วันศุกร์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
ซุบซิบกับขโมย
บทความนี้ดีมาก
ซุบซิบกับขโมย อย่างไหนเลวร้ายกว่ากัน
กาลครั้งหนึ่ง ชายชราคนหนึ่งปล่อยข่าวว่าเพื่อนบ้านเป็นขโมย ทำให้ชายหนุ่มถูกจับ หลายวันต่อมา เขาได้รับการปล่อยตัวเมื่อได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ หลังจากนั้น เขาฟ้องชายชราที่กล่าวหาเขาผิด ๆ
ในศาล ชายชราบอกผู้พิพากษาว่า “มันแค่ความเห็น ไม่ได้ทำอันตรายใคร”
ก่อนตัดสิน ผู้พิพากษาสั่งให้ชายชรา “เขียนคำพูดทั้งหมดที่เจ้าพูดเกี่ยวกับเขาลงในกระดาษ ตัดเป็นชิ้นเล็ก ๆ โปรยออกจากหน้าต่างรถระหว่างทางกลับบ้าน แล้วกลับมาฟังคำตัดสินพรุ่งนี้”
วันรุ่งขึ้น ผู้พิพากษาบอกให้ชายชราไปเก็บเศษกระดาษที่โปรยไว้วันวานกลับมาก่อนฟังคำตัดสิน ชายชราบอกว่าทำไม่ได้ ลมพัดมันกระจายไปทั่ว จนเขาไม่รู้แล้วว่ามันปลิวไปไหนบ้าง
ผู้พิพากษาตอบว่า “ในทำนองเดียวกัน คำพูดหรือความเห็นธรรมดา สามารถทำลายชื่อเสียงของคนคนหนึ่งถึงขั้นที่คนคนนั้นไม่สามารถกู้คืนได้ ถ้าพูดดีเกี่ยวกับคนอื่นไม่ได้ ก็อย่าพูดอะไรเลย ขอให้เราทุกคนเป็นนายของปากเรา เพื่อไม่ต้องเป็นทาสของถ้อยคำ"
“การซุบซิบเลวร้ายกว่าการขโมย เพราะมันขโมยศักดิ์ศรี เกียรติ ชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของคนอื่นซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะกู้คืน ดังนั้น จำไว้ว่า เมื่อเท้าเจ้าก้าวพลาด ยังกลับมาทรงตัวได้ใหม่ แต่เมื่อลิ้นเจ้าพลาด พูดพล่อย ๆ เจ้าไม่มีวันเอาคำพูดของเจ้าคืนได้เลย”
Cr.จาก Fwd Line
วันพุธที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2560
คิดก่อนพูด...
วิธีคิดแบบวิภัชชวาท ความจริง วิภัชชวาท ไม่ใช่วิธีคิดโดยตรง แต่เป็นวิธีพูด หรือการแสดงหลักการแห่งคำสอนแบบหนึ่ง อย่างไรก็ตามการคิดกับการพูดเป็นกรรมใกล้ชิดกันที่สุด ก่อนจะพูดก็ต้องคิดก่อน.....ตัวอย่างแห่ง วิภัชชวาท....
อภัยราชกุมาร: พระองค์ผู้เจริญ คำพูดที่ไม่เป็นที่รัก ไม่เป็นที่พอใจของผู้อื่น พระองค์ตรัสหรือไม่?
พระพุทธเจ้า: นี่แน่ะ ราชกุมารในเรื่องนี้ จะตอบลงไปข้างเดียวไม่ได้ (ต่อจากนั้น ได้ทรงงแยกแยะคำพูดที่ตรัสและไม่ตรัสไว้มีใจความต่อไปนี้)
๑)คำพูดที่ไม่จริง ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นประโยชน์ ไม่เป็นที่รักที่ชอบใจของผู้อื่น - ไม่ตรัส
๒)คำพูด ที่จริง ถูกต้อง แต่ไม่เป็นประโยชน์ ไม่เป็นที่รัก ที่ชอบใจของผู้อื่น - ไม่ตรัส
๓)คำพูดที่จริง ถูกต้อง เป็นประโยชน์ ไม่เป็นที่รักที่ชอบใจของผู้อื่น - เลือกกาลตรัส
๔)คำพูดไม่จริง ไม่ถูกต้อง ไม่เป็นประโยชน์ ถึงเป็นที่รักที่ชอบใจของผู้อื่น - ไม่ตรัส
๕)คำพูดที่จริง ถูกต้อง แต่ไม่เป็นประโยชน์ ถึงเป็นที่รักที่พอใจของผู้อื่น - ไม่ตรัส
๖)คำพูดที่จริง ถูกต้อง เป็นประโยชน์ เป็นที่รักที่พอใจของผู้อื่น - เลือกกาลตรัส
ฯลฯ
(จากหนังสือ วิธีคิดตามหลักพุทธธรรม พระพรหมคุณาภรณ์(ประยุทธ์ ปยุตฺโต)
วันจันทร์ที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2560
ชีวิตต้องสู้ ของคุณสู้
ชีวิตต้องสู้ ของคุณสู้ พงษ์เดช รักษาสกุล
สวนนันทวัน ปากคลอง16 ถนนรังสิต นครนายกชายพิการวัย 66 ปี ที่พิการจากถูกโจรยิงที่จังหวัดนราธิวาส ในปี 2517 กระสุนตัดกระดูกสันหลัง หมดความรู้สึกตั้งแต่สะดือลงไป ต้องอยู่บนรถเข็น มาตั้งแต่วัยเพียง 24 ปี หลังจากที่เพิ่งจบจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ทำงานที่กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง ที่นราธิวาส ได้เพียง 6 เดือน
กว่า40 ปีที่รู้จักคุณสู้ เขาไม่เคยท้อ ไม่เคยสิ้นหวัง เพียงแต่เคยรำพึ่งออกมาสมัยรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช ในช่วงปี 2517 ว่า "ยังไม่รู้เลยว่าหากหมอให้ออกจากโรงพยาบาลแล้วจะไปอยู่ที่ไหน " เพราะสู้เป็นกำพร้า พ่อแม่เสียตั้งแต่เล็ก ต้องอาศัยอยู่กับปู่_ย่า ทำนาที่อยุธยา พอเรียนอยู่ที่เกษตรศาสตร์ ปู่ย่าก็เสีย
เหมือนฟ้าลิขิตมีผู้พิพากษาศาลฎีกา ท่านชุ่ม สุนทรธัย และภริยาคุณ พัชรินทร์ รับเป็นบุตรบุญธรรม ในการดูแล หลังจากออกจากโรงพยาบาล คุณสู้เคยคิดจะฆ่าตัวตาย เพราะกายพิการ ใจก็รับสภาพไม่ได้ แต่ก็คิดได้ว่า คนอื่นเขายังอยากให้คุณสู้มีชีวิตอยู่ แล้วตัวเขาเองเล่าทำไมไม่อยู่ต่อไป จวบกับพ่อแม่บุญธรรมมีที่ดินที่รังสิต จึงย้ายมาอยู่และมีอาชีพทำพันธุ์ไม้ขาย ปัจจุบันสามารถเลี้ยงตัวเองและลูกน้อง12 คนได้ตอบแทนบุญคุณ ดูแลบิดาบุญธรรมจนวาระสุดท้าย
พบกับสู้เมื่อเดือนมีนาคม 2560 ถ่ายรูปคู่กันแล้วเห็นเลยว่าคุณสู้ สดใสกว่าผมมาก ใบหน้าไม่เห็นกังวลอะไร ถามว่าทำไม คุณสู้จึงสดใส เขาตอบว่าเห็นเพื่อนที่ประสบความสำเร็จในชีวิตมาเยี่ยมก็ดีใจชื่นชม
ผมยิงคำถามว่ามีเป้าหมายอะไรกับอนาคต เขาตอบว่าอยู่ทำประโยชน์ให้สังคม เลี้ยงลูกน้องไว้ 12 คน ส่งลูกคนงานเรียนตามกำลังให้ทุนการศึกษาโรงเรียนใกล้ๆสวนเท่าที่ให้ได้ และที่สำคัญคืออยู่ศึกษาธรรมของพุทธเจ้า ทำให้คลายทุกข์ และรู้เท่าทันจิต ทำให้สงบ และมีสมาธิ เกิดปัญญา อดีตและร่างกายที่พิการแก้ไขไม่ได้ แต่จิตใจแก้ไขและพัฒนาได้
ชีวิตของคุณสู้ ให้บทเรียนแก่ผมหลายอย่าง และได้แลกเปลี่ยนข้อคิดกันหลายเรื่อง เขาเป็นคนมีจิตอาสา คุณสู้สมัยเป็นนิสิตเกษตรศาสตร์ ทำงานเก่ง ร่วมงานค่ายอาสาพัฒนา ของ มหาวิทยาลัย และของชมรมนิสิตนักศึกษาสัมนนา จนได้รับการคัดเลือกเป็นฮีโร่ของค่ายอาสา ทั้งสองแห่ง
คุณสู้ขอบคุณมหาวิทยาลัยกษตรศาสตร์ สมัยนั้นค่าหน่อยกิตเพียงหน่วยกิตละ 5 บาท ค่าหอพักปีละ 500 บาท ใครขัดสนมีคาเฟตทีเรียให้ทุน ข้าวฟรี 3มื้อ
มุมมองของสู้บอกว่าระยะนี้เศรษฐกิจไม่ค่อยดี หลังจากน้ำท่วมปี 2554 จนถึงปัจจุบัน ต้นไม้เป็นของไม่จำเป็นนัก บางเดือนขายต้นไม้ ได้ไม่พอค่าแรงงาน ต้องเอาเงินออมออกมาจ่าย
คุณสู้ไม่เคยร้องขอความช่วยเหลือคนรู้จัก ผมขออนุญาตประชาสัมพันธ์ครับ หากใครต้องการต้นสนประดับชนิดต่างๆ จำนวณมาก ติดต่อได้ที่เบอร์ โทร 081-838-2413
.....................................................
Cr. Line อารี อยู่อ่อน
วันอาทิตย์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2560
๕๑ ปี นาวี ๐๙
ประมวลภาพงาน คืนสู่เหย้า ๕๑ ปี นาวี ๐๙
๒๕ มีนาคม ๒๕๖๐
.........
ขอขอบคุณเพื่อน นรจ.๐๙ ทุกท่าน
...............
วันพฤหัสบดีที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2560
ศาสนาที่แท้
วัดป่าสุญญตาเป็นลักษณะของวัดเปิด มีพระภิกษุสามเณรตลอดถึงสาธุุชนทั่วไป มักแวะเวียนมาเยี่ยมเยือนบ่อยๆ โดยเฉพาะผู้ต้องการความเงียบสงัด ต้องการความร่มรื่นของป่าไม้ภูเขา
วันหนึ่งมีอุบาสกเป็นหมออยู่ประเทศอเมริกาเดินทางมาเยี่ยมและพักคืนหนึ่ง ในเวลาเย็นคุณหมอได้มาพบหลวงพ่อ
หลังจากสนทนากันเรื่องนั้นเรื่องนี้คุณหมอได้ปรารภถึงศาสนา ในประโยคสุดท้ายได้กล่าวว่า
"ศาสนาทำให้สังคมแตกแยก การนับถือศาสนาต่างกันเป็นสาเหตุให้เกิดการทะเลาะเข่นฆ่ากัน ในโลกนี้ถ้าไม่มีศาสนาหรือมีเพียงศาสนาเดียวน่าจะดีกว่า"
หลวงพ่อเมื่อได้ฟังดังนั้น จึงพูดขึ้นว่า
"ถ้าหลักคำสอนของศาสดาและการปฏิบัติที่ทำให้เกิดความแตกแยก เกิดความเกลียดชังกัน ไม่จัดเป็นศาสนา แต่ถ้าคำสอนของศาสดาและหลักปฏิบัติเป็นความรักสากล จึงจะชื่อว่าเป็นศาสนา"
......................
จากหนังสือ นิทานพุทธะ พระคัมภีรญาณ อภิปุญโญ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)



