วันอาทิตย์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2561

เก็บมาฝากจากไลน์


(ภาพนี้ไม่เกี่ยวข้องกับบทความแต่ประการใด)

ศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.สมศีล ฌานวังศะ ราชบัณฑิต
(ท่านผู้ซึ่งได้รับความไว้วางใจให้ได้แปลบทธรรมะเป็นภาษาอังกฤษ
จากเจ้าประคุณสมเด็จ ปยุตฺโต หลายผลงานมาโดยต่อเนื่อง)
ได้กรุณาแปลเป็นภาษาอังกฤษและส่งไปให้ ตามที่แนบ
จึงขอส่งมาแชร์เพื่อท่านจักได้ใช้เป็นประโยชน์
ธรรมะจัดสรร
วิโรจน์ ตังเดชะหิรัญ
++++++++

Jason C ศ.ดร.สมศีล

ไม่ขอให้มีความสุขตลอดไป
เพราะเป็นไปไม่ได้
แต่เมื่อต้องเจอความทุกข์
ก็ขอให้มีจิตที่สงบ
ไม่เร่งร้อนไปกับทุกข์ที่ต้องเจอ

I don’t wish to be happy forever,
for that is impossible.
But when I must encounter suffering,
I do wish to have a calm mind,
not harrowed by the suffering encountered.

ไม่ขอให้มีสุขภาพแข็งแรงตลอดไป
เพราะความเป็นจริง..สังขารนั้นไม่เที่ยง
แต่เมื่อต้องพบเจอกับความเจ็บป่วย
ก็ขอให้ใจนั้นไม่ป่วยตาม

I don’t wish to be in strong health forever,
for in reality all compounded things are impermanent.
But when I must experience illness,
I do wish for the mind not to be also ill.

ไม่ขอให้ร่ำรวย
เพราะต้นทุนแต่ละคนไม่เท่ากัน
แต่ขอให้มีความสุขกับสิ่งที่มีพอเพียง
และอิ่มเต็มจากข้างในจิตใจ
แล้วเราก็จะรวยและสุขใจ
เพราะไม่ทุรนทุรายร้องขอในสิ่งที่ไม่มี

I don’t wish to be wealthy,
for all are not equal in their capitals.
But I do wish to be happy with what there is sufficiently
and be sated from within the mind so that
I will then be rich and happy –
minded for not restlessly pining for what there is not.

ไม่ขอให้พบเจอแต่สิ่งดี ๆ
เพราะสิ่งดี ๆ นั้นมีเป็นบางเวลา
แต่ขอให้เข้าใจในความเป็นจริงว่า..
ทุกคนต้องประสบพบเจอความผิดหวัง
เพราะมันคือสัจธรรม

I don’t wish to come across only good things,
for good things come along only once in a while.
But I do wish to understand the reality that everybody has to meet
with disappointment,
for that is the truth.
………….
Jason C ศ.ดร.สมศีล

วันศุกร์ที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2561

คิดแบบเรียบง่าย..



(ภาพจากอินเตอร์เนต)

วิศวกรออกแบบรถได้อย่างเยี่ยม เป็นที่ชื่นชอบยกย่องของทุกฝ่าย.



 จนกระทั่งรถมาถึงห้อง
showroom  ถึงได้รู้ว่า...
รถสูงเกินประตูทางเข้า showroom อยู่ 2 นิ้ว

วิศกร ช่างสี ตลอดจนทุกฝ่ายและ CEO ผู้บริหารต่างสับสน&ผิดหวัง

วิศวกรบอกจะทุบฝาผนังบนวงกบประตูทางเข้าเพื่อเอารถเข้า แล้วซ่อมประตูทางเข้าใหม่ทีหลัง

ช่างสี บอกว่าดันรถเข้าไปก่อนแม้จะมีรอยขีดข่วนบ้าง
ก็สามารถโป้วสีทำใหม่ทีหลังให้เหมือนเดิมได้

CEO ไม่เห็นด้วยกับแนว
คิดเหล่านี้เพราะมองว่าเป็นสัญญาณเลวร้าย

ยามเฝ้าประตูสังเกตความวุ่นวายเหล่านี้อยู่พักหนึ่ง 
จึงค่อยๆถ่อมตัวเข้าหา CEO เพื่อขออนุญาตเสนอแนวคิด
ยังความแปลกประหลาดใจให้ทุกฝ่ายที่มองอยู่

ยามบอกว่า 
"รถมันสูงกว่าประตูแค่2นิ้วเอง วิธีแก้ง่ายนิดเดียว แค่ปล่อยลมยางล้อรถออก รถก็จะต่ำลงแล้วจะเข้าประตูได้"

ทุกคนปรบมือให้ยาม

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า...

จงอย่ายึดมุมมองหรือแนวคิดของผู้เชี่ยวชาญ
ร่ำไป  เวลาแก้ปัญหา จงมองหาแนวคิดหรือมุมมองของชาวบ้านธรรมดาบ้าง.  
ปัญหาต่างๆที่ประสบในชีวิตมักคล้ายคลึงกัน  ขอให้คิดแบบเรียบง่ายเสียก่อนเพราะพื้นเพมนุษย์เป็นสุขอยู่กับความเรียบง่ายอยู่แล้ว 
แค่ปล่อยลมแห่งความโกรธ 
ลมแห่งความผิดหวัง
ลมแห่งอัตตาออกเสียบ้าง
แล้วปรับท่าทีที่ยืดสูงเกินไปลงมาเสียบ้าง ทุกอย่างก็แก้ไขได้.

"ชีวิตนี้น่าจะงดงาม" 
"พึงเป็นสุขกับทุกขณะจิต"  
"ฤดูกาลย่อมเปลี่ยน"
"สถานะการณ์ย่อมเปลี่ยน"
************************
ขอขอบคุณข้อมูล  Cr.Fwd Line  

วันศุกร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2561

อยู่คนเดียว..

ไม่ได้แย่อย่างที่คิด เมื่อไหร่ที่คุณเริ่มมีความสุขกับ “การอยู่คนเดียว” 10 อย่างนี้จะเกิดขึ้น

หลายต่อหลายคนบอกว่า “การอยู่คนเดียว” คือสิ่งที่แย่ ไม่มีใครอยู่ได้หรอก อาจเป็นเพราะคุณต่อต้านการอยู่กับคนอื่น ต่อต้านการเข้าสังคม หรือไม่ก็คุณไม่มีคนคบ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นอย่างไหน “การอยู่คนเดียว” ถูกมองว่าไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก
แต่ความจริงแล้ว การอยู่คนเดียวไม่ได้แย่อย่างที่คิด ไม่ใช่สิ่งที่เลวร้าย แต่มันกลับมีประโยชน์กับคุณเสียด้วยซ้ำ
1. คุณเหมือนได้ชาร์จแบตจนเต็มอีกครั้ง
ต้องบอกว่า การอยู่กับคนอื่นๆ โดยเฉพาะคนหมู่มาก คุณจะเสียพลังงานเยอะ ต้องทำให้คนอื่นมีความสุข ทำให้คนอื่นๆ พอใจ รักษาภาพลักษณ์ตัวคุณเอง วางตัว และอีกหลายๆ อย่างที่คุณต้องทำเมื่ออยู่กับคนอื่นๆ และสิ่งนี้ต้องการพลังงานอย่างสูง เพราะฉะนั้น การได้อยู่คนเดียวซักพัก คุณจะเหมือนได้หยุดนิ่ง และเติมพลังงานเข้าสู่ร่างกายสักพักจริงๆ
2. คุณได้มีเวลามองย้อนดูชีวิตคุณเอง
ชีวิตเราบางทีก็เดินไปเร็ว เพราะโลกมันหมุนเร็ว สังคมมันหมุนเร็ว ทุกอย่างแข่งขันกับเวลา ทำให้บางครั้งเราไม่มีเวลาหยุดและมองสะท้อนชีวิตเราเอง วิเคราะห์สังเคราะห์ความเป็นไปของชีวิตเราเอง เพราะมัวแต่สนใจสิ่งรอบข้างและคนอื่นๆ มากเกินไป เพราะฉะนั้น การอยู่กับตัวเองคือเวลาที่เหมาะที่สุดที่คุณจะได้คิดถึงตัวเอง มองตัวเองได้ดีที่สุด
3. คุณได้สนใจอารมณ์ความรู้สึกตัวเองมากขึ้น
หลายๆ ครั้งเราสนใจแต่ความรู้สึกของคนอื่นๆ แคร์ความรู้สึกและอารมณ์คนอื่นๆ จนลืมไปว่าเรามีอีกคนที่เราควรแคร์ อีกความรู้สึกที่เราควรใส่ใจ นั่นก็คือตัวเราเอง และหากคุรไม่ได้อยู่กับตัวเองเลย คุณจะหยุดเพื่อแคร์ความรู้สึกของคุณได้อย่างเต็มที่และควรจะเป็นได้อย่างไร

4. คุณจะเริ่มทำในสิ่งที่คุณทำแล้วคุณเองมีความสุข
เวลาคุณอยู่กับคนอื่นๆ คุณจะอยู่ในจุดที่ว่า ประนีประนอมทำในสิ่งที่ทุกคนโอเค ทุกคนไปกันได้ อาจจะไม่มีความสุขเท่าไหร่ แต่ก็ต้องยอม เพราะบางทีสิ่งที่คุณชอบมากที่สุด คือคนละสิ่งกับทั้งกลุ่ม หรือคนรอบข้างคุณต้องการ เพราะฉะนั้น เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณได้อยู่คนเดียว นั่นคือ เวลาแห่งความสุขที่คุณจะได้ทำตามใจตนเอง
5. คุณจะทำหลายๆ อย่างมีประสิทธิภาพกว่าเดิม
เวลาอยู่กับเพื่อน กับแฟน เคยเป็นหรือไม่ อ่านหนังสือก็ไม่ถึงไหน งานไม่เดิน มันแต่เล่น มัวแต่คุย สวีทกับแฟน และอีกหลายๆ อย่างตามมา ดังนั้นการได้ใช้เวลาอยู่คนเดียวบ้าง นั่นคือเวลาที่งานของคุณจะเดินมากที่สุด ลองสิ คุณจะมีประสิทธิภาพในการทำงานขึ้นเยอะสุดๆ เลยทีเดียว
6. คุณจะรู้สึกว่าเวลาอยู่กับคนรักจะมีความสุขมากขึ้น
เพราะอะไร? เพราะหากคุณได้อยู่คนเดียวเป็นปกติ และมีความสุขกับมัน พอช่วงไหนที่ใช้เวลาอยู่กับแฟนมันก็จะเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขอีกแบบ สุขเป็นพิเศษนั่นเอง นั่นอาจเป็นเพราะ ตอนที่อยู่คนเดียว คุณได้มีโอกาสเข้าใจตัวเองมากขึ้น มองเห็นตัวเองมากขึ้น และคุณรู้ว่าความรัก ความสัมพันธ์ในสายตาคุณคืออะไร และคุณจะมีความสุขมากขึ้นนั่นเอง
7. คุณรู้สึกพึ่งพาตัวเองได้มากขึ้น
คุณจะมั่นใจมากขึ้นหลายเท่าว่าคุณสามารถอยู่ได้บนลำแข้งของตนเอง พึ่งพาตัวเองได้ ไม่กังวล ไม่เสียใจ ไม่ทุกข์ หากเพื่อนไม่ว่างไปทานข้าวกับคุณ แฟนไปต่างประเทศ คุณก็สามารถใช้ชีวิตคนเดียวได้อย่างมีความสุขนั่นเอง
8. คุณจะได้พักบ้างจากการพยายามทำให้คนอื่นมีความสุข
ชีวิตคนเราต้องเจอคนมากมาย ตั้งแต่คนในครอบครัว เพื่อน คนรัก เพื่อนร่วมงาน เจ้านาย และอีกสาระพัดที่เราเจอรายวัน แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นเหมือนกันในทุกความสัมพันธ์ก็คือ การที่เราต้องพยายามทำให้คนอื่นๆ รู้สึกดีกับเรา ซึ่งแน่นอนก็ดีกว่าทำให้เขาเกลียดเรา ต้องทำให้เขามีความสุข และพึงพอใจ ซึ่งสิ่งเหล่านั้นบางทีก็ทำให้คุณเหนื่อยนะ การอยู่คนเดียวทำให้คุณได้พักจากสิ่งเหล่านั้นบ้าง เพราะสิ่งที่คุณต้องแคร์คือคุณคนเดียวเท่านั้น
9. คุณไม่ต้องขอโทษอะไรเลย หากทำอะไรผิด
หากคุณอยู่คนเดียว ไม่ว่าคุณจะทำอะไร คุณจะไม่ต้องขอโทษหากคุณทำสิ่งใดผิด คุณจะไม่ต้องระวังคำพูดที่จะกลัวให้ใครเสียใจและต้องขอโทษขอโพย และอยากจะบอกว่า มันลดแรงกดดันที่คูณจะมีในชีวิตไปได้มากเลยล่ะ
10. คุณไม่ต้องรอคอยคำว่า “OK” จากใครอีก
หลายๆ ครั้งเวลาจะทำอะไร จะซื้ออะไร เรารู้สึกว่าเราต้องบอกเพื่อน บอกพ่อแม่ บอกพี่น้อง และต้องการฟังคำว่า OK จากพวกเขา เพื่อยืนยันว่าสิ่งที่คุณคิด คุณจะทำ คือสิ่งที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม แน่นอนว่ามันมีหลายครั้งที่ชีวิตต้องการคำแนะนำจากคนที่เคยผ่านมันมาก่อน แต่นั่นไม่ได้หมายความเช่นกันว่าทุกครั้ง ต้องเป็นแบบนั้น และการที่คุณได้อยู่คนเดียว ได้ตัดสินใจเองคนเดียว ก็เป็นความสุขอีกอย่างที่น่าลองเหมือนกันนะ

จริงๆ แล้ว การอยู่คนเดียวก็ไม่แย่อย่างที่ใครหลายๆคนคิดนะ ลองอยู่กับตัวเอง ได้คิดได้ลองทำอะไรหลายๆอย่าง 
อย่าลืมส่งเรื่องดีๆ แบบนี้ไปให้เพื่อนของคุณด้วยล่ะ แชร์เลย!
ขอบคุณข้อมูลจาก : kiitdoo

วันพุธที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2561

๕๒ ปี นาวี ๐๙


วันเสาร์ที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๑

"เรารุ่นเดียวกัน"
ผ่านไปแล้วนะครับ ปีละครั้ง ที่พวกเรานัดหมายมาพบกันทุกปี ประมาณวันเสาร์สุดท้ายของเดือนมีนาคม ของทุกปี..
"ไม่ว่าเพื่อนจะมาร่วมงาน หรือไม่มาร่วมงาน เราคือ"เพื่อน"กัน และระลึกถึงกันอยู่ตลอดเวลา เราคงมีเวลาเหลืออีกไม่นานที่จะได้อยู่บนโลกใบนี้..." ก็ขอนำภาพบรรยากาศที่เพื่อนๆ มาพบกัน...มาฝาก..ขอบคุณมากครับ..











วันอาทิตย์ที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2561

ปัญหาที่เข้าใจยาก


ปัญหาที่เข้าใจยาก 7 ประการ ซึ่งพระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้
     1. สิ่งที่คมที่สุดในโลกคืออะไร
คนทั่วไปตอบพร้อมกันว่า “มีด”
พระองค์ตอบว่า สิ่งที่คมที่สุดคือ “ลิ้นของมนุษย์” เพราะว่า ด้วยลิ้น มนุษย์ใส่ร้ายคนอื่น ทำร้ายหัวใจคนอื่น ทำร้ายความรู้สึกคนอื่น เป็นต้น
     2. ระยะทางที่ไกลที่สุดในโลกจากตัวเราคืออะไร
บางคนตอบว่า ห้วงอวกาศ ดวงจันทร์ ดวงอาทิตย์
พระองค์ตอบว่า ระยะทางที่ไกลที่สุด คือ “อดีต” เพราะว่า ไม่ว่าใครก็ตาม จะรวยหรือไม่ ไม่สามารถย้อนกลับไปอดีตได้ ดังนั้นเราต้องทำวันนี้ให้ดีที่สุด แล้ววันนั้นจะมาถึง
     3. สิ่งที่ใหญ่ที่สุดในโลกนี้คืออะไร
บางคนตอบว่า ภูเขา โลก ดวงอาทิตย์
พระองค์ตอบว่า สิ่งที่ใหญ่ที่สุด คือ “ความปรารถนา” หรือ “ความรุ่งโรจน์” เพราะว่า มนุษย์ส่วนใหญ่กลายเป็นคนเคราะห์ร้ายเพราะว่ายอมตามใจต่อความปรารถนาของตนเอง วิถีทางต้องจัดให้เป็นระเบียบเพื่อตระหนักถึงความฝันและความปรารถนาของโลก ดังนั้ควรระมัดระวังความปรารถนา
     4. อะไรที่มีน้ำหนักมากที่สุดในโลก
บางคนตอบว่า เหล็ก ธาตุเหล็ก ช้าง
พระองค์ตอบว่า ยากที่สุด คือ“คำสัญญา” หมายถึง พูดง่ายแต่ทำยาก
     5. อะไรที่เบาที่สุดในโลก
บางคนตอบว่า ฝ้าย ลม ฝุ่น ใบไม้
พระองค์ตอบว่า เบาที่สุดในโลก คือ“ลืมฉันและปล่อยฉัน”
มองดูคนหลายๆคนวิ่งไล่ตามความร่ำรวย แต่บางคนก็ปล่อยวาง
     6. อะไรที่ใกล้กับเรามากที่สุด
บางตนตอบว่า พ่อแม่ เพื่อน และ ญาติ
พระองค์ตอบว่า ที่ใกล้ตัวเรามากที่สุด คือ “ความตาย” เพราะว่าความตายเป็นสิ่งที่แน่นอนที่สุด เกิดขึ้นได้ในเสี้ยววินาที
     7. คำถามสุดท้าย “อะไรที่ง่ายที่สุดในโลก”
ทุกคนตอบว่า การกิน การนอน การพูดคุย
พระองค์ตอบว่า ง่ายที่สุด คือ “ร่วมกันแบ่งปันธรรมะนี้” เพราะว่ามันจะเป็นการสะท้อนที่เป็นประโยชน์กับเพื่อนๆคุณที่ได้อ่าน ถึงแม้ว่าไม่ใช่ชาวพุทธก็เพิ่มพูนความรู้และสติปัญญา
ขอให้ท่านทั้งหลายมีแต่ความสุข
*****
Cr.Fwd Line