Wassad agreed from Pakistan via his translator.
“WhileI am a devout Muslim, I can see how much anger and bloodshed is channeled into religious expression rather than dealt with on a personal level. The Buddhists have that figured out.”
Bin Wassad, the ICARUS voting member for Pakistan‘s Muslim community continued,
“In fact, some of my best friends are Buddhist.”
And Rabbi Shmuel Wasserstein said from Jerusalem,
“Of course, I love Judaism, and I think it’s the greatest religion in the world. But to be honest, I’ve been practicing Vipassana meditation every day before minyan(daily Jewish prayer) since 1993. So I get it.”
Advertisement
Groehlichen said that the plan was for the award to Buddhism for “Best Religion in the World” to be given to leaders from the various lineages in the Buddhist community. However, there was one snag. “Basically we can’t find anyone to give it to,” said Groehlichen in a followup call late Tuesday. “All the Buddhists we call keep saying they don’t want the award.” Groehlichen explained the strange behavior, saying “Basically they are all saying they are a philosophical tradition, not a religion. But that doesn’t change the fact that with this award we acknowledge their philosophy of personal responsibility and personal transformation to be the best in the world and the most important for the challenges facing every individual and all living beings in the coming centuries.”
Advertisement
When asked why the Burmese Buddhist community refused the award, Buddhist monk Bhante Ghurata Hanta said from Burma,
“We are grateful for the acknowledgement, but we give this award to all humanity, for Buddha nature lies within each of us.”
Groehlichen went on to say
“We’re going to keep calling around until we find a Buddhist who will accept it. We’ll let you know when we do.”
Cr. ชยุต เมธาวิชิตชัย
ประธานคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์ฯ (รับจัดงานแถลงข่าวฯออกสื่อ "ครบวงจร")
โทร. 0910935555
วันอาทิตย์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2561
พุทธศาสนาที่ประเทศไทย
#รัฐมนตรีอินเดียทำโลกสะเทือน
เดินทางมาอุปสมบท ที่เมืองไทย
#รัฐมนตรี ศรีราชกุมาร บาโดเล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
แห่งแคว้นมหาราษฎร์ อินเดีย เดินทางมาอุปสมบทที่เมืองไทย
ณ วัดธาตุทอง กทม.
30 ก. ค. - 5 ส. ค. 2561 ฉายา “พุทธพโล”
#แคว้นมหาราษฎร์ มี 36 เมือง เมืองหลวงคือ มุมไบ
เมืองสำคัญอาทิ ปูเณ่,ออรังกาบัด โดยเฉพาะเมืองนาคปูร์
ที่ ดอกเตอร์ อัมเบดการ์ นำชาวฮินดูกว่า 500,000 คน ทำพิธีปฏิญาณตนเป็นพุทธมามกะ
เมื่อวันนี้ 14 ตุลาคม พ.ศ.2499
มีถ้ำที่เกี่ยวกับพุทธศาสนากว่า
1,000 ถ้ำ ทั่วแคว้น
Cr. Lakana Chanram
สิ่งที่น่าคิดเป็นอย่างมากในขณะนี้
ก็คือมุมมองที่ชาวต่างประเทศ
มองพุทธศาสนาเมืองไทยกับ
มุมมองที่คนไทยมองพุทธศาสนา
ช่างแตกต่างกันลิบลับชนิดที่เทียบ
กันไม่ได้เลยในทุกกรณี
ซึ่งสาเหตุสำคัญก็คือบทบาท
ในการนำเสนอข่าวของบรรดาสื่อ
จากหลายๆสำนักนั่นเอง
สื่อเมืองไทยเลือกจะนำเสนอข่าว
ในด้านลบให้พุทธศาสนาเสียหาย
จะด้วยเจตนาอะไรก็แล้วแต่
ในขณะที่สื่อต่างประเทศ
เลือกที่จะนำเสนอข่าวที่เกี่ยวกับ
พุทธศาสนาในด้านบวก
เพราะฉะนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจเลย
ว่าทำไมแต่ละปีจึงมีชาวต่างชาติ
จำนวนไม่น้อยในแต่ละปีจึงสนใจ
เดินทางมาศึกษาพุทธศาสนา
ในเมืองไทย
ในเมื่อคนจำนวนมากมาก
ยังนับถือสื่อคือเทพเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์
สื่อนำเสนออย่างไรก็เชื่ออย่างนั้น
อนาคตของพุทธศาสนา
จะรุ่งเรืองหรือจะเสื่อมสูญสื่อก็ยัง
มีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้
กำหนดชะตากรรมพุทธศาสนา
#ในเมื่อสื่อกระแสหลักไม่ได้มอง
"พระพุทธศาสนา"เหมือนเป็นมิตร
ถ้าเรารักพุทธศาสนาอย่างแท้จริง
ก็คงไม่มีทางเลือกอื่นใด ดีไปกว่า
เราทุกคน พร้อมใจ และจับมือกัน
ลุกขึ้นมา "เป็นสื่อ" เสียเอง
ด้วยการนำเสนอ แต่ข่าวด้านบวก
ของพุทธศาสนา ถ้าทำกันอย่างนี้
พุทธศาสนาก็จักมั่นคงอยู่อีกนาน
ซึ่งใครๆก็ทำได้อยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับ
เราพร้อมจะทำกันหรือเปล่า?
#ไม่ใชแค่ดีต่อพุทธศาสนา
แต่จะดีต่อสังคม ประเทศชาติ
ดีต่อใจตัวเอง และโลกนี้ด้วย
......."เพจเพื่อธรรมเพื่อชีวิต".......
.....เพื่อความสุขและสันติภาพ.....
"เราจะเป็นแสงสว่าง ให้กันเสมอ"
*******
Cr.Fwd.Line
เดินทางมาอุปสมบท ที่เมืองไทย
#รัฐมนตรี ศรีราชกุมาร บาโดเล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
แห่งแคว้นมหาราษฎร์ อินเดีย เดินทางมาอุปสมบทที่เมืองไทย
ณ วัดธาตุทอง กทม.
30 ก. ค. - 5 ส. ค. 2561 ฉายา “พุทธพโล”
เมืองสำคัญอาทิ ปูเณ่,ออรังกาบัด โดยเฉพาะเมืองนาคปูร์
ที่ ดอกเตอร์ อัมเบดการ์ นำชาวฮินดูกว่า 500,000 คน ทำพิธีปฏิญาณตนเป็นพุทธมามกะ
เมื่อวันนี้ 14 ตุลาคม พ.ศ.2499
มีถ้ำที่เกี่ยวกับพุทธศาสนากว่า
1,000 ถ้ำ ทั่วแคว้น
Cr. Lakana Chanram
สิ่งที่น่าคิดเป็นอย่างมากในขณะนี้
ก็คือมุมมองที่ชาวต่างประเทศ
มองพุทธศาสนาเมืองไทยกับ
มุมมองที่คนไทยมองพุทธศาสนา
ช่างแตกต่างกันลิบลับชนิดที่เทียบ
กันไม่ได้เลยในทุกกรณี
ซึ่งสาเหตุสำคัญก็คือบทบาท
ในการนำเสนอข่าวของบรรดาสื่อ
จากหลายๆสำนักนั่นเอง
สื่อเมืองไทยเลือกจะนำเสนอข่าว
ในด้านลบให้พุทธศาสนาเสียหาย
จะด้วยเจตนาอะไรก็แล้วแต่
ในขณะที่สื่อต่างประเทศ
เลือกที่จะนำเสนอข่าวที่เกี่ยวกับ
พุทธศาสนาในด้านบวก
เพราะฉะนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจเลย
ว่าทำไมแต่ละปีจึงมีชาวต่างชาติ
จำนวนไม่น้อยในแต่ละปีจึงสนใจ
เดินทางมาศึกษาพุทธศาสนา
ในเมืองไทย
ในเมื่อคนจำนวนมากมาก
ยังนับถือสื่อคือเทพเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์
สื่อนำเสนออย่างไรก็เชื่ออย่างนั้น
อนาคตของพุทธศาสนา
จะรุ่งเรืองหรือจะเสื่อมสูญสื่อก็ยัง
มีบทบาทสำคัญในการเป็นผู้
กำหนดชะตากรรมพุทธศาสนา
#ในเมื่อสื่อกระแสหลักไม่ได้มอง
"พระพุทธศาสนา"เหมือนเป็นมิตร
ถ้าเรารักพุทธศาสนาอย่างแท้จริง
ก็คงไม่มีทางเลือกอื่นใด ดีไปกว่า
เราทุกคน พร้อมใจ และจับมือกัน
ลุกขึ้นมา "เป็นสื่อ" เสียเอง
ด้วยการนำเสนอ แต่ข่าวด้านบวก
ของพุทธศาสนา ถ้าทำกันอย่างนี้
พุทธศาสนาก็จักมั่นคงอยู่อีกนาน
ซึ่งใครๆก็ทำได้อยู่แล้ว ขึ้นอยู่กับ
เราพร้อมจะทำกันหรือเปล่า?
#ไม่ใชแค่ดีต่อพุทธศาสนา
แต่จะดีต่อสังคม ประเทศชาติ
ดีต่อใจตัวเอง และโลกนี้ด้วย
......."เพจเพื่อธรรมเพื่อชีวิต".......
.....เพื่อความสุขและสันติภาพ.....
"เราจะเป็นแสงสว่าง ให้กันเสมอ"
*******
Cr.Fwd.Line
วันพฤหัสบดีที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
เก็บมาฝาก...จาก ไลน์
มีเรื่องเล่าว่า อาจารย์วิษณุเป็นคุรุที่มีลูกศิษย์มาก แต่มีศิษย์เด่นสองคน คือ ชัย กับ จิต เป็นผู้ชายทั้งคู่
ชัยมักรู้สึกน้อยใจที่อาจารย์วิษณุโปรดปรานจิตมากกว่า ส่วนอาจารย์รู้ว่าชัยคิดอย่างไรกับตน แต่ก็ไม่ได้พูดหรืออธิบายเหตุผลว่าทำไมจึงโปรดปรานจิตมากกว่า
วันหนึ่งอาจารย์เรียกลูกศิษย์ทั้งสองคนมาหา แล้วพาไปดูห้องเปล่าสองห้องที่อยู่ไม่ไกลกันนัก มอบเงินให้ลูกศิษย์คนละหนึ่งรูปี แล้วมอบหมายว่า พวกเธอทำอย่างไรก็ได้เพื่อให้ห้องของเธอเต็ม อาจารย์จะมาดูผลงานของเธอค่ำนี้
เมื่อได้รับมอบหมาย ชัยก็รีบไปที่ตลาดทันที แต่เงินหนึ่งรูปีนั้นมีค่าน้อยมาก ซื้ออะไรก็ได้นิดหน่อย เขาคิดอยู่สักพัก ก็ไปหาคนเก็บขยะ ขอซื้อขยะทั้งกองด้วยเงินหนึ่งรูปี คนเก็บขยะยินดียกขยะให้หมด ชัยใช้เวลาหลายชั่วโมงในการขนขยะเข้าไปไว้ในห้องจนเต็ม เขาภูมิใจที่ทำงานที่อาจารย์มอบหมายเสร็จทันเวลา
ส่วนจิตเมื่อรับมอบหมายจากอาจารย์ เขาก็นั่งสมาธิพักใหญ่ จากนั้นก็ค่อย ๆ เดินไปที่ตลาด ใช้เงินหนึ่งรูปีซื้อไม้ขีดไฟ ธูป และประทีบ พอใกล้ค่ำก็จุดธูปและประทีป ไม่นานห้องก็สว่างและอบอวลด้วยกลิ่นหอม
เมื่อได้เวลาอาจารย์ก็มาตรวจผลงานของลูกศิษย์ โดยไปที่ห้องของชัยก่อน พอเปิดห้องอาจารย์ก็ผงะ เพราะว่ากลิ่นขยะเหม็นตลบอบอวลเต็มห้องเลย
จากนั้นก็เดินไปยังห้องของจิต พอเปิดประตูมาก็เห็นแสงสว่างสีนวลเต็มห้อง และมีกลิ่นหอมอบอวล อาจารย์ยิ้มให้กับบรรยากาศที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้า ถึงตรงนี้ชัยก็รู้แล้วว่าอาจารย์ชอบห้องไหน และเข้าใจแล้วว่าทำไมอาจารย์จึงโปรดปรานจิตมากกว่าตน
ทั้งสองคนตอบโจทย์อาจารย์ได้ทั้งคู่ เพราะใช้เงินหนึ่งรูปีทำให้ห้องของตัวเองเต็ม แต่ห้องหนึ่งเต็มไปด้วยขยะ ส่วนอีกห้องเต็มไปด้วยกลิ่นหอมและแสงสว่าง
นิทานเรื่องนี้ไม่ได้ชี้เพียงแค่ว่าใครฉลาดกว่าใครเท่านั้น แต่สะท้อนให้เห็นมุมมองหรือวิธีคิดของสองคนที่แตกต่างกัน ชัยคิดแต่ในเชิงวัตถุ มองในแง่ปริมาณ เมื่อได้รับโจทย์ว่าทำห้องให้เต็ม เขาก็คิดถึงแต่การหาวัตถุเยอะๆ มาเติมเต็มห้อง ซึ่งลงเอยด้วยการหาขยะมาใส่ ส่วนจิตไม่ได้คิดในเชิงวัตถุ เขามีความคิดที่ละเมียดละไมและประณีตกว่านั้น เขาให้ความสำคัญกับคุณภาพ เพราะฉะนั้นจึงทำให้ห้องนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นหอมและแสงสว่าง
ชัยและจิตเป็นตัวแทนของคนในโลกนี้ที่มีมุมมองต่างกัน ประเภทหนึ่งคิดในเชิงวัตถุ เวลามีปัญหา ก็นึกถึงวัตถุเป็นคำตอบ วัดความสำเร็จในแง่ปริมาณ อีกประเภทนึกถึงสิ่งที่มีคุณค่าในเชิงนามธรรม วัดความสำเร็จในแง่คุณภาพ
นิทานเรื่องนี้เต็มไปด้วยอุปมาอุปไมย ห้องนั้นเปรียบเสมือนชีวิตของคนเรา เงินหนึ่งรูปี ซึ่งน้อยนิดนั้นหมายถึงเวลาในชีวิตของคนเราซึ่งสั้นมาก การทำให้ห้องเต็ม หมายถึงการเติมเต็มชีวิตของเรา
เมื่อพูดถึงการเติมเต็ม คนจำนวนไม่น้อยจะนึกถึงการมีชีวิตที่พรั่งพร้อมด้วยวัตถุ เงินทอง ทรัพย์สมบัติ ยิ่งมีเวลาน้อยเท่าไรยิ่งต้องรีบหามาให้เยอะๆ ชีวิตจะได้ไม่ว่างเปล่า
แต่บางคนเห็นว่าชีวิตควรจะเติมเต็มด้วยสิ่งที่งดงาม มีคุณค่าและความหมาย นั่นคือ คุณธรรมและปัญญา กลิ่นหอมเป็นสัญลักษณ์ของคุณงามความดี ส่วนแสงสว่างเป็นสัญลักษณ์ของปัญญา สองอย่างนี้ต่างหากที่ทำให้ชีวิตงดงามและมีคุณค่าอย่างแท้จริง
ชีวิตของคนเราจะเติมเต็มและอิ่มเอมได้ ก็เพราะอุดมด้วยคุณธรรมและปัญญา แต่คนจำนวนมากไม่สามารถมองเห็นอย่างนั้นได้ จึงเลือกที่จะไปหาวัตถุมาเติมเต็มชีวิต แต่สุดท้ายสิ่งของเหล่านั้นบางครั้งก็ไม่ต่างจากขยะ นอกจากไม่น่าชื่นชมแล้วยังเป็นภาระ
........
Cr. พระไพศาล วิสาโล
วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
จงทำเสมอ 7 อย่าง
จาก Fwd.line......
นักปราชญ์โบราณของจีนผู้เชี่ยวชาญเรื่องสุขภาพในสมัยราชวงศ์หมิง แนะนำข้อปฏิบัติ
“จงทำเสมอ 7 อย่าง” เพื่อให้จิตใจสงบและสดใสดังต่อไปนี้
1. จงมีความสงบใจอยู่เสมอ อย่าเป็นคนสิ้นหวัง อย่าโลภ อย่าต้องการสิ่งที่ไม่ถูกต้อง อย่าหมกมุ่นอยู่กับเรื่องได้เรื่องเสีย ถ้าความต้องการของเรามีน้อย จิตใจก็จะมีความสุข จึงเกิดสันติสุขขึ้น คนที่อยู่ในชนบทที่ห่างไกล มีความต้องการน้อย ชีวิตของพวกเขาจึงมีสันติสุขและอายุยืนยาว
2. จงมีจิตเมตตากรุณาอยู่เสมอ คนมีจิตใจเมตตา จะมีความสุขในการช่วยเหลือผู้อื่น ไม่คิดและไม่ทำร้ายผู้อื่น เมื่อเขาจะทำอะไรเขา จะคิดอยู่เสมอว่า จะเป็นคุณหรือเป็นโทษต่อผู้อื่น คนประเภทนี้ย่อมมีความสุข มีสุขภาพดี และอายุยืนยาว
3. จงมีจิตใจที่เที่ยงตรงเที่ยงธรรมอยู่เสมอ ต้องแยกความดีออกจากความชั่ว ความถูกออกจากความผิดได้อย่างชัดเจน การที่คนเรามีจิตใจที่เที่ยงตรง และเที่ยงธรรมนั้น จะไม่ถูกกิเลสชักนำพา ก่อให้เกิดความเดือดร้อนและในจิตใจ เขาจะไม่มีปัญหายุ่งยากและความวิตกกังวลเป็นเสี้ยนหนามชีวิต
4. จงมีสติสัมปชัญญะอยู่เสมอ คือปลุกความรู้สึกตัวตื่นตัวอยู่เสมอไม่ใจลอย ขยะความคิดก็จะไม่เกิดขึ้น เรื่องไม่สบายใจคิดซ้ำคิดซ้อนก็จะไม่เกิดขึ้น เหมือนแสงตะวันส่องมายังโลก ความมืดก็จะถูกขับออกไป
5. จงทำใจให้รื่นเริงเสมอ อย่าเป็นคนอมทุกข์เก็บทุกข์ไว้
ในใจ ไม่ว่าท่านจะอยู่ที่ใดอยู่ในสถานการณ์ใด ก็จงมีจิตใจรื่นเริงแจ่มใส แต่ไม่ใช่หน้าเป็นทะเล้นรำคาญผู้อื่น อย่าพูดหรือทำให้ผู้อื่นเสียใจ7 ไบ จูยี่ นักปราชญ์จีนกล่าวว่า.....“จงรื่นเริงเสมอ ไม่ว่าเราจะรวยหรือจน
จงหัวเราะเสมอ(ไม่ใช่ทะเล้นหน้าเป็น) ถ้าเราไม่อยากเป็นคนโง่” ขอให้หัวเราะและยิ้มจากหัวใจ การหัวเราะและยิ้มที่ดีครั้งหนึ่ง ทำให้หนุ่มขึ้นมาก การวิตกกังวลครั้งหนึ่ง ทำให้หัวหงอกไปหลายเส้น การหัวเราะทำให้สุขภาพใจ และ สุขภาพกายดีขึ้น มีกำลังใจต่อสู้กับโลกอันสับสน
6. จงทำตัวให้กลมกลืนกับมนุษย์ทั้งหลายเสมอ อย่าให้ค
รอบข้างกลายเป็นศัตรู การทำตัวให้ผสมกลมกลืน มิได้หมายความว่า...ทำตัวให้ตกต่ำชั่วช้าไปตามคนรอบข้าง เช่น คนโดยรอบเขาชอบดื่มเหล้า ชอบเล่นการพนัน เราก็ปรับตัวเอากับเขาด้วย อย่างนี้เรียกว่าชั่วตามกัน ไม่ใช่การปรับตัวให้กลมกลืนที่ถูกต้อง เราต้องทำตัวให้ถูกต้องให้ดีท่ามกลางความชั่วทั้งหลาย สามารถยืนหยัดอยู่ได้ในความดี แม้จะอยู่ท่ามกลางความชั่ว
7. จงพอใจในสิ่งที่มีอยู่เสมอ ไม่ว่าเราจะมีน้อยหรือมีมาก
ได้เป็นน้อยหรือได้เป็นมาก ก็จงพอใจในสิ่งที่มีที่เป็น ซึ่งได้มาโดยชอบธรรม
"หยัน ฟีไต" ...นักปราชญ์โบราณของจีนกล่าวว่า...
“ถ้ามองไปข้างหน้า จะพบว่าเรายังไม่มีสิ่งนั้นสิ่งนี้ ถ้ามองไปข้างหลัง เราจะรู้สึกพอใจว่าเราได้สิ่งต่าง ๆ ในชีวิตมามากมายแล้ว จงใช้ชีวิตอย่างง่ายๆ ข้าวต้มสักชาม เสื้อผ้าเล็กน้อยพอปิดกายไม่น่าเกลียด เท่านั้นก็พอแล้ว”
.............* การรู้จักพอ ย่อมก่อให้เกิดความสุข*...........
*******
ขอบคุณข้อมูลจาก Fwd.line
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)






