วันพฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2567

เมล็ดพันธ์แห่งความสุข


“Watering the seeds of happiness is a very important practice for the sick or dying.  All of us have seeds of happiness inside us, and in difficult moments when we are sick or when we are dying, there should be a friend sitting with us to help us touch the seeds of happiness within.  Otherwise seeds of fear, of regret or of despair can easily overwhelm us.”

~Thich Nhat Hanh

No Death, No Fear

*****

Cr.https://www.facebook.com/share/p/9itbKCm8vELQJmJp/

*****

การรดน้ำเมล็ดพันธุ์แห่งความสุขเป็นการปฏิบัติที่สำคัญมากสำหรับคนป่วยหรือคนใกล้ตาย เราทุกคนมีเมล็ดพันธุ์แห่งความสุขอยู่ในตัว และในช่วงเวลาที่ยากลำบาก เมื่อเราป่วยหรือใกล้จะตาย ควรมีเพื่อนมานั่งข้างๆ เพื่อช่วยเราสัมผัสเมล็ดพันธุ์แห่งความสุขภายในตัวเรา มิฉะนั้น เมล็ดพันธุ์แห่งความกลัว ความเสียใจ หรือความสิ้นหวังอาจครอบงำเราได้อย่างง่ายดาย” ~ติช นัท ฮันห์
ไม่มีความตายก็ไม่มีความกลัว

 

วันพุธที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2567

เราเหมือนกัน


 Whether one is

rich or poor, educated or illiterate, religious or nonbelieving, man or woman, black, white, or brown, we are all the same. Physically, emotionally, and mentally, we are all equal. We all share basic needs for food, shelter, safety, and love. 


We all aspire to happiness and we all shun suffering. Each of us has hopes, worries, fears, and dreams. Each of us wants the best for our family and loved ones. 


We all experience pain when we suffer loss and joy when we achieve what we seek. 

On this fundamental level, religion, ethnicity, culture, and language make no differences.

~His Holiness The 14th Dalai Lama🌹

****

Ct.https://www.facebook.com/share/p/pEGYDgPCwRiA9Wev/

ม่ว่าเราจะรวยหรือจน มีการศึกษาหรือไม่รู้หนังสือ เคร่งศาสนาหรือไม่นับถือศาสนา ชายหรือหญิง ผิวดำ ผิวขาว หรือผิวสี เราก็เหมือนกันหมด ทั้งทางร่างกาย อารมณ์ และจิตใจ เราต่างก็เท่าเทียมกัน เรามีความต้องการพื้นฐานร่วมกันสำหรับอาหาร ที่อยู่อาศัย ความปลอดภัย และความรัก

เราทุกคนปรารถนาที่จะมีความสุขและหลีกหนีความทุกข์ เราแต่ละคนมีความหวัง ความกังวล ความกลัว และความฝัน เราแต่ละคนต้องการสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับครอบครัวและคนที่เรารัก

เราทุกคนต่างรู้สึกเจ็บปวดเมื่อสูญเสียและมีความสุขเมื่อบรรลุสิ่งที่ปรารถนา

ในระดับพื้นฐานนี้ ศาสนา เชื้อชาติ วัฒนธรรม และภาษาไม่มีความแตกต่างกัน
~องค์ทะไลลามะองค์ที่ 14🌹


วันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2567

ชีวิตหลังความตาย


 ธรรมะอรุณสวัสดิ์...รับวันใหม่ 

............................. 

#ถ้าเข้าถึงนิพพานสูงสุดจะหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด 

#ซึ่งแนวทางการปฏิบัติพระพุทธเจ้าตรัสรู้สอนไว้ก็มีอยู่ 

#นิพพานมีอยู่ 

#ทางปฏิบัติที่จะไปสู่นิพพานก็มีอยู่ 

#ผู้ชี้ทางบอกทางคือพระพุทธเจ้าสั่งสอนไว้ก็มีอยู่ 

#ก็เหลือแต่ผู้ที่จะเดินทาง #ผู้ที่จะปฏิบัติตามคำสอนปฏิบัติตามแนวทาง 

#ถ้าปฏิบัติตามคำสอนพระพุทธเจ้าก็จะถึงนิพพานพ้นทุกข์ 


อย่างพระพุทธเจ้าถึงแล้ว เสด็จไปดีแล้ว ถึงนิพพานแล้ว 

พระอรหันต์ทั้งหลายถึงนิพพานไปจำนวนมาก พ้นหมดแล้ว พ้นทุกข์หมดแล้ว  


หรือถ้าเป็นอริยบุคคลชั้นรองลงมาจากพระอรหันต์เรียกว่าพระอนาคามี 

ก็จะไม่เกิดในมนุสสโลก ไม่เกิดในชั้นเทวดา 

จะเกิดในพรหมโลก 

เรียกว่าเป็นโอปปาติกะ 

แล้วก็ปรินิพพาน คือเป็นพระอรหันต์ที่นั่น 


ถ้าเป็นสกทาคามี อริยบุคคลชั้นรองลงมา 

ก็มาเกิดอีกครั้งเดียวก็เป็นพระอรหันต์ 


ถ้ารองลงมา อริยบุคคลชั้นต้นเรียกว่าโสดาบัน 

ก็จะเวียนว่ายตายเกิดโดยทั่วไปก็ไม่เกิน ๗ ชาติ 

ก็ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์ 

แล้วก็ถึงแม้ว่ายังต้องเกิด ๗ ชาติ 

ก็ไม่เกิดในนรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉานโดยเด็ดขาด 

โสดาบันเกิดก็เกิดในมนุษย์ เทวดา 

ปิดประตูอบายภูมิได้สนิท 

เห็นไหมชีวิตที่จะต้องเวียนว่ายตายเกิดแบบนับไม่ถ้วนเหลือแค่ ๗ ชาติ 

อริยบุคคลชั้นที่ ๑ โสดาบัน ได้เข้าไปถึงกระแสนิพพาน 

แต่ว่ากิเลสยังตัดไม่หมดเกลี้ยง ยังมีเหลืออยู่ 


การเข้าถึงอย่างนี้ต้องปฏิบัติตามคำสอนพระพุทธเจ้าที่พระองค์สอนไว้บอกไว้ 

คือต้องเจริญสติปัฏฐาน ๔ เจริญวิปัสสนากรรมฐาน เจริญอริยมรรคมีองค์ ๘  

ถ้าใครได้เจริญพากเพียรปฏิบัติก็จะมีโอกาสบรรลุธรรม 


#ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายเป็นผู้หญิง 

#เป็นพระเป็นฆราวาส 

#เป็นเด็กเป็นผู้ใหญ่ 

#ก็มีสิทธิที่จะเข้าถึงได้ถ้ามีความพากเพียรปฏิบัติ 

๗ ขวบก็เป็นอริยบุคคลได้ เป็นพระอรหันต์ได้ 

ในสมัยพุทธกาลก็มีหลายท่าน 

เป็นสามเณรอายุ ๗ ขวบ เป็นพระอรหันต์แล้ว 

บวชอายุ ๗ ขวบ บางคนแค่โกนหัวเป็นพระอรหันต์ 

นางวิสาขาเป็นมหาอุบาสิกาที่เราได้ยินชื่อเสียง 

ที่บำรุงอุปัฏฐากพุทธศาสนาไว้อย่างมาก 

สละทรัพย์สร้างวัดบุพพาราม   

เป็นอริยบุคคลโสดาบันตั้งแต่อายุ ๗ ขวบ 

ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีที่เราเคยได้ยินชื่อก็เป็นโสดาบัน 

พระเจ้าพิมพิสารเป็นพระราชา เป็นโสดาบันเหมือนกัน 

พระเจ้าสุทโธทนะ พระราชบิดาของพระพุทธเจ้าก็เป็นอริยบุคคล 

ก่อนจะปรินิพพาน กำลังอาพาธประชวรหนัก 

พระพุทธเจ้าก็เสด็จไปเยี่ยม แล้วก็ไปแสดงธรรมโปรด 

ก็บรรลุเป็นพระอรหันต์ แล้วก็สวรรคต 

หรือว่าไปโปรดพุทธมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ 

พระมารดาไปเกิดเป็นเทวดาหรือเป็นเทพบุตรอยู่ในสวรรค์ชั้นดุสิต 

ฟังธรรมแล้วก็บรรลุเป็นอริยบุคคล 

เทวดาก็บรรลุเป็นอริยบุคคลได้ 


#ถ้าเราปฏิบัติตามคำสอนพุทธศาสนาก็เหมือนว่าเราได้ตัดกรรมได้ 

#กรรมที่จะนำไปสู่นรกเปรตอสุรกายสัตว์เดรัจฉานเป็นอันว่าตัดขาด 

#ถ้าบรรลุแค่โสดาปัตติมรรคเกิดขึ้นมา 

#ตัดกรรมที่จะนำไปเกิดในอบายภูมิได้ขาดเลย 

#กรรมที่จะต้องเวียนว่ายตายเกิดอีกนับไม่ถ้วนเหลือแค่๗ชาติ 


#ถ้าบรรลุถึงอรหัตตมรรคเมื่อไรก็เป็นอันว่าตัดหมด 

#ตัดกิเลสตัดภพชาติทั้งหลาย 

#ยังมีชีวิตอยู่ก็เพียงเสวยวิบากเก่า 

ตอนมีชีวิตอยู่ยังต้องเสวย 

อย่างพระองคุลิมาลที่เป็นมหาโจรฆ่าคนเป็นพัน 

ถ้าไม่ได้พบพระพุทธเจ้า ต้องไปตกนรกหนักเลย ฆ่าคนเป็นพัน 

พอบรรลุเป็นอริยบุคคลก็ปิดประตูอบายได้หมด 

โดยสุดท้ายท่านบรรลุเป็นพระอรหันต์ 

ท่านก็เสวยผลกรรมเฉพาะยังมีชีวิตอยู่ 

ไปบิณฑบาตเดี๋ยวโดนเขวี้ยง 

เขาไม่ได้ตั้งใจก็โดน 

คือบางทีเขาขว้างอะไรไปเขาก็ไม่ได้ตั้งใจ 

ก็มาลงที่ศีรษะของท่านเลือดอาบมาเรื่อย 

ไปบิณฑบาต จีวงจีวรขาด เลือดอาบมา 


พระพุทธเจ้าก็ปลอบใจว่า เธอต้องอดทน 

เพราะว่าเธอทำบาปกรรมไว้ 

แต่ว่าใช้กรรมตอนนี้ เธอไม่ต้องไปใช้ในนรกอีก  

ที่สุดท่านสำเร็จเป็นพระอรหันต์ 

พอท่านปรินิพพานก็เป็นอันว่าดับรอบ 

ไม่มีขันธ์ ๕ ไปอุบัติบังเกิด 

ก็ไม่ต้องไปเกิดแก่เจ็บตายอีก  


ชีวิตหลังความตาย (ธรรมสุปฏิปันโน ๘)   

.............................

ธัมโมวาท โดยหลวงพ่อสุรศักดิ์ เขมรังสี

เจ้าอาวาสวัดมเหยงคณ์ พระนครศรีอยุธยา

Cr.https://www.facebook.com/share/A4z7HiL69bdbx3EB/?mibextid=oFDknk