วันเสาร์ที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2559

เรามาจากไหน..


....สองวันก่อน กัลยาณมิตร ส่งไลน์มาให้ ...ต้องขออนุโมทนา ท่านที่จัดทำ(ขออภัยที่ไม่ได้กล่าวนามท่าน ..เพราะไม่ทราบนามท่าน).. ..และขออนุญาตนำมาเผยแพร่เป็นธรรมทาน...ครับ.

********
คนเราเกิดมาด้วยความไม่รู้
หากไม่พบพระพุทธศาสนา
และไม่ได้ฟังธรรมะดีๆ
ของสัมมาสัมพุทธเจ้า
ก็จะไม่รู้ว่า
คนเราเกิดมาทำไม
เรามาจากไหน
ฯลฯ



*****************

ย่างไปทางนี้จะได้ไม่เสียเวลา (คลิก)

**********


วันอังคารที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2559

..จงใช้ชีวิตของตนเองอย่างเป็นอิสระ...


   ...จำไว้ว่า  เส้นทางของเราไม่ได้ทำให้พวกท่านทั้งหลาย จะละทิ้งโลกนี้ไป   เราไม่เชื่อในโชคชะตาที่ไม่พึ่งพากรรม...เราเชื่อในโชคชะตาที่มนุษย์นั้นเป็นผู้สร้างขึ้นมา และเขาจะต้องรับผลการกระทำของตัว... 


  ...พวกเราทำให้โลกที่เคารพ  เต็มไปด้วยความทุกข์  ทั้งโลกทรมานกับความเศร้าและเจ็บปวด...แต่ว่าโลกนี้ไม่ใช่ที่สำหรับความเจ็บปวดทรมาน  ที่นี่สามารถเป็นที่พักของสาวกพุทธะ  แต่การจะทำแบบนั้น  เราต้องปลุกความรู้ให้กับทุกคน และนั่นก็คือหน้าที่ของพวกท่านทั้งหลาย... 


 ...ความไม่รู้..สร้างความเจ็บปวด โศกเศร้าและมายา  ความโกรธ ความโลภ ความอวดดี ความถือดี ความริษยา คือผลพวงของความไม่รู้    มายาแสดงแต่เรื่องไม่ดีล่อหลอกเรา  แต่ชีวิตและความตายนั้นไม่ต่างกัน  เป็นสิ่งเดียวกัน  เราต้องล้างภาพมายาออก  เมื่อใดก็ตามที่ภาพมายาหายไป พวกเราจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปัจเจก โดยไม่ต้องพึ่งพาสิ่งใด...



...ศีล สมาธิ และปัญญา การใช้หนทางความดับทุกข์ หรือมรรค ๘ ช่วยให้กำจัดภาพมายาไปได้  เราขอย้ำกับพวกท่านว่า....ด้วยการรู้ชอบ  ด้วยการคิดชอบ  ด้วยการเจรจาชอบ  ด้วยการปฏิบัติชอบ  ด้วยการเลี้ยงชีพชอบ ด้วยการเพียรชอบ ด้วยการมีสติชอบ และด้วยการมีสมาธิชอบ...........
...คนที่นอนไม่หลับนั้น สำหรับเขากลางคืนย่อมยาวนาน..
...คนที่เหนื่อย สำหรับเขาจุดหมายย่อมอยู่ไกล..
...คนที่ใช้ชีวิตอย่างมืดบอดและไม่เข้าใจความดีงาม ชีวิตของเขาจะมีแต่ความทุกข์................
...ความรู้ใดก็ตาม ไม่ว่าจะอ่านจากตำราหรือถูกผู้มีปัญญาพร่ำสอนก็ตาม หรือแม้แต่สิ่งที่เราพูดให้ฟังก็ตาม จงอย่าเชื่ออะไรโดยง่าย   จนกว่าจะทดสอบด้วยความรู้ของตัวเอง และปัญญาของตัวเองเสียก่อน...............


...หากพวกท่านได้พบใคร บนเส้นทางตรัสรู้ อย่ายอมรับเขาอย่างง่ายดาย แม้พวกท่านจะพบพุทธะระหว่างทาง ก็จะถูกเขาลวงตาได้   ต่อให้ท่านพบพ่อตัวเองระหว่างทาง   ก็อย่าให้เขาเบี่ยงเบนท่านได้   จงใช้ชีวิตของตนอย่างเป็นอิสระ   อย่าได้ยึดติดกับผู้ใด.......................
************
(จาก  ยูทูป พระพุทธเจ้ามหาศาสดาโลก )


วันจันทร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2559

วัดเจ้าสัว


     วัดราชโอรสาราม ราชวรวิหาร เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดราชวรวิหาร เดิมชื่อวัด จอมทอง เป็นวัดโบราณสมัยกรุงสรีอยุธยา  ในสมัยรัชกาลที่ ๒ ได้รับพระราชทานนามใหม่เป็น วัดราชโอรส หมายถึงวัดที่พระราชโอรสทรงสถาปนาขึ้น 
     ด้วยเหตุที่รัชกาลที่ ๓ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อทรงดำรงพระราชอิสริยยศเป็นพระเจ้าลูกยาเธอกรมหมื่นเจษฎาบดินทร์ ในรัชการที่ ๒ ได้เป็นแม่ทัพคุมพลเสด็จไปสกัดกั้นทัพพม่าที่เมืองกาญจนบุรีโดยทางเรือ และเส้นทางเดินทัพในวันแรกได้เสด็จผ่าน คลองบางกอกใหญ่ (คลองบางหลวง) เข้าคลองด่าน เมื่อเสด็จถึงหน้าวัดจอมทองได้ทรงประกอบพิธีเบิกโขลงทวาร ตามตำราพิชัยสงคราม 
     เล่ากันว่า ท่านเจ้าอาวาสวัดจอมทองได้จับยามสามตาดูแล้ว ถวายคำพยากรณ์ว่าจะประสพผลสำเร็จและเสด็จกลับมาโดยสวัสดิภาพ  จึงทรงเลื่อมใสและประทานพรไว้ว่า หากเป็นเช่นนั้นจริงจะสร้างวัดถวายให้ใหม่  หลังจากเลิกทัพเสด็จกลับพระนครโดยปลอดภัยแล้ว จึงโปรดให้ปฏิสังขรณ์วัดนี้ขึ้นใหม่ทั้งวัดตามที่ทรงประทานพรไว้กับเจ้าอาวาส   และเนื่องจากพระองค์ทรงนิยมศิลปจีน รูปทรงสถาปัตยกรรม และศิลปกรรมต่างๆ ในพระอารามนี้ จึงเป็นศิลปประยุกต์แบบไทยผสมจีน เรียกกันในสมัยนั้นว่า ศิลปะพระราชนิยม
        ศิลปกรรมในวัดนี้ล้วนประยุกต์สรรค์สร้างได้อย่างกลมกลืน งดงาม หาที่ติมิได้ เป็นลายกระแหนะรูปเสี้ยวกาง ที่บานประตูหน้าต่างพระวิหารพระพุทธไสยาสน์ หลังคาแบบจีนของพระอุโบสถ พระวิหารพระพุทธไสยาสน์ตลอดถึงกุฏิ นับเป็นครั้งแรกที่มีการสร้างพระโบสถ์ วิหาร ที่ไม่มีช่อฟ้า ใบระกา และหางหงส์ แต่ยังคงรูปสิ่งเหล่านั้นไว้เป็นสัญลักษณ์แห่งศาสนสถานได้อย่างสง่าและงดงาม






























พระแท่นที่ประทับ ร.๓ ข้างพระอุโบสถ








 








ขอบคุณที่เข้ามาชมครับ...