วันอังคารที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2556

อโยธยาศรีรามเทพนคร


                                     (คลิกบนภาพเพื่อดูภาพขยายใหญ่ขึ้น)
          ..วันนี้ก็แวะเวียนอยู่ใกล้ ๆ บ้านนี้แหละครับ..เคยสงสัยอยู่เหมือนกันว่า " อยุธยา " กับ " อโยธยา " นี่เป็นที่เดียวเรื่องเดียวกันหรือเปล่า เวลานั่งรถจากบ้านเข้าไปเกาะเมือง "กรุงศรีอยุธยา" เมืองหลวงเก่า ก่อนจะข้ามแม่น้ำป่าสักที่ตรงวงเวียนเจดีย์วัดสามปลื้มก็เห็นป้าย " วัดอโยธยา " แล้วอโยธยาตรงนี้เป็นมาอย่างไร...ไปพบข้อมูลจากนักวิชาการ นักประวัติศาสตร์ โบราณคดี หลายท่านได้ให้ความเห็นพอสรุปได้ว่า อโยธยา นี้เป็นอาณาจักรที่มีมานานก่อนการตั้งกรุงศรีอยุธยาของพระเจ้าอู่ทอง มีชื่อว่า อโยธยาศรีรามเทพนคร  แต่อาณาจักรนี้ไม่ค่อยมีการกล่าวถึงในวิชาประศาสตร์ไทยที่เคยเรียนมาสมัยตอนเป็นนักเรียน..วันนี้ก็อยากจะชวนท่านที่ไปเที่ยว "ตลาดน้ำอโยธยา " พอมีเวลาก็ลองเที่ยวชมเมืองเก่าอโยธยาศรีรามเทพนคร ได้นะครับ.....


           วัดสมณโกฏฐาราม อยู่เลยตลาดน้ำอโยธยาไปหน่อย วัดนี้ว่ากันว่าเป็นวัดที่ใช้จัดงานศพของพระแม่ดุสิต มารดาพระยาโกษาปาน พระยาโกษาเหล็กและเป็นพระนมของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ยังมีซากโบราณสถานให้เห็นอยู่โดยเฉพาะพระอุโบสถเก่าแก่แต่สมัยโบราณ วัดนี้ยังมีพระภิกษุจำพรรษาอยู่..


     วัดกุฎีดาว เป็นวัดร้าง ตามตำนานโบราณก็ว่ามีพระมหากษัตริย์สมัยโบราณเป็นผู้สร้าง มีการบูรณะในสมัยสมเด็จพระเจ้าท้ายสระ แห่งกรุงศรีอยุธยา จากซากที่ปรากฏในปัจจุบัน คงจะเป็นอารามที่มีความใหญ่โตมากพอสมควร


          วัดมเหยงคณ์ เป็นวัดที่มีพระภิกษุจำพรรษาหลายท่านคงจะคุ้นเคยโดยเฉพาะท่านที่สนใจปฏิบัติธรรมสำนักพระอาจารย์สุรศักดิ์  อยู่ที่วัดนี้ครับ..เราจะเห็นเจดีย์ช้างล้อม เช่นเดียวกับที่สุโขทัย ครับ มีตำนานเล่าว่า พระเจ้าอยู่หัวสร้างวัดกุฎีดาว พระอัครมเหสีนามว่า ยงค์ สร้างวัดมเหยงคณ์ บ้างก็บอกว่า มาจากคำว่า วัดมเหสียงค์  ใกล้ ๆ กันก็จะมีวัดร้างอีกสองวัดช้าง กับวัดสีกาสมุด


      วัดประดู่ทรงธรรม ปัจจุบันมีพระภิกษุจำพรรษา เป็นวัดที่ขุนหลวงหาวัด "เจ้าฟ้าอุทุมพร" พระราชโอรสของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ เมื่อทรงผนวชหลังจากถวายพระราชสมบัติให้พระเจ้าเอกทัตแล้ว มาจำพรรษาที่วัดนี้ ยังมีพระวิหารเก่าเหลืออยู่  ในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชหลังจากสร้างกรุงธนบุรีแล้วก็ได้พระเถระผู้ใหญ่จากวัดนี้ไปสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช


     วัดอโยธยา ปัจจุบันมีพระภิกษุจำพรรษา ถือว่าเป็นวัดสำคัญที่ตั้งอยู่ในเขตพระราชวังอาณาจักรอโยธยาศรีรามเทพนคร ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์วัดนี้เคยเป็นที่ประทับของสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์  เจ้าพระฝางที่ตั้งตนเป็นหัวหน้าชุมนุมพระฝางหลังเสียกรุงครั้งที่สอง ก็เคยมาศึกษาเล่าเรียนพระธรรมวินัยที่วัดนี้  โบราณสถานที่เหลืออยู่มีเพียงเจดีย์และเนินดิน...


         วัดดุสิดาราม ปัจจุบันมีพระภิกษุจำพรรษา เป็นวัดที่เจ้าแม่ดุสิตแม่นมของสมเด็จพระนารายณ์บูรณปฏิสังขรณ์ เนื่องจากสมเด็จพระนารายณ์ทรงสร้างพระตำหนักให้เจ้าแม่ดุสิตอยู่ใกล้กับวัดนี้ ปัจจุบันยังมีโบราณสถานคือพระอุโบสถเก่าแก่ทีสร้างหันหน้าไปทางทิศตะวันตก และเจดีย์องค์ใหญ่
      หากท่านเดินทางไปเที่ยวเมือง"กรุงเก่า" พอมีเวลาก็ขอแนะนำให้แวะไปเที่ยวชมได้ครับ ระยะทางแต่ละวัดอยู่ไม่ไกลกัน นอกจากวัดที่กล่าวแล้วยังวัดร้างอีกหลายวัดที่ยังคงมีซากโบราณสถานให้ได้ศึกษาเรื่องราวในอดีต.....

                      ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ







วันศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

...โต๊ะแชร์...

  
 ...จริง ๆ แล้วผมมักเรียกว่า " ขาประจำ "  ครับ พวก "ขาประจำ" มีความเป็นมายาวนานมาก เริ่มตั้งแต่ติดยศ"จ่าโท" ใหม่ ๆ ปี ๒๕๑๑ ครับ...ทุกวันเงินเดือนออกก็จะไปรวมกลุ่มพบปะกัน ย่านวังเดิม ธนบุรี..
      ส่วนใหญ่ก็จะเป็นเหล่าสัญญาณ วิทยุ เรดาร์ โซนาร์ ทัศนสัญญาณ  เพราะว่าไม่ว่าจะไปอยู่กองเรือ หรือไปราชการที่ใหน ต้องกลับมารับเงินเดือนที่กรมสื่อสาร ทร. พระราชวังเดิม ธนบุรี..ก็หมุนเวียนเปลี่ยนกันไปใครว่างก็ไป ใครติดธุระก็งด..ตัวยืนโรงอยู่ก็จะมี อนันต์ ช. โสภณ อ. สำราญ ศ. อำนวย ร. วิเชียร ม.วิจิตร อ.ฯลฯ และอีกหลายท่านที่ทำงานประจำอยู่ใน วังเดิม  
       กาลเวลาผ่านไปสี่สิบกว่าปี ขาประจำกลุ่มนี้ก็ยังคงแวะเวียนมาพบปะกันทุกเดือนเช่นเคย จากร้านห้องแถวเล็ก ๆ ย่านวังเดิม ก็ขยับขยายเป็นร้านอาหารตามฐานะที่เพิ่มขึ้นมา.......
       จนกระทั่งปัจจุบันนี้ "ขาประจำ" กลุ่มนี้ก็ยังคงพบปะกันเหมือนเดิม ถึงแม้ว่าจะจบภารกิจในการทำงานแล้ว ขาประจำหลายท่านจากพวกเราไปแล้วอย่างไม่มีวันกลับ...
        เดี๋ยวนี้เราใช้วันพุธ สัปดาห์สุดท้ายของเดือนเป็นวันนัดหมาย พบกันที่ท่าช้าง กรุงเทพ..น่าดีใจว่าจากชาวปีกนกกลุ่มเล็กๆ..มีเพื่อนทุกพรรค เหล่าแวะเวียนมาพบกัน แม้กระทั่งเพื่อน ๆ ที่เปลี่ยนเส้นทางชีวิตจากกองทัพเรือไปแล้ว ก้ยังมาพบปะกันเป็นประจำ....
        " โต๊ะแชรฺ์ " ของพวกเรา แบบง่าย ๆ สบาย ๆ ออมไว้เพียงวันละ ๑๐ บาท เท่านั้นเอง..อดนมกล่องวันละกล่อง ...ก็ไปพบเพื่อน ๆ รำลึกถึงบรรยายกาศเก่า ๆ สมัยเป็นนักเรียน..
          ที่สำคัญคือ..ชื่อพ่อ ชื่อแม่ ของเพื่อน ๆ ยังจำกันได้อยู่หรือเปล่า...ครับ    ฮา.....

คณะกรรมการุ่นชุดใหม่ ปี ๕๖ - ๕๗  คลิกที่นี่

วันเสาร์ที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

พบทุกข์ พึ่งธรรม

(คลิกบนภาพเพื่อดูภาพขยายใหญ่ขึ้น)

    " ..เรามีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา จะล่วงพ้นความเจ็บไข้ไปไม่ได้.." พุทธพจน์
     เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาต้องไปโรงพยาบาลสองวัน  เป็นคนเฝ้าไข้หนึ่งวัน  ส่วนอีกวันเป็นคนไข้...ก็เป็นโรงพยาบาลของรัฐครับ ...หมอนัดบ่ายแต่ก็ต้องไปแต่เช้าไม่อยากอดข้าวนาน...พอเจาะเลือดเสร็จก็ทานข้าวได้เลย รอไปจนถึงบ่ายตามเวลานัด....
      ทุกครั้งที่ไปโรงพยาบาลผมมักจะไม่ค่อยคิดเรื่องเวลา...คิดว่าวันนี้ได้ออกนอกบ้านไปเที่ยววันหนึ่ง ได้เห็นได้พบปะผู้คน..ที่เจ็บป่วย..ถึงแม้ว่าจะไม่อยากพบอยากเห็นสภาพอย่างนี้เท่าไรนัก..ก็พยายาม"ทำใจ" ว่านี่เป็นสัจจะธรรมนะ.....ผมมักใช้เวลาว่างที่รอพบหมอไปกับการอ่านหนังสือธรรมะที่เขาพิมพ์แจกเป็นธรรมทาน  โรงพยาบาลนี้มีศาลาพระพุทธรูปค่อนข้างใหญ่พอสมควรมีหนังสือที่มีผู้ไปบริจาคไว้เยอะครับ  ถึงแม้ว่าอากาศจะร้อนแต่ที่ศาลานี้ลมเย็นสบาย...ช่วงที่ผมไปนั่งอ่านหนังสือมีผู้ไปกราบพระหลายท่านบอกว่า   ที่นี่เย็นสบายอย่างไม่น่าเชื่อทั้งที่อากาศข้างนอกร้อนมาก.....
      ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน ขอให้สุขภาพแข็งแรงทุกท่านนะครับ


วันอาทิตย์ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

วัดเจ้าสัว...

(คลิกบนภาพเพื่อดูภาพขยายใหญ่ขึ้น)

      เมื่อสัปดาห์ก่อนมีภารกิจไปติดต่อราชการที่ที่เคยทำงานอยู่เมื่อหลายสิบปีมาแล้วแถว ๆ วังเดิม ฝั่งธนบุรี  ก็เลยถือโอกาสไปไหว้พระที่วัดหงส์ ฯ ครับ....

       

พระอุโบสถ ประดิษฐานพระแสน พระพุทธรูปโบราณ


พระวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปทองคำ


ด้านริมคลองบางกอกใหญ่ ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน


   จากตำนานคำบอกเล่าสืบต่อกันมา ครั้งเมื่อ สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ต้องโทษด้วยประหารชีวิตที ณ ป้อมวิชัยประสิทธิ์ แล้ว ทหารได้นำพระศพลงเรือ มาขึ้นที่ท่าน้ำหลังวัดหงส์ฯ ปรากฏว่าพระโลหิตของพระองค์ตกลงพื้นดิน (ตรงบริเวณต้นโพธิ์ด้านข้างศาลสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี มหาราช ในปัจจุบัน) ประชาชนผู้ตามส่งเสด็จ จึงได้นำดินที่เปื้อนเลือดนั้น ขึ้นมาปั้นเป็นพระรูปของพระองค์ และพร้อมใจกันสร้างศาลขึ้น ณ ที่แห่งนั้น ปัจจุบันมีศาลใหม่สวยงามมาก..... 
                                    

สระน้ำมนต์ ที่ทุกท่านไม่ควรพลาดแวะไปสักการะ


น้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ นำกลับบ้านได้..


วัดหงส์ ฯ เป็นวัดเก่าโบราณยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกมาก...
"บุญรักษา"ทุกท่านที่แวะมาอ่านครับ...








วันเสาร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2556